รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ และกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย-ลาว-จีน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการขนส่งสินค้าผ่านแดน โดยมีปัญหาหลายประการ เช่น การไม่มีกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การขนส่งสินค้าผ่านแดน การขนส่งสินค้าข้ามแดนซับซ้อน และเอกสารการขนส่งที่ใช้ในการขนส่งผ่านแดนมีมากเกินไป นอกจากนี้ยังขาดการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ณ จุดพรมแดน และมีความแตกต่างทางด้านเทคนิค เช่น ประเทศที่ขับรถชิดขวาและประเทศที่ขับรถชิดซ้าย และเรียกร้องให้มีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่ด่านพรมแดนในการตรวจสอบและปล่อยสินค้าหรือผู้โดยสาร

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศนั้น ผมเห็นว่า มีความจำเป็นกรอบการเจรจานี้จะทำให้เราสามารถเปิดเส้นทางการบินไปสู่ประเทศต่าง ๆ ได้ ในขณะเดียวกันประเทศอื่นก็สามารถบินเข้าสู่ประเทศไทยได้ ที่ผ่านมานั้นจนถึงปัจจุบันนี้ เราได้ลงนามในข้อตกลงแล้วกับประเทศในสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ (IKO) เราทำสัญญาทำข้อตกลงมาแล้ว ๙๙ ประเทศ หรือรัฐภาคี ในจำนวน ทั้งหมดสมาชิกที่มีอยู่ภายใต้ไอเคโอนั้น ๑๙๐ ประเทศ เราทำสัญญาตามข้อตกลงมาแล้ว ๙๙ ประเทศ ยังเหลืออยู่ ๙๑ ประเทศ การที่เราทำข้อตกลงตามกรอบการเจรจานั้นมีประโยชน์ ดังนี้ครับ ก็คือเราสามารถปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงเดิมที่ทำไว้กับ ๙๙ ประเทศ หรือรัฐภาคี ตรงไหนไม่ดีก็แก้ไข ตรงไหนต้องปรับปรุงก็ทำการปรับปรุง

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นประโยชน์ ก็คือเราสามารถทำข้อตกลงกับประเทศที่เหลือ ก็คือ ๙๑ ประเทศ ทำให้สายการบินต่าง ๆ นั้นสามารถขยายการให้บริการการเดินทาง และการขนส่งทางอากาศไปยังประเทศอื่นได้ ขณะเดียวกันประเทศอื่นก็เข้าสู่ประเทศไทยได้ ในกรอบการเจรจานั้นเป็นการจัดทำเอกสาร ๓ ประเภทครับท่านประธาน

เอกสารประเภทที่ ๑ เขาเรียกว่า เป็นความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เป็นข้อตกลงกว้าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างข้อที่ ๑ การให้สิทธิ เป็นการระบุว่าแต่ละประเทศจะให้สิทธิสายการบิน ของอีกฝ่ายในการบินผ่านหรือบินแวะลงในอาณาเขตครับ มีการให้สิทธิระบุชัดครับว่า ประเทศอื่นจะเข้าประเทศไทย ประเทศไทยจะเข้าประเทศอื่นได้อย่างไร

ตัวอย่างข้อที่ ๒ ก็คือ การกำหนดสายการบินและการอนุญาตดำเนินการ มีการระบุหลักการแต่งตั้งและคุณสมบัติของสายการบินที่กำหนดที่ใช้สิทธิภายใต้ความตกลง เช่นให้สิทธิแต่ละฝ่ายแต่งตั้งสายการบินที่กำหนดได้หลายสาย โดยสายการบินต้องมี ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนสัญชาติของประเทศนั้น เขาตกลงอย่างนี้ครับ

ตัวอย่างข้อที่ ๓ เป็นการบังคับใช้กฎหมาย ระบุว่าสายการบินจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่ทำการบินเข้าไป เข้ามาสู่ประเทศไทยก็ใช้กฎหมายไทย

ตัวอย่างข้อที่ ๔ พิกัดอัตราค่าขนส่ง ระบุหลักการกำหนดอัตราค่าขนส่ง ของสายการบิน เช่นการกำหนดค่าโดยสารได้อย่างเสรี เป็นต้น

ตัวอย่างข้อที่ ๕ ท่านประธานครับ ใบพิกัดเส้นทางบิน เป็นการระบุจุด ในเส้นทางบินที่สายการบินของแต่ละฝ่ายจะสามารถทำการบินไปแวะลงได้ ระบุสนามบิน ระบุเมืองอย่างชัดเจนครับ

เอกสารประเภทที่ ๒ ก็คือ เขาเรียกว่าบันทึกความเข้าใจ อาจจะเรียกว่า เอ็มโอยู (MOU) ก็ได้ เป็นการทำข้อตกลงเพิ่มเติมในรายละเอียดนอกเหนือจากความตกลง ว่าด้วยบริการเดินอากาศที่ผมได้กล่าวถึงแล้ว ยกตัวอย่างนะครับ

ข้อที่ ๑ บันทึกความเข้าใจนั้นจะพูดถึงสิทธิความจุ ความถี่ เป็นการกำหนด เที่ยวบินสูงสุดที่สายการบินของแต่ละฝ่ายจะทำการบินได้ เช่นจากประเทศไทยไปประเทศอื่นนั้น มีวันละกี่เที่ยว เดือนละกี่เที่ยวครับ

ข้อที่ ๒ สิทธิรับผลการจราจรเป็นการกำหนดสิทธิที่สายการบินของแต่ละฝ่าย สามารถขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าจากประเทศของตนไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งสาระในบันทึก ความเข้าใจนี้จะมีการปรับแก้เป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจและความต้องการของพี่น้องประชาชนของผู้โดยสาร

เอกสารประเภทที่ ๓ เขาเรียกว่าเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างเจ้าหน้าที่ การเดินอากาศ เป็นการยืนยันหลังจากมีการปรับแก้นะครับ ก็เป็นการยืนยันว่าเราจะใช้ ข้อปรับแก้ ข้อปรับปรุงนั้นในการดำเนินการบินระหว่างประเทศครับ เป็นการให้ความรับรอง เป็นการออกหนังสือยืนยันอีกครั้งหนึ่ง

ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราจะทำความตกลงกับประเทศต่าง ๆ นั้น ใน ๑๙๐ ประเทศภายใต้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอทีโอ (ITO) นั้น เราต้องเตรียมความพร้อม สนามบินที่มีผลบังคับตามกรอบข้อตกลงนี้เขาเรียกว่า เป็นสนามบิน ศุลกากรหลายท่านคงไม่เคยได้ยินว่าหมายถึงอะไร ผมบอกได้ว่าสนามบินศุลกากรนั้น หมายถึงว่าสนามบินที่มีการตรวจสินค้า ตรวจผู้โดยสาร ตรวจโรคพืชอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเวลานี้เรามีถึง ๒๖ สนามบิน เป็นสนามบินของกรมการบินพลเรือน ๑๗ แห่ง ประกอบด้วย สนามบินจังหวัดกระบี่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดตราด จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดน่าน หัวหิน จังหวัดปัตตานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี ๑๗ แห่งภายใต้การดูแลของกรมการบินพลเรือน สนามบินของบริษัทท่าอากาศยานไทย ๖ แห่งครับ ประกอบด้วยสุวรรณภูมิ ดอนเมือง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และหาดใหญ่ สนามบินของบริษัทการบินกรุงเทพฯ ๒ สนามบิน ก็คือสนามบินสุโขทัย กับสนามบินสมุย และสนามบินของกองทัพเรือมีสนามบินเดียวก็คืออู่ตะเภา

ท่านประธานครับ สนามบินทั้ง ๒๖ แห่งนี้มีบางแห่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินของกรมการบินพลเรือนครับ เรื่องนี้รัฐบาล ต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขจะใช้หรือไม่ใช้ก็ต้องเอาให้แน่ชัดครับ จะได้ไม่เสียงบประมาณ ในการดูแลบำรุงรักษา สนามบินที่มีปัญหาอีกครับ ก็คือสุวรรณภูมิครับ เวลานี้แออัดจริง ๆ แออัดมาก ทางที่ดีผมเรียนเสนอครับว่าให้ไปใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กันไป เป็นการใช้ นโยบาย ๒ สนามบินดีกว่านโยบายสนามบินเดียวครับ ผมดีใจที่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านต้องการใช้นโยบาย ๒ สนามบิน คือใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่ไปด้วย แต่เอาให้จริงครับ ทำงานอย่างจริงจังครับ เวลานี้สนามบินดอนเมืองนั้นมีพื้นที่ว่างมากครับ สายการบินที่เรียกว่า สายการบินต้นทุนต่ำ นั้นไปใช้บริการน้อยจริง ๆ เสียดายพื้นที่ครับ ขอให้เร่งปรับปรุงตรงนี้ครับ เป็นการประหยัดงบประมาณในการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ในระยะที่ ๒ และระยะที่ ๓ ต่อไป ประหยัดได้นับแสนล้านบาทครับ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศนี้ผมไม่ขัดข้องครับ เห็นด้วยยินดีให้การสนับสนุนครับ

ต่อไปครับ เป็นกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย-ลาว-จีน เรื่องนี้สืบเนื่องจากมีการจะก่อสร้าง หรือเริ่มก่อสร้างสะพานมิตรภาพ แห่งที่ ๔ ระหว่างเชียงของ-ห้วยทราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางอาร์สาม อาร์สามนั้น เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ-สปป.ลาว-คุนมิง ก็เป็นการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนะครับ ก็คาดว่าสะพานแห่งนี้จะแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๖ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือยังไม่มีข้อตกลงที่ใช้เส้นทางสายนี้ สะพานแห่งนี้ร่วมกัน ระหว่างไทย-ลาว-จีน โดยเฉพาะที่คุนมิงนะครับ เวลานี้ท่านประธานครับ ปัญหาการใช้เส้นทาง ระหว่างประเทศนั้นมีปัญหามากมาย ผมยกตัวอย่างเช่น

ปัญหาข้อที่ ๑ ระเบียบกฎเกณฑ์และมาตรฐานเกี่ยวกับการขนส่งของแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน เช่น มาตรฐานรถบรรทุก ใบอนุญาตขับขี่ รวมทั้งใบอนุญาตต่าง ๆ ยังแตกต่างกันอยู่ ไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

ปัญหาข้อที่ ๒ การไม่มีกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การขนส่งสินค้าผ่านแดน และการขนส่งสินค้าข้ามแดนอย่างชัดเจนหรือมีไม่เพียงพอ

ปัญหาข้อที่ ๓ ระเบียบพิธีการและขั้นตอนในการข้ามแดนมีความยุ่งยากมาก ซับซ้อนมากครับ ทำให้เสียเวลาในการผ่านแดนแต่ละครั้ง

ปัญหาข้อที่ ๔ เอกสารการขนส่งที่ใช้ในการขนส่งผ่านแดนมีมากเกินไปครับ เอกสารเป็นปึก ๆ ใช้เวลาผ่านกระบวนการเอกสารนั้นใช้เวลานาน มีการไม่ยอมรับเรื่องเอกสาร ซึ่งกันและกันครับ

ปัญหาข้อที่ ๕ ขาดการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ณ จุดพรมแดน ของทั้ง ๒ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาวกับประเทศไทย ประเทศลาวกับประเทศจีน ซึ่งก่อให้เกิดการตรวจสอบที่ซ้ำซ้อนและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้นครับ

ปัญหาข้อที่ ๖ มีความแตกต่างทางด้านเทคนิค เช่นประเทศไทยและประเทศ มาเลเซียมีกฎจราจรที่กำหนดให้การขับรถต้องชิดซ้าย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนามและประเทศจีนให้ขับรถชิดขวา เรื่องต่าง ๆ อย่างนี้ต้องมีการตกลงกันนะครับ

ผมหวังว่าในกรอบการเจรจาฉบับนี้จะเอาปัญหาเหล่านี้ไปปรับปรุงแก้ไข ที่สำคัญท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นผมทราบว่าจะมีการกำหนดให้มีการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นตรวจสอบการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร สินค้า เขาเรียกว่า ให้มีการบูรณาการ ร่วมกันของหน่วยงานที่ด่านพรมแดนในแต่ละประเทศเพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้า หรือผู้โดยสารร่วมกันของด่านนั้น ๆ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเป็นซิงเกิ้ล วินโดว์ อินสเปกชั่น (Single window inspection) หรือ เอสดับบลิวไอ (SWI) ทำพร้อมกันครับ ทั้งคนทั้งสินค้า ที่จุดเดียวกัน ข้อดีอย่างหนึ่งครับ เขาบอกว่าต้องการให้มีทั้งตรวจผู้โดยสาร ตรวจสินค้า ตรวจพร้อม ๆ กันและที่จุดเดียวกัน เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ซิงเกิ้ล สต๊อก อินสเปกชั่น (Single stock inspection) หรือ เอสเอสไอ (SSI) เรื่องนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีในการจะลดปัญหาต่าง ๆ ที่ผมได้เรียนแล้วที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้นผมเห็นด้วยแล้วก็ยินดีให้การสนับสนุนที่จะยกมือ ให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจาทั้ง ๒ ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ