มณเฑียร บุญตัน เสนอให้บรรจุมาตรฐานการเข้าถึงที่เท่าเทียมและทั่วถึง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕

มณเฑียร บุญตัน เสนอให้บรรจุมาตรฐานการเข้าถึงที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Accessibility standard) เข้าในกรอบเจรจาความตกลง เพื่อใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการออกแบบที่เป็นสากลของประเทศไทยในการกำหนดมาตรฐานระดับอาเซียน

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นต่อกรอบการเจรจาความตกลง ด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง ซึ่งความเห็นที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้แม้ว่าจะเป็นความเห็น ของผู้แทนราษฎรคนตัวเล็กตัวน้อย แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่ประเทศไทยเรามีศักยภาพ ที่จะนำไปใช้ให้เพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับประเทศชาติของเรานะครับ คือผมเห็นว่าสิ่งที่ได้กำหนดไว้และได้จัดทำเป็นเอกสารแจกมานี้ไม่ครอบคลุมถึงบางเรื่อง ที่ผมคิดว่าประเทศไทยกำลังมาแรง แต่ไม่อยู่ในสายตาของผู้บริหาร หรือยังไม่อยู่ในสายตา ของผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ นั่นก็คือมาตรฐานว่าด้วยเรื่องของการเข้าถึงที่เท่าเทียม และทั่วถึง อันนี้แปลอาจจะไม่ตรงตัวเท่าไรนะครับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า แอคเซสซิบิลีตี้ สแตนดาร์ด (Accessibility standard) ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทย ได้ร่วมเป็นภาคี นั่นก็คือกรณีกฎหมายระหว่างประเทศได้แก่อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ซึ่งได้กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งนะครับว่าเพื่อเป็นหลักประกันการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ในเรื่องของสินค้าและบริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ใช้หลักการการออกแบบที่เป็นสากล หรือบางท่านเรียกว่า อารยะสถาปัตย์ หรือบางท่านเรียกว่า การออกแบบที่เป็นธรรม หรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal Design) รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแอสซิสทิฟ เทคโนโลยี (Assistive Technology) สิ่งเหล่านี้เกิดการตื่นตัวกันทั่วโลกครับ ขณะนี้มาตรฐานอุตสาหกรรมของไอเอสโอ ก็มีมาตรฐานว่าด้วยเรื่องของการเข้าถึง หรือแอคเซสซิบิลีตี้ สแตนดาร์ด สแตนดาร์ด ออกมาหลายตัวนะครับ ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จีไอเอส (GIS) เองก็ได้คำนึงถึงมาตรฐานว่าด้วยเรื่องการเข้าถึง และกำลังเป็นสัญญาณของการได้รับการขานรับจากวงการอุตสาหกรรม หรือกระทั่งการวิจัย และพัฒนา ประเทศไทยไม่ได้น้อยหน้าเลยนะครับท่านประธาน ในเมื่อครั้งที่มีการประชุม สุดยอดระดับโลกว่าด้วยสังคมสารสนเทศ หรือเวิลด์ ซัมมิท ออน อินฟอร์เมชัน โซไซตี้ (World summit on information society) ประเทศไทยก็ได้เป็นผู้เสนอหลักการการออกแบบ ที่เป็นสากลหรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ ซึ่งเป็นเอกสารหลักของเวิลด์ ซัมมิทดังกล่าว แม้กระทั่ง กฎหมายในประเทศไทยเองก็ได้มีการพูดถึงมาตรฐานว่าด้วยการเข้าถึงเหล่านี้ ขณะนี้กำลัง มีความพยายามอยู่ภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบัน เพื่อพัฒนาการออกแบบที่เป็นสากลและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้น ท่านเชื่อไหมว่า ประเทศไทยมีนักวิจัยที่มีความเป็นเลิศและสามารถชี้นำในเรื่องของรีแฮบบิลิเทชัน เอนจิเนียริง (Rehabilitation engineering) ก็ดี ในเรื่องของไบโอ เมดดิคอล เอนจิเนียริง (Bio medical engineering) ก็ดี ในเรื่องการออกแบบที่เป็นสากลหรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ ทั้งทางด้านไอซีที (ICT) หรือทางด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ปรากฏว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้รับการบรรจุไว้ ในกรอบการเจรจาความตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น เรามีดีแต่เราไม่รู้จักเอามาใช้ครับ สิ่งที่เรามีดีนี่ หมายความว่าเราเป็นผู้นำพอที่จะกำหนดมาตรฐานที่จะใช้ในอาเซียนได้ครับท่านประธาน หลายเรื่องได้มีการคิดต้นแบบการวิจัยพัฒนาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวีลแชร์ (Wheel chair) ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รีโมท คอนโทรล (Remote control) ที่ใช้กับ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนครับ ผู้สูงอายุ ใน ๖๐๐ ล้านคนนี่ อีกไม่ช้าไม่นานเราจะมีกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านการวิจัยพัฒนาที่สามารถกำหนดมาตรฐานได้เองแล้วนี่ เราย่อมเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการจำเป็นพิเศษของคนในประชาคมอาเซียนด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานบางอย่างที่ระดับสากลยังไม่มี หรือบางอย่าง ที่มีในระดับสากลแต่ขาดรายละเอียด เช่นรายละเอียดที่ครอบคลุมถึงภาษาและวัฒนธรรม ของประเทศในประชาคมอาเซียน ยกตัวอย่าง อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ดี อุปกรณ์ไอซีทีก็ดี จะต้องมีส่วนที่แสดงผลข้อมูลซึ่งเป็นภาษาต่าง ๆ ขณะนี้กำลังมีการกำหนดมาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงผลบนอุปกรณ์ ไอซีที บนสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดต่าง ๆ ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ที่เราเรียกว่า อีพับ หรือ อี-พับลิชชิ่ง (e-Publishing) ประเทศไทยก็กำลังมีคณะทำงานเพื่อศึกษาการกำหนดอีพับเป็นภาษาไทย ประเทศอาเซียนไม่มีใครสนใจ และยังไม่มีคนรู้ในเรื่องเหล่านี้เลย ถ้าเราจะฉวยโอกาสศึกษา การกำหนดเรื่องของการแสดงผลข้อมูลบนอุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อื่นใดที่จะเป็นมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอาเซียนต่อไปในอนาคต เราก็ย่อมจะรู้ว่า ภาษาที่ใช้ในอาเซียนนั้นเป็นอย่างไรนะครับ เมื่อเรารู้มาตรฐานสากลก่อนเพื่อน เมื่อเราทราบถึง การวิจัยพัฒนาและการผลิตอุปกรณ์ต้นแบบในประเทศไทย หมายถึงความได้เปรียบในการที่เรา จะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปในประเทศอาเซียน นั่นเป็นการนำมาตรฐานสากล ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกมาใช้ตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่เราเผอิญเป็นผู้ให้สัตยาบันก่อนเพื่อน และตอนนี้ประเทศอาเซียนอื่น ๆ กำลังตามเรามา

ประการต่อมา ก็คือท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้กำลังมีความพยายามที่จะ กำหนดมาตรฐานในเรื่องของการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทุกประเทศในโลกนี้ ผมเชื่อว่าอาเซียนก็กำลังดูเรื่องนี้อยู่ ประเทศไทย ก็อยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้ทั้งกำหนดมาตรฐานและนำมาตรฐานสากลมาปฏิบัติเป็นประเทศแรก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่าการที่ระบุว่าได้มีการเจรจามาตรฐานเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ไปเรียบร้อยแล้ว เรายังจะสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดในส่วนนี้ได้อีกหรือไม่ ถ้าไม่สามารถ เพิ่มเติมได้ก็เป็นที่น่าเสียดายครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเทศไทยน่าจะต้องถือโอกาส เอาเรื่องที่ท่านทั้งหลายอาจจะมองว่าเป็นประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ จากกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย แต่กลุ่มคนเหล่านี้นับวันยิ่งขยายตัวเติบใหญ่ เพราะทุกประเทศในอาเซียนจะต้องมีคนสูงอายุ เพิ่มขึ้น จะต้องมีคนที่ตายช้าและค่อย ๆ เพิ่มจำนวนความพิการมากขึ้น คนเหล่านี้จะเป็น ผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล่านี้ต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน ทำไมประเทศญี่ปุ่น จึงคิดได้ ทำไมประเทศจีนแม้ว่าไม่ได้คิดเองแต่ก็เป็นโออีเอ็ม (OEM) ในเรื่องนี้ได้ ท่านเชื่อไหมว่า อุปกรณ์ที่ประกอบด้วยแอคเซสซิบิลิตี้ สแตนดาร์ด ทั้งหลายที่ผลิตไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในสหภาพยุโรปปัจจุบันนั้นผลิตในประเทศจีนแทบทั้งสิ้น แม้ว่าประเทศจีนไม่ได้กำหนด มาตรฐานเหล่านี้เลย ประเทศไทยเราซึ่งถือว่ามีนักวิจัยที่มีฝีมือ และมีนักอุตสาหกรรม ที่ผลิตสินค้า แม้ว่าจะรับเขามาผลิตอีกทีหนึ่งก็ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ทำไมเราไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเพื่อสร้างความได้เปรียบ ไม่ใช่ได้เปรียบแล้วผูกขาดกำไรแต่เพียงผู้เดียว ได้เปรียบแล้วยังแบ่งปันแนวคิดที่จะสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุขไปสู่พี่น้องในประชาคมอาเซียน ร่วมกัน ผมคิดว่าเป็นความงดงามที่เรานอกจากจะเป็นผู้ได้เปรียบ เป็นผู้นำทางความคิดแล้ว ยังแบ่งปันแนวคิดในการใช้มาตรฐานเพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียมและทั่วถึงไปสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งถึงอย่างไรเราก็คงหนีไปไม่พ้นอยู่แล้วครับ ผมจึงอยากจะขอเรียนผ่านท่านประธานไปยัง รัฐบาลว่าได้โปรดพิจารณาสนับสนุนหลักการ ท่านจะนำหลักการนี้ไปประกอบการเจรจา ในการกำหนดสินค้าผลิตภัณฑ์ทั้ง ๖ กลุ่มที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ท่านอย่าคิดว่าเรื่องของแอคเซสซิบิลิตี้ สแตนดาร์ดไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาครับ เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นแม้กระทั่งฉลากยาซึ่งจะต้อง แยกแยะระหว่างยาบรรเทาปวดกับยาหยอดตาก็ต้องระบุให้ชัดแจ้งในลักษณะที่ทุกกลุ่มคน สามารถเข้าถึงสาระสำคัญของฉลากยานั้นได้ อันนี้นักอุตสาหกรรมไทยอาจจะไม่คิดนะครับ แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นเขาคิดครับ และกำลังจะเป็นมาตรฐานที่ถูกบังคับไปทั่ว แล้วความสามารถ ในการแข่งขันในเชิงธุรกิจกำลังจะเป็นตัวบังคับเราในที่สุด ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้มีบริษัท บางบริษัทของไทยซึ่งนำเข้าสินค้าเหล่านี้เข้ามา แต่เป็นที่น่าเสียดายครับว่าฉลากประกอบ ผลิตภัณฑ์สินค้าเหล่านี้แทนที่จะเป็นภาษาไทย ผมยกตัวอย่างครับว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เป็นแชมพู กับครีมนวดผมของบริษัทในเครือของบางแห่งที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น มีอักษรเบลล์กำกับ ที่ทำให้คนสามารถแยกแยะว่าอันไหนเป็นแชมพู อันไหนเป็นครีมนวดผมและมีตัวอักษร ขนาดใหญ่ แต่ปรากฏว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ภาษาไทยครับ อันนี้เป็นที่น่าเสียดาย ถ้าเรารู้อย่างนี้ เรากำลังจะผลิตสินค้าส่งออกไปในประเทศอาเซียนด้วยกัน เราสามารถจะทำฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าเหล่านี้เป็นภาษาของแต่ละประเทศเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่หรือเป็นสัญลักษณ์ ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายเพื่อทำให้เกิดความสะดวก ความปลอดภัยของผู้ใช้แต่ละประเภท แต่ละกลุ่ม แต่ละภาษา นี่ล่ะครับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามอยู่ แต่ผมอยากจะขอให้ประเทศไทยนั้นใช้ความได้เปรียบในความเข้าใจปรัชญานี้ ในการที่เราได้เข้าสู่ พันธกรณีระหว่างประเทศในฐานะที่เราได้ให้สัตยาบันในกฎหมายระหว่างประเทศไปแล้ว และในฐานะที่เรามีนักวิจัยเป็นจำนวนมาก ท่านอย่าเข้าใจผิดว่าเราไม่มีนักวิจัย เรามีนักวิจัย เป็นจำนวนมาก แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้อยู่ในความสนใจของฝ่ายการเมือง ยังไม่ได้อยู่ในความสนใจ ของฝ่ายบริหารเท่าที่ควร ผมก็ขอฝากเรื่องของแอคเซสซิบิลิตี้ สแตนดาร์ด ไว้ในใจของทุกท่าน ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ