รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เจตน์ ศิรธรานนท์ พูดถึงการเปลี่ยนแปลงคำแปรญัตติว่า ศาลรัฐธรรมนูญมาตัดสินแทนประธานรัฐสภา และเรียกร้องให้รัฐสภาจบลง โดยมีการหารือเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญของพระราชบัญญัติ และการพิจารณาเรื่องการตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ

ผมจะเชื่อมโยงให้เห็นว่าผมสงวน คำแปรญัตติว่าจะให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตัดสินใจรับผิดชอบแทนท่านประธาน ในกรณีที่ เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ให้รัฐสภาจบไปแล้วครับ แต่กรณีที่ไม่ขัดนี้ท่านประธาน ทีนี้ผมจะชี้ให้เห็นว่าในกรณีที่เรา สสร. เขียนรัฐธรรมนูญสกัดองค์กรตรวจสอบนักการเมือง หรือเอื้อต่อการประพฤติทุจริตมิชอบ เขียนรัฐธรรมนูญล้มล้างความผิดให้ใครบางคน ผมไม่ลง รายละเอียด แต่การให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินกฎหมายผมไม่เห็นด้วย เพราะเสียงข้างมาก ไม่สามารถตัดสินผิดถูกได้ การตัดสินต้องใช้หลักความยุติธรรม ต้องใช้อำนาจยุติธรรม ตามแบบสากลทั่วโลก ผมจึงเห็นว่ากรณีนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินไม่ใช่รัฐสภา กรณีนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้อ ๒ คือวรรคสามก่อนที่ ประธานรัฐสภาจะส่งร่างให้ กกต. ถ้านายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของสมาชิกเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ให้เสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภาแล้วให้ประธานส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ถ้าวินิจฉัยว่าขัดให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป ก็เพื่อให้ ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนหนึ่ง เป็นผู้คานอำนาจของประธานในกรณีดังกล่าวนั้นเอง ข้อเสนอของที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญรับผิดชอบแทนท่านประธาน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ในส่วนที่ ๘ การควบคุม การตรากฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ ๘ นี้อยู่ในหมวด ๖ ว่าด้วยรัฐสภาในมาตรา ๑๕๔ ที่เขียนว่า ร่างพระราชบัญญัติใดที่ รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือร่างพระราชบัญญัติที่ รัฐสภาลงมติยืนยันตามมาตรา ๑๕๑ กรณีไม่ทรงเห็นชอบก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกครั้งหนึ่งนั้น

กรณีที่ ๑ หาก ส.ส. หรือ ส.ว. รวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ เท่าที่มีอยู่ เห็นว่า พระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี และให้ประธานที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย

กรณีที่ ๒ หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีข้อความขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกขึ้นต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้ส่งความเห็นเช่นว่านี้ไว้ยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และในวรรคสามถ้าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินั้น มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดย ไม่ถูกต้องต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญนี้ และข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นตกไป

วรรคสุดท้าย ถ้ามีข้อความขัดหรือยังต่อรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่กรณีตามวรรคสาม ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งเป็นอันตกไป ท่านประธานครับ ผมพูดถึงพระราชบัญญัติ ผมพูดถึง ทำไม เพราะเรากำลังพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญประเด็นก็คือว่ามันมีประเด็น ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ รัฐธรรมนูญเป็นพระราชบัญญัติหรือไม่ พระราชบัญญัติ เทียบเท่ากับพระราชบัญญัติหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าในมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คือฉบับที่ใช้อยู่เขาเขียนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สูงสุดของประเทศ เป็นกฎหมายท่านประธาน คำว่า กฎหมาย ผมเทียบเคียงกับภาษาอังกฤษ เลยนะครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้รัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญภาษาอังกฤษเขาเขียนว่า สุพรีม ลอว์ ออฟ เดอะ แลนด์ (Supreme law of the Land) หรือ คอนสทิทิวชัน ลอว์ (Constitution Law) เขาใช้คำว่า ลอว์ (Law) ครับ กฎหมายครับ เพราะฉะนั้นกฎรัฐธรรมนูญ ก็คือกฎหมายชนิดหนึ่ง แต่ศักดิ์กฎหมายมันสูงกว่าพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นดังนั้น ในกรณีนี้ผมไม่เห็นด้วยกับท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ขออภัย ที่เอ่ยนามพอดีท่านไม่ได้นั่งอยู่ แล้วก็นักกฎหมายของเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการนี่เขา บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐธรรมนูญไม่ได้ เขาเห็นว่าตรงนี้ต้องใช้รัฐสภาแห่งนี้เท่านั้น เป็นผู้ตีความ เป็นผู้วินิจฉัยรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญของผมอยู่ตรงนี้ผมเห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งใช้เสียงข้างมากโดยระบอบของประชาธิปไตยของประเทศไทย เสียงข้างมากใช้ตัดสิน กฎหมาย ใช้แยกแยะกฎหมาย ใช้ตัดสินว่ากฎหมายใดมีส่วนตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ไม่ได้ ต้องให้องค์กรตุลาการที่อยู่ในกระบวนการศาลยุติธรรมเท่านั้นเป็นผู้ตัดสิน เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่ากรณีนี้ก่อนที่จะยื่นให้ท่านประธาน ท่านประธานควรจะยื่นให้กับทางศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้วินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้าที่ตกไปแล้ว เท่านั้นครับ ผมจะจบแล้ว ทั้งหมดนี่ก็คือประเด็นที่ผมอยากจะฝากกรรมาธิการเสียงข้างมากไว้ในกรณีที่ท่านยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีหมวดว่าด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้นมาแล้วนั้น ไม่สามารถจะตีความได้ ผมซึ่งก็อาศัยที่ปรึกษาที่ผมติดต่อแล้ว ก็ขอความรู้จากท่าน เพราะลำพังผมเองผมเป็นแพทย์ท่านประธาน ผมไม่ได้มีความรู้ ทางกฎหมายมาจนลึกซึ้ง แต่ผมมีที่ปรึกษาที่เป็นนักกฎหมายที่เชื่อถือได้ นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิในระดับที่เรียกว่าหนึ่งของประเทศ ผมก็เลยปรึกษาหารือท่าน และผมก็ อยากจะรู้จริง ๆ ว่าเมื่อเรามีปัญหาทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเราไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ถ้าหากว่าเราส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ได้ และเราจะตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำไม เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะต้องวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ รายละเอียดทุกหมวด ทุกมาตรา ทุกข้อว่าประเด็นใดของกฎหมายใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ในที่นี้ ผมยกตัวอย่างมาให้ท่านประธานเห็นว่าในมาตรา ๑๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็สามารถให้ ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนหนึ่งสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ กรณีนี้ผมถือว่า ร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง เพียงแต่ศักดิ์ของกฎหมายสูงกว่า พระราชบัญญัติเท่านั้น ดังนั้นผมจึงสรุปว่าในกรณีนี้ควรจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขอบคุณครับ