สุกิจ จี้เร่งโครงการเออีซี-งบปี 55 ให้ถึงประชาชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕

สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเริ่มจากการเร่งดำเนินการโครงการเออีซีและงบประมาณปี ๒๕๕๕ ให้ลงถึงประชาชน พร้อมทั้งเสนอให้รัฐมนตรีอภิปรายปัญหาจากประสบการณ์จริง ต่อมาได้ชี้แจงความพร้อมด้านสินค้าและห้องแล็บสำหรับการเจรจาความตกลงมาตรฐานอาเซียน แต่แสดงความไม่เห็นด้วยกับกรอบการเจรจาข้อตกลงดังกล่าวใน 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวิจัยระยะยาวสำหรับยาแผนโบราณและสมุนไพรเพื่อศึกษาสรรพคุณและผลข้างเคียงก่อนนำมาใช้ พร้อมทั้งติงเรื่องราคาแพง คุณภาพไม่แน่นอน และเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้สินค้าไทยแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงแสดงความห่วงใยต่อปัญหาอุตสาหกรรมยางพาราที่ราคาลดต่ำลงและปัญหามลพิษจากโรงงานน้ำยางข้น ขอให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงคุณภาพและแก้ไขปัญหาดังกล่าวก่อนส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะพูดก็คือเรื่องของเออีซีนะครับ เพราะสืบเนื่องจาก หลาย ๆ ท่าน ทั้งท่านสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ส.ส. บางท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับ คือส่วนของ การเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นจริงอย่างที่ท่านพูดว่า ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ มีการตั้งงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้มากมายทีเดียวเกือบจะ ทุกกระทรวงก็ว่าได้ แล้วก็กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ มากมายเลยครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านบอกว่าท่านไม่เห็นเลยว่ามันจะลงไปถึงพี่น้องประชาชนหรือเปล่า ผมก็เช่นกันครับ ผมก็ไม่เห็นเลยเหมือนกัน ตอนที่นั่งพิจารณาอยู่ก็พยายามถามว่าจะเอาไปใช้เมื่อไร จะเอาไปใช้ อย่างไร ก็เท่าที่สังเกตท่านประธานครับ ตอนนี้หน่วยงานต่าง ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนที่เตรียม ความพร้อมของตัวเองมากกว่า ยังไม่ได้ลงไปถึงพี่น้องประชาชน ผมเองอยู่ต่างจังหวัดก็รออยู่ เหมือนกันว่าเมื่อไรเขาจะมาตามผมหรือตามเพื่อนบ้านไปประชุมเรื่องเออีซีสักทีหนึ่ง ก็ยังไม่เห็น ต้องฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับว่าให้รีบเร่งเงินงบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งผมเห็นแล้ว มันจำนวนมากมายทีเดียวแล้วก็กระจายกันอยู่ ให้มันได้ลงถึงพี่น้องประชาชนได้เตรียมความเสียที บางหน่วยงานตอนนี้เช่นตามโรงเรียนต่าง ๆ เขามีความกระตือรือร้นและเขาเริ่มไปแล้ว เขาสอนเด็กของเขา เด็กของเขาออกมาพบปะพี่น้องประชาชนในยามวันหยุดมาพูดภาษาอังกฤษ มาสอนภาษาอังกฤษ อันนี้คือการเตรียมความพร้อมของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เขาอาจจะล้ำหน้า รัฐบาลไปแล้วนะครับ ในเมื่อยังอยู่กันแค่หน่วยงานของตัวเองก็ยังต้องอาศัยงบประมาณ ของแผ่นดิน ซึ่งความจริงผมก็ติงในการพิจารณางบประมาณว่าทำไมต้องใช้งบเฉพาะด้วย หน่วยงานต่าง ๆ มันต้องเตรียมอะไรกันนักกันหนาถึงต้องใช้เงินกันมากมายในหน่วยงาน ของท่านแต่ละหน่วยงาน อันนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ต่อเรื่องวันนี้ที่เราพูดกัน ผมก็จะขอพูดเพียงเรื่องเดียวนะครับ คือ

เรื่องด่วนที่ ๑ กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ รับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน ยาวนะครับ ผมอ่านแค่นี้พอคงเข้าใจแล้วครับว่าเป็นกรอบของความตกลงในการที่จะดูแลสินค้าของกัน และกันให้มีมาตรฐานที่ดี อันนี้ก็ต้องถามอีกครับว่าแล้วเราพร้อมหรือยัง ความพร้อมในเรื่อง ของสินค้าของเรา เรามีมาตรฐานดีหรือยัง ความพร้อมอย่างที่ท่านดอกเตอร์รัชดาได้ติงไว้ เรื่องของเครื่องมือในการตรวจสอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องแล็บเราพร้อมหรือยังตอนนี้เรามี มากพอหรือยัง ห้องแล็บของเราได้มาตรฐานหรือยัง อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียม ก่อนที่เราจะไปเจรจากับเขา พอพูดถึงเรื่องแบบนี้แล้วมักจะถามกันว่าเราไปเจรจาตกลง กับเขาแล้วเราได้ประโยชน์หรือเปล่า เราได้เปรียบหรือเสียเปรียบคนอื่น สำหรับผมแล้ว ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไรนัก ในเมื่อคนเราจะคบเป็นเพื่อนกันผมว่าเราคงไม่คิดจะเอา ผลประโยชน์จากเขาฝ่ายเดียว คงต้องมีการแบ่งปันกัน มีน้ำใจต่อกัน แต่ผมเชื่อว่าถ้าดูตาม ใน ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ท่านได้เอามาไว้ในกรอบของการเจรจาในวันนี้นี่ เราน่าจะได้เปรียบ เพราะว่าเรามีความเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านในหลาย ๆ เรื่องทีเดียวนะครับ ผมก็จะลง รายละเอียดไปเป็นกลุ่ม ๆ

กลุ่มแรก คือส่วนใหญ่ท่านประธานครับ ฝากผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ จะอภิปรายด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็จะให้เห็นเสนอปัญหาที่พบเห็นด้วยตัวของตัวเอง จากประสบการณ์ของตัวเองมากราบเรียนท่านเพื่อจะเป็นข้อมูลในการที่จะไปเจรจากับเขา

เรื่องแรก คือเรื่องผลิตภัณฑ์ยา เรื่องนี้ของเรามันจะว่ามาตรฐานดีก็ว่าได้ครับ ในขณะเดียวกันจะว่ามันโหลยโท่ยที่เขาเรียกกันก็พูดได้ครับ เพราะว่ายาของเราที่ใช้ทุกวันนี้ มันมีตั้งแต่ระดับที่ดีที่สุด ที่เขาเรียกว่าเป็นตัวออริจินอล (Original) เราก็มีใช้กันอยู่จนถึง ระดับที่มันห่วยที่สุด ก็คือโรงงานที่ทำกันในระดับเป็นห้องแถว ห้องแถวเล็ก ๆ บางทีก็เป็น โรงงานผลิตยาในบ้านเราได้เหมือนกัน และเราก็จะแข่งกัน ไม่ได้แข่งกันเรื่องของคุณภาพ แข่งกันเรื่องราคามากกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องของมาตรฐานผมว่าเป็นเรื่องที่เรายังต้องมาดูว่า สินค้ายาของเราทุกวันนี้มาตรฐานมันดีหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเม็ดยาครับ ปกติแล้วยาตัวไหน ๆ ยาตัวใดตัวหนึ่ง อย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ไม่ใช่ยี่ห้อละครับ ที่เป็นชื่อยานะ อย่างเช่น อะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) เพนิซิลลิน (Penicillin) เตตราไซคลีน (Tetracycline) อะไรอย่างนี้ มันจะมีลักษณะเฉพาะของมัน คืออย่างหมอไปถึงเห็นก็รู้ปั๊บ เลยว่าตัวนี้อะม็อกซี่ซิลลิน แคปซูล (Capsule) สีอย่างนี้ แต่ว่าบ้านเราครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านไปดูสิครับ สั่งได้เลยครับว่าต้องการจะเอาอะม็อกซี่ซิลลินสีอะไร มีเสนอให้ ๑๐ แบบ หรือยาหย่อนกล้ามเนื้อตัวเดียวกันครับ ผลิตจากบริษัทเดียวกัน จะเอาสัก ๓ สี หรือ ๔ สี ได้ทั้งนั้นเลยครับ อันนี้คือความไม่มีมาตรฐาน ผมว่าเราต้องปรับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว กรณีที่คนไข้พกยาไปเกิดอุบัติเหตุหรือว่าเกิดอะไรขึ้นมาไปดูตัวยาเก่าที่อยู่ในซองนี้ว่าเขากินยา อะไรอยู่ หมอบอกไม่ได้เลยครับว่าเป็นยาตัวไหน เพราะความไม่มาตรฐานในด้านนี้ อันนี้ก็แค่ ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็คือคนไทยเราใช้ยากันมาก มากเกินไปครับ ใช้ยากันชนิดที่ว่าเป็นอะไรนิดอะไรหน่อยก็ต้องกินยาแล้ว ในขณะที่ต่างประเทศเขารู้ว่า โรคบางโรคมันรักษาหรือไม่รักษามันก็หายเองได้ บางทีเขาก็แค่พักผ่อนเท่านั้นเอง เขาไม่ต้องกินยา แต่บ้านเราไม่ได้ครับ เอาเป็นเอาตายกันเลยนะครับ แค่ปวดเมื่อยนิดหน่อยก็ต้องทานยาแล้ว เพราะฉะนั้นถึงมีบริษัทยาเกิดขึ้นมากมายในประเทศ อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ แม้แต่ห้องแถว ก็ผลิตยาได้ จริง ๆ แล้วเราก็อย่าไปคุยเลยครับ เราผลิตยาได้แค่สมัยใหม่เห็นพูดกันบ่อย ปลายน้ำเท่านั้นครับ จริง ๆ แล้วตัวเคมีมันมาจากต่างประเทศทั้งนั้น ถ้าอย่างแพง ๆ ก็มาจากยุโรป ถ้าถูก ๆ หน่อยก็ประเทศจีน ประเทศอินเดีย เดี๋ยวนี้ประเทศอินเดียเข้ามาตีตลาดมากทีเดียว ยาบางตัวซื้อของยุโรป ซื้อของประเทศสหรัฐอเมริการาคาเป็นร้อยบาท ของประเทศอินเดีย แค่ ๑๐ บาท หรือว่า ๒๐ บาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ตัวเคมีภัณฑ์มันมาจากหลายที่ครับ ประเทศไต้หวันนี้ก็เป็นประเทศหนึ่งที่ส่งเคมีภัณฑ์มาให้บ้านเรามาก แล้วก็เป็นเคมีภัณฑ์ที่มันถูก ผมก็ไม่ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราในกลุ่มอาเซียนตอนนี้ก็เป็นอย่างเราหรือเปล่า ถ้าเขาเป็นอย่างเราก็โอเคนะครับ มันก็เสมอกัน แต่ถ้ามาตรฐานเขาดีกว่าเรา ผมว่าเราก็อายเขา เพราะฉะนั้นเรื่องยานี่ก็เป็นเรื่องที่ก่อนจะไปเจรจากับเขา ผมว่าเราเคลียร์ (Clear) เราจัดการในบ้านของเราเองให้มันเรียบร้อยเสียก่อนเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี เรื่องของเม็ด เรื่องของกลิ่นอะไรต่าง ๆ เพื่อว่าของเราจะได้มี มาตรฐานก่อนนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งผมก็เป็นห่วงมากครับ คือเรื่องของยาแผนโบราณ นี่ก็เพิ่งเป็น กรรมาธิการพิจารณาเรื่องของวิชาชีพแพทย์แผนไทยครับ ก็มีหลายส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของยาสมุนไพร ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ถ้าพูดอย่างนั้นก็เป็นการไปดูถูก บรรพบุรุษของเรา เราก็มีดีครับ ยาหลายตัวของเราก็รักษาโรคได้จริง แต่ถามว่าเราได้มีการวิจัย ได้มีการทดลองระยะยาวหรือเปล่า เราเพียงแต่กินสืบต่อกันมาเท่านั้นเองครับ พอเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่เคยมาดูว่ามันเกิดขึ้นจากยาที่เรากินอันนั้นหรือเปล่า เราก็ไปโทษว่าโรคอื่น โรคโน้น โรคนี้ไปนะครับ จริง ๆ แล้วยาแต่ละตัวก่อนที่จะออกมาใช้กับมนุษย์มันก็ต้องมีการทดลอง ในระยะเวลาที่ยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันก็ต้องมีการทดลองทั้ง ๒ ด้าน ของเราส่วนใหญ่ เราจะดูด้านเดียว คือด้านของสรรพคุณ ด้านของประโยชน์ในการรักษาโรค เช่นท้องอืดเราก็กิน ขมิ้นชันเดี๋ยวมันก็หายนะครับ มันก็หายท้องอืดได้เหมือนกัน แต่ยาบางตัวเราไม่เคยมาศึกษาว่า ถ้าเราไประยะยาว กินยาไประยะยาวแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพหรือเปล่า ทำให้ตับพิการหรือเปล่า ทำให้ไตวายหรือเปล่า อันนี้คือจุดอ่อนของยาสมุนไพรในบ้านเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่า อันตรายครับ ไม่ว่าเราจะส่งของเราออกไปขายหรือว่าจะไปซื้อของคนอื่นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาที่นิยมไปต่างประเทศแล้วก็ซื้อติดไม้ติดมือกันมาหลาย ๆ ตัวที่ทำให้เกิดอันตรายเมื่อกิน ระยะยาว อย่างเช่นยาบางตัวกินระยะยาวก็ทำให้กระดูกผุ ยาบางตัวก็ทำให้เป็นโรคความดันสูง โรคหัวใจอะไรอย่างนี้เป็นต้นครับ เรื่องนี้จึงต้องพิเศษหน่อยนะครับ เรื่องของยาแผนโบราณ ก็คือแล็บต้องทำระยะยาว แล้วก็ต้องทำทั้ง ๒ ด้านด้วย ด้านที่เป็นประโยชน์และด้านที่เป็นโทษ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่จะขอติงฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขด้วยนะครับ ท่านมานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว ท่านทราบไหมครับว่ายาสมุนไพร พอทำเป็นเม็ดแล้วมันราคาแพงกว่ายาแผนปัจจุบันบางตัวเสียอีก ทั้ง ๆ ที่คุณภาพก็คือยังไม่รู้ ยังไม่ทราบแน่นอน แต่แพงจริง ๆ ครับ หลาย ๆ ตัวเลยทีเดียว ผมว่าท่านจะต้องรับเรื่องนี้ ไปหน่อย แม้แต่ขมิ้นชันนะครับ มันก็คือขมิ้นธรรมดานี่ครับ แต่พอเอามาใส่แคปซูลแล้ว เม็ดละบาทกว่า ถ้าไปซื้อขมิ้นเป็นหัวมากินกิโลกรัมหนึ่งก็คงไม่กี่บาท ใช่ไหมครับ ทำไมมันถึง ได้แพงอย่างนั้น ก็ต้องฝากท่านไปด้วย

เรื่องของเครื่องมือแพทย์ครับ จากประสบการณ์ ผมเห็นเพื่อน ๆ ผมที่เป็นหมอ ด้วยกัน ไม่เห็นเขาซื้อเครื่องมือแพทย์ไทยมาใช้เลยครับ อันนี้จริง ๆ นะครับ ถ้าจะซื้อ เครื่องมือแพทย์ดี ๆ หน่อยก็คือซื้อจากยุโรป จากประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนกับตัวอื่น นั่นละครับ เพราะของเขาก้าวหน้าไปมาก เขาทำ คือมันใช้แล้วมันทนครับ ใช้ได้นานแล้วก็มี ประสิทธิภาพ ถ้าจะเอาแบบถูก ๆ แต่ก็ใช้ได้ในคุณภาพระดับหนึ่งนะครับ ก็ของประเทศจีน ตอนนี้ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ผมก็เห็นอยู่แค่นี้ ไม่ของฝรั่งก็ของประเทศจีน ของประเทศไทย มันก็น่าจะเป็นพวกเครื่องไม้เครื่องมือในการช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างเช่นรถเข็นอะไรอย่างนั้น เรื่องของเตียง เรื่องของอะไร ส่วนเครื่องมือระดับสูง ๆ ที่ใช้ในวิทยาการขั้นสูงนี่ผมว่าเราผลิต ไม่ได้อยู่แล้วอันนี้ครับ เรื่องของเครื่องมือแพทย์นี่ อย่างไรผมก็คิดว่าเราก็คงจะเหนือกว่า ประเทศเพื่อนบ้าน แต่สำคัญว่าเขาจะซื้อของเราหรือเปล่าเท่านั้น อันนี้นะครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ที่ผมอยากจะพูดในฐานะที่เป็นคนที่มาจากจังหวัดที่ปลูก ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย ที่จริงสัปดาห์นี้ตั้งใจจะถามกระทู้ถามสดเรื่องของยางพารา ราคาตกต่ำในตอนนี้ แต่บังเอิญท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าสัปดาห์นี้ไม่มีกระทู้ถามสด เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้รอดตัวไปครับ ไม่อย่างนั้นผมเอาตายเลยนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากในเรื่องของยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางพาราของเรา ที่ผมเห็นว่าตอนนี้ขึ้นชื่อแล้วก็ขายได้มาก ส่งออกได้มาก ก็น่าจะเป็นเรื่องถุงมือยาง ถุงมือยาง ที่ใช้ในทางการแพทย์ ถุงมือยางที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผมว่าคุณภาพของเราเชื่อถือได้ แล้วก็สามารถที่จะเป็นสินค้าที่คุณภาพดีครับ เมื่อก่อนนี้มาใส่ครั้งเดียวแล้วก็บางทีมีรอยขาด อะไรอย่างนี้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่มีแล้วครับ ได้พัฒนาไปมากทีเดียว ส่วนสินค้าอย่างอื่น อย่างเช่นยางรถยนต์นี่อย่างท่าน ส.ว. จังหวัดสงขลาได้พูดไปแล้วเมื่อกี้ผมยังเสียใจครับ ที่เราไม่มีแบรนด์ (Brand) ของเราเอง ทำไมต้องบริดจสโตน (Bridgestone) ทำไมต้องมิชลิน (Michelin) ด้วย ทำไมเราไม่มีแบรนด์ของเราเองนะครับ ผมว่าถ้าสามารถทำได้เราน่าจะรวย เพราะว่าเรามีวัตถุดิบของเราเอง ตอนนี้ปลูกยางพารากัน ๖๕ จังหวัดแล้วทั้งประเทศไทยนี่ มันน่าทำจริง ๆ ครับ แต่เราก็ไม่มี แม้แต่ลูกยางเราขายยางดิบไป ๑ กิโลกรัมตอนนี้ ๗๐ บาท แต่เมื่อก่อนนี่กิโลกรัมละไม่ถึง ๒๐ บาท ปรากฏว่าส่งไปประเทศจีนครับ ท่านประธานครับ และกลับมาเป็นลูกยางเล็ก ๆ ที่บีบ ที่ใช้บีบเวลาเขาวัดความดันของคนไข้ ท่านประธานจะเห็นว่า มันเป็นรูปรี ๆ เล็ก ๆ ปรากฏว่าเมื่อก่อนนี่ลูกยางขนาดนั้นลูกละ ๑๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่เขาซื้อยาง จากเราไปในตอนนั้นก็คือ ๑ กิโลกรัมประมาณ ๒๐ กว่าบาท ตอนนี้ผมไม่ทราบว่าราคา มันขึ้นไปเท่าไรแล้ว เพราะผมก็ไม่ค่อยได้ประกอบอาชีพทางแพทย์แล้วครับ พอมาเป็น ส.ส. ก็ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ราคามันขึ้นไปเท่าไร อันนี้เป็นมูลค่าเพิ่มที่เราน่าจะทำได้ในประเทศของเรา แต่เรากลับไปให้โอกาสคนอื่นเขา ไปให้ประเทศจีนเขาผลิตครับ ทั้ง ๆ ที่ยางเขาก็น้อยกว่าเรา มันแทบจะไม่มีเลยในตอนนั้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่น่าเสียดายที่ก่อนที่จะไปเจรจากับเขานี่ ผมว่าเรามาดูอุตสาหกรรมของเราเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องยาง ถ้าท่านประธานผ่านไปทางภาคใต้นะครับ วิ่งไปบนถนนหลวงนี่ และได้กลิ่นจากข้าง ๆ ทางมา ขอให้นึกเถอะครับว่าอันนั้นคือกลิ่นจากโรงงานอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่เกี่ยวกับยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือโรงงานน้ำยางข้นที่ผลิตลาเท็กซ์ (Latex) น้ำยางข้น แล้วก็ส่งไปทำถุงมือนั้นครับ ที่ผมพูดถึงเมื่อกี้นี้ โรงงานแบบนี้แก้ปัญหากันไม่ตกละครับ เรื่องของกลิ่นนี่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่อยู่ใกล้ อยู่ไกล พยายามจะทำเท่าไรมันก็แก้ไม่ตกครับ แต่ผมว่ามันต้องแก้ได้สิครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลครับว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างใหญ่หลวงในอนาคต ไม่มีใครหรอกที่จะไปคบกับคนที่ทำลาย สิ่งแวดล้อมหรอกครับ เพราะฉะนั้นก่อนจะออกไปสู่เขา ก่อนจะส่งสินค้าไปขายให้เขานะครับ หรือจะไปลงทุนทำโรงงานเกี่ยวกับยางพาราในบ้านของเขานี่เราปรับปรุงคุณภาพของเรา ให้มันดีเสียก่อนนะครับ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีที่ตอนนี้ก็มานั่งอยู่ ๒ คนแล้วครับ

ส่วนเรื่องของกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ รับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน และกรอบการเจรจา ความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายสาขา รวม ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ในวันนี้ พออ่านให้มันครบสูตรนะครับ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมไม่เห็นด้วย ขอบคุณครับ