เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือเรื่องการบินไทย โดยเรียกร้องให้รัฐสภาตรวจสอบความพร้อมในการเจรจา และเสนอแผนการขยายรันเวย์ที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่มาจากประเทศเอสโตเนียและประเทศใกล้เคียง และขอให้ทบทวนเรื่องการบินสายการบินอิหร่านเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนสายการบินต่างชาติ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการ เดินอากาศ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น ผมเห็นด้วยนะครับ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ทางเพื่อนสมาชิกก็คงจะได้มีโอกาสเดินทางบ่อยนะครับ ใช้บริการ จากสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วก็สนามบินดอนเมือง ในสนามบินสุวรรณภูมิเราก็เห็นได้ชัดเจนว่า มีสายการบินที่มาใช้บริการสนามบินเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีความหลากหลายชนิด ของสายการบิน แล้วก็จำนวนผู้โดยสารก็มีมากมาย เท่าที่ได้รับตัวเลข พบว่าในปีที่ผ่านมา ตัวเลขของผู้ใช้บริการสนามบินทั้งหมดในประเทศขึ้นถึง ๖๖.๔ ล้านคน เพราะฉะนั้น ก็เป็นปัญหาว่าในกรณีที่ถ้าหากว่าเราจะไปทำกรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลง ดังกล่าวนั้น เราคงจะต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้นะครับ เพราะว่าในกรณีจากตัวเลข ที่เราเห็นได้ชัดเจนที่ผมกล่าวมาในเบื้องต้นนั้น เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าในจำนวนของผู้โดยสาร ยกตัวอย่างเช่นการบินไทย มีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารในเดือนมีนาคมถึงร้อยละ ๗.๖ โดยมีการเพิ่มของผู้โดยสารระหว่างประเทศถึงร้อยละ ๙.๖ แล้วก็ในประเทศเพิ่มถึงร้อยละ ๔.๕ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามีการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารเห็นได้ชัด ทั้ง ๆ ที่ว่ามีความไม่สงบ เกิดขึ้นในประเทศอาหรับในปีก่อนต่อเนื่องถึงในปีนี้ ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นแล้วจำนวนผู้โดยสารก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีก ทั้ง ๆ ที่ว่าโหลด แฟคเตอร์ (Load factor) มีแค่ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และข้อสำคัญก็คือว่ามีความต้องการของผู้โดยสารที่จะขยายตัว มากกว่าความสามารถในการรองรับของสายการบิน ยกตัวอย่างเช่นในตะวันออกกลางมีความต้องการ ของผู้โดยสารถึงร้อยละ ๒๐.๙ แต่ว่าความสามารถของสายการบินได้แค่ ๑๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ในยุโรปความต้องการของผู้โดยสาร ๘.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่สายการบินรองรับได้แค่ ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเหนือความต้องการ ๕.๓ เปอร์เซ็นต์ รองรับได้แค่ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือนโยบายของอาเซียน ก็คือเราจะทำ อาเซียน ซิงเกิ้ล เอวิเอชั่น มาร์เก็ต (ASEAN single aviation market) ซึ่งตรงนี้มันก็จะทำให้มาตรฐาน ของสายการบินต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรฐานเดียว เมื่อเป็นมาตรฐานเดียวก็จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะมาจากมุมไหนของโลกนะครับ แล้วก็จะเป็นการทำให้จำนวนของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ในทางอ้อม ซึ่งในกรณีที่มีการจราจรทางอากาศในอาเซียนให้มีมาตรฐานเดียวกันดังกล่าว ก็เกิดขึ้นเพื่อรองรับเออีซีที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๘ แล้วก็มีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ซึ่งเรามีการจัดขึ้น มีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมจำนวนถึง ๑๐ ประเทศ จำนวนถึง ๑๒๐ คน อันนี้คือเฉพาะเรื่องของผู้โดยสารที่มีแนวโน้มในอัตราการขยายตัวขึ้นอย่างมาก แล้วก็มีอัตราเร่ง เห็นได้ชัดเจน ทั้ง ๆ ที่ว่าเศรษฐกิจโลกมีปัญหาในด้านสินค้ามีลักษณะของการถดถอย ในปี ๒๕๕๕ โดยมีข้อมูลของไออาตาพบว่าคาร์โก้ ยิว ติดลบ ๑.๕-๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือไม่โต เมื่อไม่โตก็พบว่าปกติสินค้าที่ขนส่งทางอากาศซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์ ทางอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นอัญมณี หรือดอกไม้สด เป็นสิ่งทอ เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป อันนี้ก็มีตัวแปร คือเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ถ้าหากว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าตกต่ำ หรือเศรษฐกิจโลกตกต่ำ จำนวนของสินค้าที่ขนส่งทางอากาศก็จะลดลง ซึ่งอันนี้ก็เป็นปัญหาเห็นได้ชัดเจนว่า ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ เศรษฐกิจทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือว่าในอียู หรือกระทั่งในประเทศญี่ปุ่น ก็เพราะว่ามีเศรษฐกิจถดถอยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ที่จะทำให้จำนวนผู้โดยสารมีมากขึ้น เรื่องกรณีที่การบินไทย จัดตั้งสายการบินโลว์คอส (Low cost) ก็คือ สายการบินไทยสมายล์ เท่าที่ทราบก็จะเริ่มดำเนินการ ในเดือนหน้า ก็เป็นพันธมิตรที่เสริมกับนกแอร์ ตรงนี้ก็เห็นว่าได้เป็นส่วนที่จะสนับสนุน ให้จำนวนของผู้โดยสารที่มากขึ้น ผมมีโอกาสได้เดินทางไปที่ประเทศเอสโตเนียแล้วก็กลับมา เมื่อเช้านี้เอง การที่ไปเยือนประเทศเอสโตเนียก็เนื่องจากทางรัฐสภาของประเทศเอสโตเนีย เชิญไป เป็นประเทศกลุ่มมิตรภาพไทย-เอสโตเนีย แล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับซีโอ (Co) ของสายการบินเอสโตเนีย ซึ่งเขาก็บอกว่าในขณะนี้ทางสายการบินเอสโตเนียก็ต้องการ จะเป็นพันธมิตรกับเครือข่ายของสตาร์อัลไลแอนซ์ (Star Alliance) ซึ่งก็มีการบินไทยอยู่ในนั้น แต่ว่าเขาอยู่ในระหว่างการเลือกว่าจะเลือกสตาร์อัลไลแอนซ์หรือจะเลือกเคแอลเอ็ม (KLM) แต่ว่าสตาร์อัลไลแอนซ์มีความได้เปรียบก็เนื่องจากสตาร์อัลไลแอนซ์มีเอสเอ็มเอส (SMS) ถือหุ้นอยู่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนก็คือว่าทางประเทศเอสโตเนียต้องการให้ ประเทศไทยขยายวีซ่า (Visa) จากเดิมเราจะให้วีซ่า ออนอะไรวัล (Visa on arrival) หรือว่า ในกรณีที่ให้วีซ่า ณ สนามบิน แต่เดิมเราให้เขา ๑๕ วัน เขาก็ต้องการ ๓๐ วัน ตรงนี้ ทางกลุ่มมิตรภาพไทย-เอสโตเนีย ก็ได้พูดคุยกับทางกระทรวงการต่างประเทศและอยู่ใน ระหว่างดำเนินการ ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องของความมั่นคงก็คงจะต้องดูให้รอบคอบ แต่เรื่องนี้ผมยกขึ้นมาเป็นประเด็นก็ตรงที่ว่าถ้าหากว่าการเจรจาราบรื่นแล้วทางสายการบิน เอสโตเนียเข้ามาเป็นพันธมิตรของสตาร์อัลไลแอนซ์แล้ว เราก็จะได้จำนวนของผู้โดยสาร ที่มาจากประเทศเอสโตเนียแล้วก็ประเทศใกล้เคียง ซึ่งก็จะประกอบด้วย ลิทัวเนีย ลัตเวีย แม้กระทั่งประเทศฟินแลนด์ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้จำนวนผู้โดยสารมีมากขึ้น แล้วก็ในปีก่อน ประเทศไทยรับผู้โดยสารจากประเทศเอสโตเนียถึง ๑๐,๐๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ คนดูเหมือนกับ ตัวเลขมันจะน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ๑๐,๐๐๐ คนที่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ จากประเทศเอสโตเนีย จากประเทศที่มีประชากรเพียง ๑.๓ ล้านคน ก็ถือว่ามีเปอร์เซ็นต์ หรือมีสัดส่วนค่อนข้างมาก ตรงนี้ถ้าหากว่าส่วนนี้เราสามารถที่พูดคุยเจรจาตกลงกันได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเรื่องของนักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศไทย ผมคิดว่าในส่วนที่จะฝาก เป็นข้อเสนอแนะถึงท่านรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานก็คือ
ข้อแรก เมื่อเราเห็นว่าการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว และเท่าที่ทราบ ทางสนามบินสุวรรณภูมิกำลังจะขยายรันเวย์ (Runway) ที่ ๓ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าในวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นที่จะดำเนินโครงการหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบก็มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว ตรงนี้ผมเห็นว่าเป็นความถูกต้องแล้วก็เป็นความจำเป็น เมื่อปี ๒ ปีก่อนเราก็เคยคุยกัน ในประเด็นนี้แล้วเราก็เห็นว่าการขยายรันเวย์ที่ ๓ อาจจะทำเร็วไป อาจจะไปเกี่ยวพันกับสิ่ง ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนประท้วงว่ามีความเกี่ยวพันกับการสร้างสนามบินที่ไม่จำเป็น แต่มาถึงวันนี้ ณ วินาทีนี้ผมเห็นว่ามันมีความจำเป็นต้องสร้าง เนื่องจากมีการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสาร อย่างมาก แต่ว่าเมื่อเราสร้างรันเวย์ที่ ๓ ปัญหาก็คือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เรามี ความพร้อมหรือไม่ สนามบินสุวรรณภูมิในขณะนี้มีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไกด์ (Guide) ผี แท็กซี่เถื่อน อันนี้คงจะต้องฝากทางท่านรัฐมนตรีไว้ด้วยว่าในกรณีนี้ยังเป็นปัญหา ของนักท่องเที่ยวจากต่างชาติอยู่ แต่ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามแก้ไข แต่ว่าก็มีการแก้ไขได้ ในระดับหนึ่ง แต่ศักยภาพผมคิดว่าทางสนามบินน่าจะทำได้ดีกว่านี้ และถ้าหากว่าเราดู ในสิ่งอำนวยความสะดวก ดูความมั่นคงและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวแล้วก็ผู้โดยสาร ที่มาจากต่างประเทศ ตรงนี้ก็จะเป็นตัวหนุนสนามบินแล้วก็เป็นตัวหนุนของสายการบิน ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไทยหรือสายการบินของชาติอื่น ๆ ที่บินแล้วก็มาใช้บริการ ในสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงนี้ผมก็อยากจะฝากไว้ว่าถ้าหากว่าท่านสามารถทำได้ โดยเฉพาะในกรณีของแท็กซี่ เท่าที่ผ่านมา ๓ ปี ผมเห็นว่ามีการพัฒนาในรูปแบบที่ดีขึ้น แต่ว่าก็ยังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก พอเราพยายามจะไปเปรียบเทียบกับสนามบินของประเทศอื่น ๆ ก็ยังพบว่าสนามบินหลาย ๆ ประเทศก็มีศักยภาพหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าประเทศไทย เพราะฉะนั้น ผมก็เห็นว่าในกรณีนั้นถ้าหากว่าเราพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีกว่านี้ก็จะเป็นจุดหนึ่ง ที่จะเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น
ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของความโปร่งใสของกรรมการผู้จัดการของการบินไทย เรามีข่าวว่ามีการปลดกรรมการผู้จัดการการบินไทย จะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ผมก็ไม่อยากจะไป เกี่ยวข้อง แต่ผมอยากจะฝากไว้ว่าในกรณีนี้ถ้าหากว่าเราปลดกรรมการผู้จัดการด้วยสาเหตุว่า เป็นคนละค่าย เป็นคนละขั้ว ผมคิดว่าตรงนั้นน่าจะไม่ถูกต้อง บอร์ดหรือท่านรัฐมนตรี น่าจะคำนึงถึงความสามารถ เพราะว่าเท่าที่ติดตามดูผลงานก็พบว่ากรรมการผู้จัดการท่านนี้ ก็มีความสามารถที่จะทำให้การบินไทยพลิกฟื้นจากการขาดทุนอย่างมากมาย สามารถสร้างกำไรได้ ตรงนี้ผมอยากจะฝากไว้เพราะถ้าหากว่าเป็นกรณีที่ปลดออกเนื่องจากเป็นคนละค่ายแล้ว ถ้าหากว่าเปลี่ยนขั้วก็จะมีการปลดกรรมการผู้จัดการออกไปอีกซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เราควรจะมีธรรมาภิบาล ก็อยากจะฝากไว้เป็นประเด็นหนึ่ง
และอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือในข้อที่ ๓ ในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารนี้ มันก็จะ เป็นการเพิ่มอาชญากรข้ามชาติ เพราะฉะนั้นเมืองไทยเท่าที่รับฟังจากเพื่อนต่างประเทศ ก็เหมือนกับว่าเรามีเสรี เราปล่อยให้คนเข้าออกในประเทศได้ง่าย แล้วก็ดูเหมือนจะง่ายมาก จนเกินไป ในกรณีนี้ก็เป็นที่หลบหนี เป็นที่มั่วสุมของอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ก็คงจะเป็นงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสันติบาลหรือว่า ตม. ซึ่งเขามี หน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ผมเห็นว่าถ้าหากว่าทาง ตม. และสันติบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นควรจะเร่งรัดเรื่องประสิทธิภาพให้ทันกับการขยายตัว ของจำนวนผู้โดยสาร เพราะว่าผู้โดยสารยิ่งมากปัญหาก็จะยิ่งมากตามนะครับ
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศอิหร่าน ประเทศอิหร่านมีสายการบิน ๒ สาย
สายหนึ่งเป็นอิหร่านแอร์เป็นของรัฐบาล
สายอีกสายหนึ่งเป็นมาฮานแอร์ (MAHAN AIR) เป็นสายการบินของเอกชน
สายการบินอิหร่านครับ สามารถบินเข้ามาในประเทศไทยได้ สามารถบินมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิได้ แต่ว่ากลับไม่ได้เพราะว่าเติมน้ำมันไม่ได้ เติมน้ำมันไม่ได้เพราะว่า ปตท. ไม่ยอมเติมให้ ปตท. ไม่ยอมเติมให้เพราะว่าประเทศอิหร่านมีปัญหากับประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกาแซงชั่น (Sanction) ประเทศอิหร่าน ปตท. ก็กลัวปัญหาจะกระทบ กับประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะทบทวน ผมคิดว่ามันไม่ถูก เพราะในแต่ละปี ในปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวอิหร่านเข้ามาประเทศไทยถึง ๑๘๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีอัตรา การเติบโตอย่างมาก เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวอย่างนี้ผมคิดว่าน่าเสียดายถ้าหากจะมีปัญหาว่า ไม่สามารถที่จะเดินทางและเข้ามาเมืองไทยได้ แล้วถ้าจะเดินทางก็ต้องเดินทางที่ไปทรานซิส (Transits) ที่ประเทศอื่น โดยเฉพาะทางประเทศอาหรับ เช่นสายการบินยูเออี (UAE) ในกรณีอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียหายนะครับ และทางท่านรัฐมนตรีก็พยายามจะส่งเสริม ให้สายการบินต่าง ๆ ก็มาเจรจา มาทำเรื่องของกรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลง ว่าด้วยบริการเดินอากาศกับประเทศไทยอยู่นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะของการต่างตอบแทน คือเราให้เขา แล้วเขาก็ให้เรา ซึ่งลักษณะของต่างตอบแทนนี่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่ได้เสียเปรียบ จนเกินไป เราก็ส่งเสริมนักท่องเที่ยว ส่งเสริมผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศโดยสายการบิน แต่ไม่ใช่ว่าเราจะยอมเขาไปทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเป็นประเทศที่มีการส่งเสริม นักท่องเที่ยวเป็นหลัก เพื่อนำรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยว ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ควรจะส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของกรอบการเจรจาตรงนี้นี่ ผมให้การสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ