หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ เสนอกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน เพื่อการสัตยาบันของประเทศไทย
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ในนามคณะรัฐมนตรี ขอเสนอกรอบการเจรจาความตกลง ด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐาน และคุณภาพของอาเซียน และกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ รับรองรายสาขา รวม ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อให้ที่ประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีสาระดังนี้
ตามที่การดำเนินงานเพื่อเข้าสู่กรอบประชาคมอาเซียนหรือที่เรียกว่า เออีซี (AEC) อาเซียนได้เริ่มดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยดำเนินงานด้านมาตรฐาน และการตรวจสอบรับรองร่วมกันของสมาชิกอาเซียน เป็นกลไกหนึ่งในการลดอุปสรรค ทางการค้าที่เกิดจากการที่ประเทศคู่ค้าใช้บังคับมาตรฐานของสินค้าที่เกิดจากอีกประเทศคู่ค้า และกฎระเบียบการตรวจสอบสินค้าที่แตกต่างกัน โดยสมาชิกอาเซียนมีการดำเนินงานร่วมกัน ที่สำคัญคือการปรับมาตรฐานสินค้าของสมาชิกให้สอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานไอเอสโอ มาตรฐานไออีซี (IEC) มาตรฐานยูเอ็นอีซีอี (UNECE) และได้มีการเจรจาทำความตกลงยอมรับในผลการตรวจสอบรับรองสินค้าร่วมกัน เพื่อลดการตรวจซ้ำ
สาระสำคัญของกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ รับรองภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ASEAN) นั้น กรอบการเจรจาดังกล่าวจะครอบคลุม ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาเซียนเห็นชอบร่วมกันให้เป็น สินค้านำร่อง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ยาง ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจะทำให้ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบ รับรองสินค้าที่นำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสในการขยายตลาดการค้าการลงทุนของประเทศไทย ผู้บริโภค มีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น และจะทำให้ราคาสินค้าถูกลง โดยยังคงมีคุณภาพ มาตรฐานเนื่องจากมีการแข่งขันสูง กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการประชุมหารือ อย่างต่อเนื่องกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและได้รับฟังเสียงจากผู้มีส่วนได้เสียจำนวน ๕ ครั้งทั่วประเทศ และได้สอบถามความเห็นจากหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจากการสอบถามหน่วยงานทั้งหมดได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่ากรอบการเจรจาทั้งหมด ที่เสนอนั้นควรให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการนำเสนอรัฐสภาพิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป คณะรัฐมนตรีได้ประชุมเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๕ และเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง ภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานของอาเซียน และเห็นชอบกรอบเจรจา ด้านความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายสาขาทั้ง ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจรับรองภายใต้คณะกรรมการ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน และ ๒. กรอบการเจรจาความตกลง ด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายการสินค้ารวม ๖ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนั้น เป็นรายละเอียดของวาระเร่งด่วนที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเสนอวาระที่สอง เป็นเรื่องที่จะเสนอ ๒ คราวในลำดับเดียวกัน เนื่องจากต่อเนื่องกันเลยครับ เป็นเรื่องความตกลง ว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของอาเซียน ซึ่งเรื่องนี้ขอเท้าความเป็นมาว่าในปี พุทธศักราช ๒๕๔๘ ครับ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ โดยซึ่งอาเซียนนั้นได้เห็นชอบร่วมกันให้มีการปรับมาตรฐาน และระบบการตรวจสอบรับรองและการควบคุมสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของอาเซียนให้สอดคล้องและยอมรับผลตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ โดยประเทศในอาเซียน ได้มีการลงนามรับรองมาตรฐานนี้นะครับ แล้วข้อบังคับดังกล่าวนี้แล้วนะครับ ๙ ประเทศ ยังขาดประเทศไทยนะครับ ซึ่งจะต้องให้สัตยาบันเพื่อให้ความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยสาระสำคัญก็คือเพื่อที่จะให้รับรองผลทดสอบบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในการนำเข้าและส่งออกสินค้าดังกล่าวระหว่างประเทศอาเซียนโดยไม่ต้องตรวจสอบซ้ำ หากประเทศอาเซียนจะออกกฎระเบียบหรือมาตรฐานบังคับใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริภัณฑ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ความตกลงดังกล่าว ก็เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อความปลอดภัย เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อป้องกันการรบกวนทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง ขององค์การการค้าโลก กระบวนการอนุญาตต่าง ๆ เป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งประเทศไทยกระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นผู้ดำเนินการ ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็เพื่อเป็นการลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และเพื่อให้เกิดความมั่นใจในบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน แล้วก็จะเป็น การเปิดโอกาสให้มีการขยายตลาดทางการค้าและการลงทุนเพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือก ในการซื้อสินค้ามากขึ้นและราคาถูกลง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำรับฟังความคิดเห็น จากประชาชนเรียบร้อยแล้วครับ และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้เห็นชอบว่าในการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ของอาเซียน และเมื่อรัฐสภาเห็นชอบให้ความตกลงแล้วก็จะมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งสำนักงานเลขาธิการอาเซียนว่าประเทศไทยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามกระบวนการ ภายในแล้วนะครับ ข้อเสนอนะครับ ก็ขอความกรุณาให้รัฐสภาโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ ความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน เพื่อการดำเนินการให้การสัตยาบันของประเทศไทยต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน