นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังจะแก้ไข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเรียกร้องให้รัฐสภาวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านประธานครับ แล้วก็ได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑๓ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๒๙๑/๑๓ นั้นมีความสัมพันธ์กับมาตรา ๒๙๑/๑๑ แต่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะไม่อ่านข้อความนะครับ กล่าวโดยสรุปอย่างนี้ครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๓ นั้น ถ้าประธานรัฐสภาเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลง รูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ท่านประธานสภาก็ต้องให้รัฐสภามีการประชุมร่วมกันเพื่อมีคำวินิจฉัย ถ้ารัฐสภามีคำวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ดำเนินการมานั้น มีผลการเปลี่ยนแปลงใน ๓ เรื่อง ถ้า ๓ เรื่องนี้มีการ แก้ไขแล้วก็เปลี่ยนแปลงใน ๓ เรื่องนี้ คือ
๑. การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข
๒. เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ
๓. แก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์
ก็ต้องนำเรื่องให้รัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ว่ากระผมได้สงวนคำแปรญัตติว่า ถ้ามีการกระทบในหลักการ ๓ เรื่องนี้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย หลักอยู่ตรงนั้นครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญที่เรากำลัง พิจารณาอยู่นี้ มันมี ๓ เรื่องท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลครับว่าทำไม ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญมากครับ คือ การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐและหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะ วินิจฉัยอย่างไรท่านประธานครับ ท่านประธานรัฐสภาจะวินิจฉัยอย่างไรครับว่ามีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความลึกซึ้งมาก ผมเลยสงวนคำแปรญัตติว่าเมื่อไรก็ตามครับ ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สสร. ดำเนินการนั้นแก้ไขใน ๓ เรื่องนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้วินิจฉัย ปัญหาที่ต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือ ประธานรัฐสภาต้องมีความลึกซึ้งมากว่า รัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขนั้นกำลังจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประธานรัฐสภาต้องมีความลึกซึ้งมากว่า รัฐธรรมนูญ ที่มีการแก้ไขนั้นกำลังจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐแล้ว และรัฐธรรมนูญนั้นกำลังจะมี การเปลี่ยนแปลงในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์แล้ว เมื่อ ๓ เรื่องนี้เกิดขึ้นให้รัฐสภาเป็นผู้ วินิจฉัย ผมบอกว่าถ้ามี ๓ เรื่องนี้เกิดขึ้นต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ท่านประธาน ที่เคารพครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ในขณะนี้ มีความสำคัญ ผมต้องใช้เวลาเล็กน้อยท่านประธานครับ ในโลกขณะนี้ครับ มีการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ๒๙ ประเทศทั้งโลกครับ มี ๒๙ ประเทศ เท่านั้นเองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้นก็มีความแตกต่างกันครับ เพราะพระราชอำนาจของ พระมหากษัตริย์ในแต่ละประเทศนั้นก็ต่างกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในระบอบการปกครอง ของประเทศไทยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ถ้าประธานรัฐสภาเห็นว่ากำลัง เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขแล้ว ท่านประธานรัฐสภา จะใช้ดุลยพินิจอย่างไรละครับว่ากำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบนี้แล้ว ต้องลึกซึ้งและเข้าใจ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งผมบอกแล้วว่า ในประเทศนี้มีทั้งหมด ๒๙ ประเทศ และสถานะของพระมหากษัตริย์ใน ๒๙ ประเทศนั้น ก็ต่างกันครับ ประเทศไทยที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขนั้น มี ๒ เรื่องครับ ที่ท่านประธานรัฐสภาต้องไปเริ่มต้นพิจารณา วันนี้ ท่านประธานรัฐสภาต้องเริ่มทำการบ้านแล้วครับว่า ๒ เรื่องนี้ครับ จะกระทบต่อรัฐธรรมนูญ ที่พิจารณาอยู่หรือไม่ มีอยู่ ๒ คำท่านประธานครับ คือ นิติราชประเพณีกับราชประเพณี อำนาจของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ มิได้มีเฉพาะในหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญครับ แต่มีในอีกหลายมาตรา เช่นในหมวดของคณะรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์ มีอำนาจประกาศสงคราม พระมหากษัตริย์มีอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ พระมหากษัตริย์มีอำนาจในการให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ นี่เป็นพระราชอำนาจของ พระมหากษัตริย์ที่เขาเรียกว่าเป็น ราชประเพณี เพราะฉะนั้นท่านประธานรัฐสภาในขณะนี้ ต้องทำความเข้าใจอย่างน้อย ๒ คำครับ เมื่อมีการพิจารณารัฐธรรมนูญขณะนี้ คือ ราชประเพณี และนิติราชประเพณี เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งครับ ผมเลยบอกว่าในเรื่องที่ลึกซึ้งเหล่านี้ครับ ไม่ควร ให้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ในเรื่องที่ลึกซึ้งเหล่านี้ครับ ไม่ควรให้เป็นอำนาจของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา เพราะท่านประธานต้องยอมรับความจริงครับว่า