สุรเชษฐ์ แวอาแซ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการพิจารณาและกลั่นกรองผลกระทบของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ท่านประธาน ที่ผมได้ชี้แจงเหตุผลนั้นด้วยความเป็นห่วง จริงอยู่ว่าผมได้แปรญัตตินั้นใช้คำไม่กี่คำครับ ก็คือว่าจากการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้วก็จะเสนอให้กับประธานรัฐสภา และถ้าหากว่าประธานรัฐสภาวินิจฉัยว่าไม่ได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้าแล้ว ก็สามารถที่จะส่งให้กับ กกต. เพื่อดำเนินการทำประชามติได้เลยนะครับ โดยไม่ต้องผ่าน การพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ตรงนี้ครับ ก็อย่างที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าการพิจารณา ครั้งนี้สังคมข้างนอกเขามองว่าก็จริงอยู่เป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อสู่การพิจารณาแล้วขณะนี้ส่วนใหญ่ที่เป็นคณะกรรมาธิการ ก็ล้วนแล้วเป็นของฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลกครับ อย่างที่ผมได้กล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้ ทีนี้พอส่งให้จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วพิจารณาไปถึงประธาน ก็ชัดเจน อีกว่าประธานรัฐสภาก็เป็นสมาชิกของพรรค ผมไม่อยากให้กล่าวหาว่ารัฐสภาเป็นรัฐสภา เสียงมากลากไป เพราะฉะนั้นผมใช้เหตุผลที่ผมนำเสนอท่านประธานด้วยเหตุผลดังกล่าวนี่ ไม่อยากให้ประชาชนนั้นเคลือบแคลงใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เราจะมีขึ้นโดยให้ประชาชน มีสิทธิในการลงประชามติ แต่การลงประชามติบนพื้นฐานที่เขาไม่เข้าใจ ผมถามว่าสังคม จะได้อะไร เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็ต้องมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ถ้าหากว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาแล้วผ่านประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาก็ส่งมาให้สมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา กลั่นกรองเจตนารมณ์ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เขาไปคิดที่เขาไปทำถูกต้องไหม เขาไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ เขาได้คัดเลือกจากตัวแทนของจังหวัดส่งมา ๗๗ คน บางคน อาจจะได้มาโดยไม่เคยรู้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยอย่างนี้ แล้วก็ไปคิดของเขา เนื่องจากเราให้ อิสระกับเขาไปคิด คิดเสร็จแล้วมีมติของสภา สสร. แล้วส่งมาให้ประธานรัฐสภา โดยประธาน รัฐสภาคิดเพียงลำพังของคณะของประธานรัฐสภาเท่านั้น ผมคิดว่าตรงนี้เราจะไม่ได้ รายละเอียด เราจะไม่ได้ความลึกซึ้งเจตนารมณ์ของ สสร. แต่ถ้าเข้าสู่ในการพิจารณาของ สมาชิกรัฐสภาแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้จากสมาชิกไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ส. หรือท่าน ส.ว. ก็น่าจะมี การกลั่นกรองว่าบางมาตราหรือบางความเห็นหรือข้อนำเสนอของ สสร. นั้น ความเป็นไปได้ ผลกระทบ ประโยชน์จะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อหลังจากการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ท่านประธาน ก็สามารถที่จะนำส่งไปให้ทาง กกต. เพื่อไปดำเนินการไปทำประชามติ ส่วนหนึ่งการที่จะให้ ประชาชนมีพื้นฐานความเข้าใจของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการที่จะตัดสินใจว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เขาก็ต้องมีความรู้ ต้องมีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นบรรดาสมาชิกรัฐสภา ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวแทนที่อยู่ในทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ กกต. ไปดำเนินการที่จะลงประชามติตามวรรคสอง วรรคสาม ที่เสนอไม่เกิน ๖๐ วัน และไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน ถ้าโดยลำพัง กกต. ไปทำประชาสัมพันธ์ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะ ไม่ได้รับข้อมูล แม้กระทั่งการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ที่ผ่านมานี่ ถ้าไม่ใช่ข้อมูลมาจากผู้สมัคร แล้วไม่มีทางครับ ประชาชนที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารได้อย่างชัดแจ้ง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า สมาชิกรัฐสภามีส่วนเพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นผลประโยชน์ของสังคมโดยรวม ไม่ใช่ว่าของ พรรคใดพรรคหนึ่ง ทุกคนก็จะลงไปพื้นที่แล้วก็ไปบอกกล่าวว่ารัฐธรรมนูญที่ สสร. ได้ร่างขึ้นมาใหม่นี้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าในเรื่องของสิทธิและ เสรีภาพที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งขณะนี้มีปัญหามากในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเห็นด้วยการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็ไปเน้นบนหมวดของสิทธิและเสรีภาพของ พี่น้องคนไทย แล้วก็หมวดในส่วนความเสมอภาคด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาก็จะมีส่วนในการที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่มาตรา ๒๙๑/๑๓ นั้นควรจะ ให้อำนาจในการวินิจฉัยกลั่นกรอง โดยให้ทางรัฐสภานั้นได้มีส่วนพิจารณา ไม่ใช่ให้กับประธาน รัฐสภา ถ้าหากว่าไม่ขัด มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้าแล้วนี่ประธานรัฐสภาก็สามารถที่จะส่ง ต่อไปยัง กกต. โดยลำพัง ก็จะถูกวิพากษ์อย่างที่ผมได้กล่าวหา เขาถือว่าเป็นพรรคเดียวกันหมด และจะยิ่งหนักกว่าที่เป็นรัฐธรรมนูญที่หลาย ๆ คนไม่พึงพอใจในฉบับปี ๒๕๕๐ หรือถ้าเรา เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ แต่ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ถ้าออกลักษณะอย่างที่ผมกล่าวหายิ่งหนักเข้าไปอีก เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยปรากฏ ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากพรรคการเมืองพรรคเดียว เพราะฉะนั้นท่านประธานผมถึง ได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับมาตรา ๒๙๑/๑๓ ว่าด้วยการให้อำนาจกับประธานรัฐสภาในการจะวินิจฉัย แล้วก็ส่งไปยัง กกต. ขอฝากไปยังประธานและคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ช่วยพิจารณา ด้วยความรอบคอบว่าเหตุผลที่ผมให้ไปมีความเหมาะสมประการใด ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการ เห็นถึงความสำคัญ การที่จะส่งข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงแล้วนะครับ ผมเชื่อว่าการให้อำนาจกับรัฐสภาได้มีส่วนในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเสร็จแล้วนี่ให้ทางรัฐสภาได้พิจารณาก่อน ก่อนที่ประธาน รัฐสภาจะส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อไปทำประชามติ เพราะฉะนั้นผมยืนยันครับ ว่าเหตุผลการที่ผมได้แปรญัตติในมาตรานี้นั้น มีเหตุผลที่น่ารับฟังแล้วก็เป็นประโยชน์ ต่อสังคมและประเทศอย่างมาก ก็ขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการช่วยรับไป พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก่อนที่เราจะลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา เสร็จแล้วนั้น ผมมองว่าถ้าเป็นลักษณะอย่างนั้นจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ดังที่ผมได้กล่าวว่าคงจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคการเมืองพรรคเดียวเท่านั้น ขอบคุณครับ