ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องการห้ามสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับเลือกเข้ามาไม่สมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. อีกครั้ง เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และเรียกร้องให้ให้โอกาสคนกลางที่มีความรู้และความสามารถที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำงานเป็น สสร.
ผมสั้น ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็คงจะร่วมอภิปรายกับท่าน ส.ว. เจริญ ภักดีวานิช แล้วก็ ส.ว. สุริยา ปันจอร์ ซึ่งได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ เนื่องจากท่านประธานเร่งรัดให้จบไว ๆ หน่อยนะครับ ผมก็จะสนองท่านประธานด้วยความเต็มใจครับ ในมาตรานี้ผมได้ร่วมกัน อภิปรายมีความเห็นตรงกันว่าคนที่จะลงเป็น สสร. นั้นลงสมัครเลือกตั้งเป็น สสร. ซึ่งมีเพียง ๗๗ ท่านเท่านั้นเองนี่นะครับ ก็ไม่ควรที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ในโอกาส ที่จะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งครับ เหตุผลง่าย ๆ นะครับ
ประการแรกนะครับ ซึ่งหลายท่าน ส.ว. ส.ส. หลายท่านได้พูดไปแล้วว่า สสร. ควรจะเป็นกลาง คําว่าเป็นกลางนั่นก็คือว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ถือฝักใฝ่เลือก พรรคใดพรรคหนึ่ง สนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นการเฉพาะนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้ เราก็เกรงกันอยู่แล้วว่า สสร. ที่จะเข้ามานั้น ถ้าหากว่าเป็นคนของพรรคการเมืองก็จะ ถูกครอบงําได้โดยง่ายครับ เพราะฉะนั้นในลักษณะพรรคการเมืองปัจจุบันนั้นเห็นได้ชัดเจนว่า คนที่เป็นคนของพรรคการเมืองนั้นก็ย่อมจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งหรือว่าคล้อยตามนโยบาย ของพรรคการเมืองนั้น ๆ เราก็ไม่อยากจะเห็นว่า สสร. นั้นเป็นคนที่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าถ้าเลือกเข้ามาเป็น สสร. แล้วก็ควรจะทําหน้าที่ เป็นกลางอย่างแท้จริง ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ สสร. ที่ได้รับเลือกเข้ามานั้นมีผลประโยชน์ ทับซ้อนหรือกระทําการใด ๆ เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ก็ควรจะห้ามไว้ ในรัฐธรรมนูญเสียเลยว่าไม่ให้สมัครเป็น ส.ส หรือ ส.ว. อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นกลาง อย่างแท้จริง
เหตุผลประการที่ ๒ ครับ การที่ สสร. หรือว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อทําหน้าที่เสร็จแล้วก็ลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือว่าดํารงตําแหน่งเป็น ส.ว. เสียเองนะครับ มันเห็นชัดเจนว่า เห็นชัดเจนนะครับท่านประธานว่ามันจะขาดความเชื่อถือว่าคนก็จะพูดกัน ด้วยว่าที่แท้ก็ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแท้ ๆ เลย อ้ายนี่มันชัดเจน เลยนะครับว่าเป็นการกระทําที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว คนที่เห็นแก่ตัวนะครับท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพรัก ไม่ควรจะให้มาเป็น สสร. หรือแม้กระทั่งไม่ควรจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ด้วยซ้ําไป การที่จะเข้ามาทําหน้าที่เป็น สสร. ซึ่งจะต้องร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่า เป็นสูงสุดของประเทศนั้น ก็ควรจะที่เป็นคนกลางอย่างแท้จริง แล้วก็ไม่ได้ดําเนินการอะไร ที่เป็นการเห็นแก่ตัว ที่จริงแล้วท่านประธานครับ ในประเทศไทยเราเรามีคนเก่งเยอะแยะเลย คนเก่งมากมายที่พร้อมที่จะทํางานให้ประเทศชาติ หลายคนคืออยากจะเข้ามาทําหน้าที่ สสร. อยากจะสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสร. แต่เขาอาจจะไม่เคยคิดเลยว่าอยากจะลงเป็น ส.ส. หรือว่าอยากเป็น ส.ว. ให้โอกาสคนพวกนี้เถอะครับ คนที่มีความรู้แล้วก็อยากจะทํางาน เพื่อประเทศชาติจริง ๆ ถ้าหากว่าคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนคือเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แล้วก็ขอลงสมัคร สสร. เสียเอง เป็นการปิดกั้นโอกาสของคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่เขาน่าจะมาทําหน้าที่ได้ดีกว่านะครับ หลายท่านได้พูดตรงนี้มา ๑๐ กว่าวันที่ผ่านมาบอกว่า พรรครัฐบาลนี่นะครับ อะไร อะไรก็จะกินรวบไปหมด ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าถ้าหากว่าจะทําให้การทํางานของ สสร. เป็นไปตามแท้จริงแล้ว เสียงข้างมากก็ควรจะให้โอกาสเสียงข้างน้อยที่จะทําหน้าที่ได้โดยเป็นกลางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือว่า สสร. นั้นไม่ควรจะลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. อีกนะครับ เพราะว่าดูอย่างไรก็ไม่สง่างาม พูดถึงความไม่สง่างามนะครับ ความสง่างามหมายความว่า รัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นก็ควรจะมีจุดข้อบกพร่องที่น้อยที่สุด มีจุดด่างที่น้อยที่สุด สิ่งใดที่จะ เป็นจุดอ่อนหรือถูกโจมตีในภายหลังถ้าป้องกันได้ก็ควรจะป้องกันเสียก่อนนะครับ เหมือนกับ เราไม่สบายใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้ปัจจุบันนั้นดีเหลือเกินครับ ทุกคนยอมรับว่า ดีมากเลย แต่ก็มีจุดอ่อนครับ ถูกตําหนิว่ามีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ในที่สุดก็ต้องมีการ ร่างจัดทําขึ้นใหม่ สสร. ที่เราจะเลือกเข้ามาเรายังไม่รู้เลยว่าจะทําหน้าที่ตรงนี้ได้ดีมากน้อย แค่ไหน แต่พอเริ่มต้นยกที่ ๑ เลยนี่ปรากฏว่า สสร. ที่เลือกเข้ามา ๗๗ จังหวัดนั้น คนก็รู้กัน ทั้งเมืองว่านี่เป็นคนของพรรคการเมืองพรรคนั้นพรรคนี้ มันก็ขาดความสง่างามตั้งแต่เริ่มต้นเลย ท่านประธานที่เคารพ ประชาธิปไตยนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นการปกครองโดยประชาชนและ เพื่อประชาชน ประชาธิปไตยนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็คือเราจะต้องมีรัฐธรรมนูญที่เราเชื่อถือได้ แล้วก็ไว้ใจได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เราจะออกมาไม่กี่วันนี่นะครับ อีกไม่ช้าไม่นานนั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คือเป็นรัฐธรรมนูญ ของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน ผมก็อยากจะวิงวอนขอให้ท่านกรรมาธิการ นั้นได้พิจารณาและเมตตาว่าสิ่งที่กระผมได้อภิปรายร่วมกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ๒ ท่าน ที่ผ่านมานั้นมีเหตุผลหรือไม่ ถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการใช้เหตุผลอย่างแท้จริงแล้ว ท่านจะต้องคล้อยตามว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมีเหตุผล ถ้ามีเหตุผลแล้วก็น่าจะได้รับการพิจารณา ขอบพระคุณมากครับ ท่านครับ