ประเสริฐ ชิตพงศ์ เสนอแนวคิดเรื่องการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของไทยที่มีศักยภาพและมีความนำได้เข้าไปสู่ตลาดอาเซียนอย่างกว้างขวางขึ้น โดยเสนอให้ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาในการกำหนดกรอบการเจรจา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรมาใช้ในการกำหนดกรอบแนวทางและมาตรฐานผลิตภัณฑ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ก็ขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นกับกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐาน และการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน ซึ่งจะเกี่ยวพันกับ ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์นะครับ ซึ่งก็ขออนุญาตที่จะเรียนว่าจริง ๆ ก็ได้เตรียม ประเด็นต่าง ๆ ไว้มากมาย แต่ว่าหลายประเด็นก็ได้มีการพูดถึงโดยสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ ไปบ้างแล้วครับ ก็จะได้ตัดประเด็นเหล่านั้นไปเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา แล้วก็ไม่เป็นการพูดซ้ำ ก็เลยเอาเฉพาะประเด็นที่เหลืออยู่บางประการนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าการที่จะไปเจรจา เรื่องกรอบมาตรฐานในครั้งนี้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ๖ กลุ่มนี้ ผมก็ขออนุญาตเรียนว่า เป็นเรื่องที่เป็นทั้งโอกาสและข้อจำกัดของประเทศไทยนะครับ โอกาสนั้นก็ถือได้ว่าเป็นโอกาส ที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเรามีอยู่มากมายในบ้านเรา โดยเฉพาะใน ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้นี่ ประเทศไทยล้วนแต่มีศักยภาพและมีความนำอยู่มากมายนะครับ เมื่อจะได้มีการกำหนด กรอบมาตรฐานเหล่านี้ขึ้นมานี่ และประเทศไทยเองเมื่อเราเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่แล้วนี่ เราก็จะได้นำเอาศักยภาพเหล่านี้ไปเป็นแนวทางสำคัญในการเจรจานะครับ และขณะเดียวกัน ในการกำหนดกรอบต่าง ๆ ขึ้นมา เราก็คงได้ยึดเอาตามเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ ที่ประเทศไทย ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่บ้างแล้ว และบางประการเราก็ได้มีการกำหนดมาตรฐานเอาไว้แล้วด้วย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ไปสอดคล้องกับมาตรฐานของดับบลิวทีโอ ซึ่งจะไปเกี่ยวกับของทีบีที แล้วก็เอฟบีเอส (FBS) ตามที่ได้กำหนดเอาไว้นะครับ ซึ่งจากตรงนี้เองทำให้การที่เราจะนำกรอบ เหล่านี้ไป การที่เราจะไปเจรจาเพื่อกำหนดกรอบ หากเราได้ใช้แนวทางที่เป็นแนวทางเดิมอยู่บ้างแล้วนี่ มันก็จะช่วยให้โอกาสของสินค้าเรา ซึ่งหลายประการก็ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดแล้วนี่ ได้เข้าไปสู่ตลาดอาเซียนอย่างกว้างขวางขึ้น และขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะตามมา ซึ่งอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งในอนาคตก็จะมีผลิตภัณฑ์หลาย ๆ อย่างตามมาด้วย ก็จะได้เป็นไปตามกรอบ ที่เจรจาไว้ และเป็นกรอบที่เกิดขึ้นจากการที่เราจะใช้มาตรฐานที่อยู่ในบ้านเราแล้ว ซึ่งตรงนี้เอง ผมคิดว่ามันจะทำให้มาตรฐานสินค้าของบ้านเราในการที่จะกระจัดกระจายตัวอยู่ในอาเซียนเอง หรือการที่จะกระจายตัวนอกอาเซียน แต่ใช้เกณฑ์มาตรฐานที่เราได้กำหนดร่วมกันของอาเซียน เป็นข้ออ้างอิง แล้วก็เป็นการกำหนดที่อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานของสินค้าเราเอง ก็จะเป็น การเกิดประโยชน์อย่างมากมายนะครับ เพราะผมคิดว่าประเทศไทยเรานั้นหลาย ๆ ประการ ในกลุ่ม ๖ ผลิตภัณฑ์นี้นี่นะครับ เราได้มีความนำอยู่แล้ว ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างเป็นเรื่อง ๆ ไป อย่างสั้น ๆ ด้วยเวลาที่จำกัดนะครับ
ประการแรก ก็คือสิ่งสำคัญที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องของความสามารถที่คนไทยมีอยู่นะครับ แล้วก็เป็นส่วนสำคัญที่หากว่า ได้นำความสามารถนี้เข้าไปเป็นแนวทางในการที่จะไปกำหนดกรอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีเอง ขออภัยท่านนะครับที่อยากจะฝากท่านก็เคยเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย เคยเป็นครูบาอาจารย์ เคยร่วมงานกันมาในหลาย ๆ ด้านนะครับ วันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ได้มีโอกาสเจอท่านนะครับ ก็อยากจะฝากว่าทำอย่างไรในการไปกำหนดกรอบเจรจานี้จะได้ใช้องค์ความรู้ที่ประเทศไทย เรามีอยู่ โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทั้ง ๖ กลุ่มนี้เข้าไปใช้เป็นข้อมูล เป็นเงื่อนไขในการที่จะไปเป็นตัวกำหนดกรอบการเจรจา ซึ่งจะทำให้กรอบที่เกิดขึ้นนี้ มันเป็นกรอบที่อาจจะได้ประโยชน์และสอดคล้องกับมาตรฐานหรือแนวทางที่ประเทศไทย ได้ปฏิบัติอยู่ ซึ่งข้อมูลทางวิชาการเหล่านี้ผมอยากเรียนว่าไม่ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ตาม หรือนักวิชาการด้านอื่น ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้อง ก็มีอยู่มากมายในสถาบันการศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษา ในบ้านเรา เพราะฉะนั้นในการไปกำหนดกรอบหากจะได้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จากทางวิชาการ ไปช่วยแบ็กอัพ (Backup) ไปช่วยส่งเสริมสนับสนุน หรืออาจจะมีทีมในการไปเจรจา หากมีการเปิดโอกาสให้มีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ จากสถาบันการศึกษาเข้าไปร่วมอยู่ เป็นทีมอยู่ด้วย อะไรอยู่ด้วย อาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่สามารถจะกำหนดให้เข้าไปร่วมทีมได้ อะไรได้ เป็นการไปส่งเสริมสนับสนุนต่อผู้ที่รับผิดชอบหลักในการเจรจานี่ ผมคิดว่าจะทำให้เป็น การกำหนดกรอบมาตรฐานที่มีพื้นฐานทางวิชาการที่ทางสถาบันการศึกษาหลาย ๆ แห่ง มีความรู้และมีองค์ความรู้อยู่นี่ได้นำไปใช้ประโยชน์และเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทั้งในฐานะที่ท่านเป็นครูบาอาจารย์กันมาก่อน และในฐานะที่ส่วนตัวก็เคยร่วมงานกับท่านมา แล้วก็ทราบว่าท่านเองก็เป็นผู้ที่รู้และเข้าใจ ถึงบทบาท แล้วก็มีความรู้ความสามารถในการที่จะเจรจา แล้วก็นำประโยชน์จากศักยภาพ ที่ประเทศไทยมีอยู่เข้าไปใช้ประโยชน์ในการเจรจาระหว่างประเทศนี้เป็นอย่างมากนะครับ
ประการที่ ๒ ก็ขอยกไปในผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกครับ ก็คือกลุ่มยาแผนโบราณ ซึ่งหลายท่านในที่นี้ก็ได้ให้ข้อมูลให้ความคิดเห็นไปแล้ว ก็ขออนุญาตเรียนว่ายาแผนโบราณ ที่อยู่ในบ้านเรานั้น ถ้าเราไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนด้วยกันแล้ว ผมคิดว่า ประเทศไทยก็มีความนำอยู่มากทั้งในระดับที่อาจจะผลิตเป็นอุตสาหกรรมแล้วอย่างค่อนข้าง จะชัดเจนนะครับ หรือในลักษณะที่ผลิตเป็นระดับโอทอปอยู่ อะไรอยู่ ทำอย่างไรการกำหนด เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้ที่จะทำให้การอ้างอิงในการกำหนดกรอบนั้นใช้มาตรฐาน จากที่บ้านเรา ได้ดำเนินการอยู่แล้ว อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณที่อาจจะได้รับการรับรองจาก อย. แล้วนี่ เข้าไปเป็นเกณฑ์มาตรฐานเพื่อประกอบการเจรจา แต่การที่จะทำให้เกณฑ์มาตรฐาน ที่เราได้ใช้อยู่นั้นไปเป็นส่วนสำคัญในการที่จะเป็นข้อกำหนดในการกำหนดกรอบได้ แน่นอนครับ เราก็ต้องแบ็กอัพให้ประเทศที่ร่วมเจรจาได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเรามีองค์ความรู้นี้อย่างแท้จริง จะเป็นผู้ที่ไปจาก อย. ไปร่วมในการเจรจาตรงนี้หรือไปจากสถาบันการศึกษาที่ทำการค้นคว้าวิจัย เรื่องยาแผนโบราณนะครับ สมุนไพรนี่มาก ๆ เอาข้อมูลทางวิชาการไปเป็นตัวช่วยในการที่จะไป กำหนดกรอบแนวทางเพื่อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นยาแผนโบราณ ทั้งหลาย ซึ่งสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์หลายแห่ง สถาบันวิจัยหลายแห่งที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือแม้แต่กระทั่งโรงพยาบาลที่เราได้ยินกัน มากมายว่ามีความรู้ความชำนาญเชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพรอย่างมาก ก็คือโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศรอย่างนี้เป็นต้น ทำอย่างไรถึงจะให้หน่วยงานเหล่านี้ได้มีโอกาสให้ข้อมูล และถ้าหากว่าในการเจรจานั้นได้สามารถนำคนเหล่านี้เป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์หรือร่วมอะไรก็ได้นี่ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากนะครับ
ต่อไปคือเครื่องมือแพทย์ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าประเทศไทยมีนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นทั้งนายแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นนักวิทยาศาสตร์ ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพหลาย ๆ แห่ง ได้ร่วมกันผลิตเครื่องมือแพทย์ที่อยู่ในระดับที่จะใช้งานได้ ในระดับประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายอย่างบ้านเราหรือประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่มอาเซียน ยกเว้นประเทศสิงคโปร์นะครับ ซึ่งเครื่องมือแพทย์เหล่านี้เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ราคาไม่แพงนัก และอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่จะใช้ใน อาจจะเป็นภูมิภาคเขตร้อนหรือในระดับของประเทศ ที่มีรายได้ในระดับเท่า ๆ กับบ้านเราอยู่มากมาย แต่โอกาสที่เขาจะนำเครื่องมือแพทย์เหล่านี้ ไปพัฒนาเป็นนวัตกรรม ไปผลิตเป็นการค้า ไปอะไรต่อมิอะไรพวกนี้ ในอดีตที่ผ่านมามีข้อจำกัด อยู่มาก ตรงที่ว่าถ้าผลิตออกมาแล้วถามว่ามีตลาดกว้างขวางไหม บางทีเครื่องมือแพทย์ของเรา หลายชิ้นนี่ดีกว่าเครื่องมือแพทย์ที่ใช้อยู่ในประเทศจีน แต่ว่าในประเทศจีนนั้นเขาผลิตอะไร ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่งนี่นะครับ ประชากรของเขามีจำนวนเป็นพัน ๆ ล้านคน โอกาสทางการตลาด ของเขา อะไรของเขามีมาก แต่สำหรับประเทศไทยแล้วนี่ครับ ถ้าเราผลิตขึ้นมาแล้วในอดีต ที่ผ่านมาเราก็จำหน่ายขายกันอยู่ได้ในจำนวนประชากรของเรา ๖๐ ล้านคนนี่ ไม่พอในเชิงการค้า แต่ในอนาคตเมื่อเราเป็นประชาคมอาเซียน จะมีประชากรอยู่ในประชาคมอาเซียนประมาณ ๖๐๐ ล้านคน ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เองเป็นโอกาสให้เครื่องมือแพทย์ทั้งหลายซึ่งได้มีการผลิต ค้นคว้าอะไรขึ้นมามากมายในโรงพยาบาลชั้นนำหลาย ๆ แห่ง โรงพยาบาลของสถาบันอุดมศึกษา ที่เขามีคณะแพทย์ ซึ่งได้ผลิตเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้มามากมายได้ไปจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญาอะไรต่อมิอะไรไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูในทะเบียนของทรัพย์สินทางปัญญานี่เราจะพบ ข้อมูลเหล่านี้ต่าง ๆ มากมาย มีนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมากมาย แต่นวัตกรรมเหล่านี้ไม่สามารถ นำไปผลิตเป็นการค้าได้เพราะเหตุมีข้อจำกัดว่า ถ้าเราคิดแต่ประชากรของประเทศไทยนี่ มันไม่คุ้มในเชิงพาณิชย์ แต่เมื่อเรามีประชาคมอาเซียนถึง ๖๐๐ ล้านคน ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเปิดโอกาสให้เราอีกมากมายที่เราจะนำผลงานวิจัย ผลงานค้นคว้าและนวัตกรรม ที่เกิดขึ้นจากนักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ วิศวกร หรือนักวิทยาศาสตร์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันผลิตเครื่องมือแพทย์เหล่านี้ขึ้นมา สามารถนำนวัตกรรมเหล่านี้มาผลิตเชิงพาณิชย์ และมีการจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ซึ่งในการไปกำหนดการเจรจานี่ ผมคิดว่าถ้าเราได้มีคน เหล่านี้ร่วมคณะไปด้วย ไปให้ข้อมูลเพื่อเป็นการให้ข้อมูลสำหรับประกอบการกำหนดเกณฑ์ มาตรฐาน มันจะเป็นลักษณะของ คอมเพททิทิฟ แอดวานทิจ (Competitive Advantage) จริง อยู่ครับ เราทำงานร่วมกันในประชาคมอาเซียนเราก็คงอยู่บนพื้นฐานของ โค ออฟเพอเรทิฟ คอมเพทชั่น (Co-operative Completion) มีการแข่งขันในเชิงร่วมมือ หรือร่วมมือในเชิงแข่งขันกัน อยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันเราก็คงหลีกไม่พ้นที่เราจะต้องเจรจาเพื่อการกำหนดเกณฑ์ กำหนดกรอบอะไรก็แล้วแต่บนพื้นฐานของ โค ออฟเพอเรทิฟ แอดวานทิจ (Co-operative Advantage) ความร่วมมือที่มีความได้เปรียบอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอฝากท่านว่า ถ้าเราได้มีโอกาสนำผู้ที่มีประสบการณ์ มีองค์ความรู้ มีอะไรต่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรา จะได้เปรียบในเชิงการที่เราไปกำหนดเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ แล้วนี่ เราก็น่าจะใช้ประโยชน์ จากคนเหล่านั้นร่วมไปด้วย อย่างที่ผมเรียนแล้วว่ากรณีเครื่องมือแพทย์มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย มันมีนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าเราได้นำคนเหล่านี้เข้าไป หรือหารือกับเขาก่อนที่จะไปเจรจาเพื่อจะทำให้ข้อมูลเหล่านี้ เป็นประโยชน์ในการที่จะไปกำหนดกรอบ ไปกำหนดแนวทางต่าง ๆ แล้วในที่สุดเมื่อกรอบต่าง ๆ เหล่านั้นได้รับการยอมรับและกำหนดเป็นกรอบแนวทางขึ้นมาแล้ว มันก็มีความได้เปรียบ และเป็นประโยชน์อยู่สำหรับโครงการในส่วนของประเทศไทยที่เรามีความรู้ แล้วก็มีส่วนสำคัญ ที่เราจะผลิตเครื่องมือแพทย์หรืออื่น ๆ เหล่านี้ขึ้นมาได้นะครับ ก็อยากจะขอฝากเอาไว้ว่าเป็นไปได้ หรือไม่ เพียงใด ที่เราจะใช้ประโยชน์จากนักวิชาการติดสอยห้อยตามไปด้วยในการไปกำหนดกรอบ และเจรจา อันนี้ผมอาจจะไม่ทราบข้อมูลก็ได้ว่าเขามีกรอบไว้แค่ไหน เพียงใดว่าผู้ที่จะเข้าร่วม ในการเจรจากำหนดกรอบนั้นมีจำนวนจำกัดประการใด มีตำแหน่งหน้าที่ประการใด แต่หากเป็นไปได้จากประสบการณ์ในอดีตผมเองก็เคยทำหน้าที่เป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าไปร่วมในการเจรจาบางครั้งบางเรื่องเป็นหัวหน้าคณะหรือเป็นอะไรต่ออะไรนี่ ผมก็สามารถนำที่ปรึกษา นำใครต่อใครที่พอจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ในการไปเจรจานี่ นำติดไปด้วย อะไรไปด้วย และในที่สุดก็จะได้เป็นประโยชน์ในการที่จะเป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าไปเจรจาในส่วนนั้น ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ
ประการที่ ๓ คือเรื่องอาหารแปรรูปครับ ก็อยากเรียนว่าเรื่องอาหารแปรรูปนั้น เราก็ทราบกันอยู่ว่าประเทศไทยนั้นมีความนำในเอเชีย ความนำในหลาย ๆ ด้านในเรื่อง อาหารแปรรูป ประการแรกก็คือเนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งที่รับรู้กันอยู่ว่าเป็นแหล่ง ผลิตอาหารที่สำคัญ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารนั้นในภูมิภาคเอเชียด้วยกันแล้ว ไม่ใช่เฉพาะในอาเซียน ในภูมิภาคเอเชียนั้นประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความนำด้วย ซึ่งกรณีเช่นนี้ผมคิดว่าในการไปกำหนดกรอบการเจรจามันก็คงจะต้องใช้ข้อมูลในส่วนที่ ประเทศไทยเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เป็นผู้ที่มีความนำอยู่ เข้าไปเป็นเงื่อนไขสำคัญในการกำหนด กรอบต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพื่อที่จะทำให้เป็นการเปิดโอกาสให้อาหารแปรรูปไทยได้สามารถ มีความนำได้ในเชิงที่จะไปสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ เราไม่ได้เอาเปรียบประเทศอื่น แต่อย่างน้อยที่สุดจะทำให้อาหารแปรรูปของเราซึ่งได้รับการยอมรับอยู่แล้ว ได้รับการยอมรับ มากขึ้น ไม่ว่าในภูมิภาคอาเซียนกันเองหรือการที่จะมีประเทศอื่นนอกภูมิภาคอาเซียนซึ่งจะมา ร่วมค้ากับภูมิภาคอาเซียนเรา ก็จะทำให้สิ่งที่เป็นอาหารแปรรูปจากบ้านเรานั้นมีความได้เปรียบกัน มากขึ้น แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยด้วย และที่สำคัญ มีท่านสมาชิกรัฐสภาบางท่านได้พูดถึงไปบ้างแล้ว ที่อยากจะฝาก ซึ่งเราเองก็มีความนำอยู่ด้วย แต่เราอาจจะมีความนำที่แฝงเร้น และในขณะเดียวกันก็มีลักษณะที่ต้องตามประเทศอื่นอยู่บ้าง ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเรามีความนำก็คือในเรื่องอาหารฮาลาล ซึ่งอาหารฮาลาลนี้เอง ผมก็อยากเรียนว่าถ้าพูดถึงในขณะนี้ถามว่าอาหารฮาลาลที่ผลิต แล้วก็จำหน่ายอยู่ในประเทศ หลาย ๆ ประเทศที่เน้นการบริโภคอาหารฮาลาลแล้ว ถามว่าอาหารฮาลาลเหล่านั้นผลิตที่ไหนครับ ในความเป็นจริงก็คือผลิตในประเทศไทย แต่ไปตีตราในต่างประเทศ ไปตีตราในประเทศมาเลเซีย ไปตีตราในประเทศอินโดนีเซีย โรงงานหลาย ๆ แห่งอยู่ในจังหวัดที่บ้านผม ที่จังหวัดสงขลานี่เองครับ แต่ผลิตใส่กระป๋องไปแค่นั้นเอง และไปตีตราที่ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง หรือไม่ก็ อาจจะขนส่งไปแล้วไปตีตราในประเทศอื่น แล้วบอกว่าผลิตในประเทศอื่น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว ก็ผลิตในบ้านเรานี่เอง เนื่องจากว่าในบ้านเรานั้นยังไม่ได้ถือว่าเป็นประเทศมุสลิม เพราะฉะนั้น การที่จะยอมรับอาหารฮาลาลจากประเทศไทยในเชิงของการเป็นฮาลาลอาจจะด้อยกว่า ประเทศอย่างประเทศมาเลเซีย อย่างประเทศอินโดนีเซียนะครับ แต่ในความมีรสชาติ ความถูกต้อง แล้วก็ความพร้อมในการที่จะผลิตอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เป็นอาหาร ที่บรรจุภัณฑ์แล้ว ก็ขออนุญาตเรียนว่าประเทศไทยมีความพร้อมเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเหตุที่ว่า เราอาจจะมีความไม่พร้อมในเรื่องของการที่จะบอกตนเองว่าเป็นประเทศที่มีความนำในเรื่อง อาหารฮาลาล และมีความถูกต้องในการเป็นอาหารฮาลาล ทำให้เราเสียเปรียบในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานและกำหนดอะไรต่ออะไรก็ตาม ที่มันจะช่วยเอื้อให้เรื่องของอาหารฮาลาลที่ผลิตในประเทศไทยเป็นอาหารฮาลาลที่ได้รับ การยอมรับตรงไปตรงมา ที่ไม่ต้องผลิตแล้วต้องไปตีตราในประเทศอื่นนะครับ ก็อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีในส่วนนี้ด้วยนะครับ
สุดท้ายที่อยากจะขอเรียน ก็คือผลิตภัณฑ์ยางครับ ผลิตภัณฑ์ยางจริง ๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์ยางในบ้านเรามีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ประเภทผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตโดย บริษัทข้ามชาติที่มาตั้งโรงงานอยู่ในบ้านเรา เพราะเห็นว่าบ้านเรานั้นอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งก็มีอย่างเช่นยางรถยนต์หรืออะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เป็นยี่ห้อที่ถือว่าดัง ๆ ทั้งนั้น ของโลก ไม่ว่าจากประเทศฝรั่งเศส จากประเทศอังกฤษ จากประเทศเยอรมนีหรืออะไรก็ตาม จากประเทศญี่ปุ่น จริง ๆ แล้วยางเหล่านั้นผลิตในบ้านเรานี่เอง โรงงานอยู่ในบ้านเรานี่เอง แต่เอาละผลิตภัณฑ์เหล่านั้นถูกตีตราแล้วก็ได้ใช้เกณฑ์มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตซึ่งเขาเป็นบริษัท ที่เป็นมาตรฐานโลกอยู่แล้ว แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ยางอีกมากมายที่อาจจะไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ยาง ในระดับสูง อย่างเช่นที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากการค้นคว้าวิจัย ของนักวิทยาศาสตร์ในบ้านเรานี่ ของวิศวกร ของใครต่อใครที่เป็นนักวิจัยค้นคว้าอยู่ในบ้านเรา และใช้ประโยชน์ในบริเวณในพื้นที่ที่เป็นประเทศเขตร้อน ประเทศระดับกลาง ประเทศที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาอย่างบ้านเราเหมาะสมกับสภาพอย่างนี้อยู่อีกหลายชนิด และมากมาย ทำอย่างไรผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถจะนำมาเป็นนวัตกรรมแล้วก็ผลิต เป็นเชิงพาณิชย์ได้ แล้วก็มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาโดยกลุ่มอาเซียนของเราเองนี่ และนำไปสู่การที่เราจะสามารถผลิตแล้วนำไปจำหน่ายได้อย่างกว้างขวางขึ้น ทั้งในประเทศ ที่อาจจะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าไปแล้วมากกว่าเราแต่สนใจและต้องการที่จะใช้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้และใช้เกณฑ์มาตรฐานรวม ๆ ของอาเซียนหรืออาจจะเป็นสินค้าที่ส่งไป จำหน่ายในประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกาก็ตาม ในทวีปอเมริกาใต้ก็ตาม ตรงนี้เองผมคิดว่าการที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์ยางในบ้านเราเข้าไปสู่การที่จะกำหนดเป็นเกณฑ์ มาตรฐานอาเซียน แล้วก็เป็นโอกาสในการที่จะไปจำหน่ายในประเทศที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ที่เทียบเท่ากับบ้านเราครับ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากมายนอกเหนือจากวัตถุดิบ ยางพาราในบ้านเรานั้นได้ถูกแปรรูปไปเป็นวัตถุ เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ที่มีความก้าวหน้าไปแล้ว เช่น ยางรถยนต์ เป็นต้น ยังมีผลิตภัณฑ์มากมายซึ่งเกิดจากการคิดค้น ของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่น่าจะเป็นประโยชน์ได้หากเราได้นำสิ่งเหล่านี้ไปกำหนดเป็นเกณฑ์ มาตรฐานและเป็นเกณฑ์มาตรฐานอาเซียนขึ้นมา และในอนาคตเมื่ออาเซียนมีคู่ค้ามากมาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ต่อพี่น้องประชาชน ต่อเกษตรกรชาวสวน ยางพาราด้วย ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านแล้วก็ข้อมูลวิชาการและองค์ความรู้เหล่านี้ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการไปพิจารณากำหนดกรอบต่าง ๆ นั้น ผมขอกราบเรียนว่า สามารถที่จะหาได้ทั้งในเรื่องของตัวบุคคลก็ตามหรือจะเป็นเอกสารทางวิชาการก็ตาม อยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง อยู่ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คนเหล่านี้พร้อมที่จะให้ข้อมูลท่านได้หรือถ้าท่านจะนำเขาไปด้วยในการไปพูดคุยเจรจา เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีเองด้วยความเคารพท่านก็คง จะสามารถติดต่อสื่อสารกับคนเหล่านี้ได้ หรือจะให้ผมได้ช่วยให้ข้อมูลท่านประการใด เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าเรื่องผลิตภัณฑ์ยาง เรื่องอาหารแปรรูป เรื่องเครื่องมือแพทย์ที่คิดว่านักวิชาการและองค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ที่ไหน ผมก็ยินดีที่จะ ร่วมมือกับท่าน อย่างเช่นที่เคยร่วมมือกันมาแล้วในอดีตนะครับ
สุดท้ายที่อยากจะฝากท่านก็คือว่าทำอย่างไรที่จะทำให้การเจรจาเพื่อกำหนด กรอบความรู้เหล่านี้นะครับ ให้กรอบมาตรฐานเหล่านี้เมื่อได้มีการกำหนดกรอบขึ้นมาแล้วนี่ ทำอย่างไรที่จะเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์หรือนักอะไรก็แล้วแต่ของประเทศไทย ซึ่งก็มีองค์ความรู้อยู่สามารถที่จะไปช่วยประเทศอื่นในอาเซียนในการที่จะต้องพัฒนา ห้องปฏิบัติการ ห้องทดสอบหรือดำเนินการใด ๆ ที่จะทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ของประเทศ เหล่านั้นในอาเซียนเขาได้ปรับปรุงและพัฒนาอย่างมีมาตรฐานขึ้นมาด้วย ผมเชื่อว่าถ้าหาก การกำหนดกรอบนั้นได้ใช้องค์ความรู้จากประเทศไทยไม่ว่าในรูปของตัวบุคคล ในรูปของข้อมูล เอกสารวิชาการ และในขณะเดียวกันเมื่อได้กำหนดกรอบขึ้นมาแล้ว เกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นเกณฑ์ที่ไปจากองค์ความรู้ของประเทศไทย มันก็เป็นโอกาสให้ผู้ที่มีองค์ความรู้ในประเทศไทย ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ที่เขาต้องการจะพัฒนาห้องปฏิบัติการ พัฒนาสร้าง เกณฑ์มาตรฐาน สร้างอะไรต่ออะไรเขาขึ้นมาด้วยในอนาคตโดยที่ผู้ที่มีความรู้ในประเทศไทย หรือองค์ความรู้ในประเทศไทยนั้น ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการไปพัฒนาเพื่อให้เขาได้มี ความพร้อมในการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์เขาขึ้นมาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานด้วย อันนี้ก็จะเป็น โอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ให้นักวิชาการหรือใครก็แล้วแต่ในประเทศไทยได้เปิดโอกาสให้ไปทำงาน ไปช่วยเหลือประเทศอื่นในอาเซียนเพื่อที่ทำให้เขาได้พัฒนาและมีความพร้อมในการที่จะ พัฒนาตนเองขึ้นมาให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดนี้ได้ ก็เป็นการเปิดโอกาสให้นักวิชาการของประเทศไทยได้เข้าไปร่วมช่วยทำงานหรืออะไรต่ออะไร ในประเทศอื่นหรือเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาออกไปในอนาคตที่อาจจะ ออกไปปฏิบัติงาน ไปทำงานอยู่ในองค์กรหรือภาคส่วนที่ดูแลเรื่องมาตรฐานนั้น ๆ ในประเทศอื่น ในอาเซียนด้วยซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านโดยที่เราใช้ความรู้และความสามารถ ของคนไทยแล้วก็คนรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาออกไปได้มีโอกาสที่จะไปทำงานในประเทศอื่นด้วย ก็อยากจะขอฝากขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่ออย่างน้อยหากคิดว่า ข้อเสนอที่ผมได้นำเสนอไปนี้จะเป็นประโยชน์ประการใด ก็จะได้นำไปใช้ในการกำหนดกรอบ เจรจาในคราวนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ