บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการประชุมสภา โดยเรียกร้องให้ประธานสภาเป็นกลางในการควบคุมการอภิปราย และหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการร่างรัฐธรรมนูญด้วย
เรียนท่านผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนผมอภิปรายผมขออนุญาต ท้วงติงวิธีการในการประชุมของพวกเรากันหน่อยนะครับ ผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า ๒ วันมานี้ มีการจับเวลาในการอภิปราย แม้ว่าท่านจะไม่ได้บังคับว่าแต่ละคนจะอภิปรายเป็นเวลาเท่าไร แต่นี่ก็เป็นกติกาใหม่ที่ผมเพิ่งเห็น ประมาณวัน ๒ วันมานี้ บางครั้งสมาชิกของอีกฟากหนึ่ง ก็ใช้เวลามาบอกว่าเกริ่นนำมาแล้ว ๕ นาที ๒๒ วินาทีอย่างนี้เป็นต้น รวมทั้งท่านประธานเอง ก็ยังใช้วิธีการที่ผมเคยได้หารือกับท่านประธานไว้ว่า บางครั้งคนอภิปรายก็กำลังทำหน้าที่นะครับ เรามีสภาไว้สำหรับการทำหน้าที่ พวกท่านต้องอดทนเพราะท่านเป็นรัฐบาล กรรมการ ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาต้องเป็นกลางที่จะให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วย
ผมขอเริ่มต้นในการอภิปรายในสิ่งที่ผมแปรญัตติไว้ในมาตรานี้ ก็คือผมตัด ทั้งหมดทิ้ง ด้วยความเห็นที่ว่าในมาตรานี้เรามี สสร. เกิดขึ้นแล้ว ๗๗ คน บวก ๒๒ คน เป็น ๙๙ คน มีเวลาทำงาน ๒๔๐ วัน แล้วก็รวมทั้งการที่จะเป็นองค์ประกอบของคณะ สสร. ได้ ก็ต้องมีไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งนะครับ ทุกอย่างนี้เราอภิปรายกันไปหมดแล้วครับว่า จริง ๆ ครึ่งหนึ่งก็น้อยเกินไปที่จะยังคงสภาพของการเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้ เพราะหมายความว่ามีแค่ ๕๐ คน ยังพิจารณาต่อไปได้ ใช้มติ ๒๖ : ๒๔ ก็ชนะได้ อย่างนี้เป็นต้น ในร่างที่ท่านเขียนมาว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก กลับไปดูนะครับ วรรคหกก็คือวรรคที่พูดว่าในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าก็จะให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นอันตกไป ตามวรรคห้านี้ คือความรุนแรงมากนะครับ เป็นกติกาที่เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่ สสร. ยังร่างตามนี้ ร่างรัฐธรรมนูญมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข บทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ เห็นไหมครับว่าความบกพร่อง ผิดพลาดที่ชัดเจนขนาดนี้ ท่านไม่ได้เขียนนะครับว่า สสร. รับผิดชอบอะไรต่อความบกพร่อง ที่ว่านี้ แต่ท่านกลับเขียนว่าให้กลับมาตั้ง สสร. ใหม่ได้ เพียงแต่ไม่ให้ สสร. ชุดเก่ากลับมาเป็น สสร. ชุดใหม่เท่านั้น ผมคิดว่าไม่เพียงพอครับ ผมเห็นด้วยกับ ส.ว. รสนานะครับ ซึ่งผมก็คิด ในทำนองเดียวกันมาก่อนแล้วว่า แท้ที่จริงแล้วถ้า สสร. ชุดนี้ทำไม่เสร็จ สภาต้องรับผิดชอบ นั่นหมายความว่ารัฐบาลก็ควรจะลาออก แล้วก็ควรจะยุบสภา ถ้าจะให้เป็นความเป็นธรรม ก็คือยุบได้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายถึงพวกผมด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่า ถ้า สสร. ทำผิดพลาดขนาดนี้ สภาต้องรับผิดชอบ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่ผมขออีกหมวดหนึ่งครับ ที่ต้องรับผิดชอบ ก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่เห็นด้วยกับการตั้ง สสร. ชุดนี้ ต้องรับผิดชอบด้วยครับ ผมเรียกร้องอย่างนั้นนะครับ ถ้าหากว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ในร่างของท่านที่เขียนมา ก็คือว่า ก็สามารถที่จะใช้เสียงหนึ่งในสาม หรือว่าคณะรัฐมนตรีขอให้มีการจัดตั้ง สสร. ชุดใหม่ได้ เราทบทวนให้เห็นชัดนะครับว่าสิ่งที่ต้องทำต่อไปคืออะไรครับ คือการประกาศให้มี การเลือกตั้ง สสร. ใหม่ ๗๗ จังหวัดครับ ๗๗ จังหวัดในการเลือกตั้งใหม่ ใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนครับ ๒๒ คนนี้มาจากนักวิชาการไปสรรหากันมานะครับ สรรหากันมาอีก ๑,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานไปเลือกกรรมการมาด้วยตัวเองอีก ๑๕ คน มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ทั้งหมดกลับมาทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง เงินเดือนที่จะใช้ในเวลา ๘ เดือน ๒๔๐ วัน ผมกะคร่าว ๆ นะครับ ถ้า ๑ คน มีเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับว่าเราจะต้อง จ่ายเงินเดือนเดือนละประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นั่นหมายความว่า สสร. และคณะกรรมการทั้งหมดมีเงินเดือน มีค่าตอบแทน มีค่าเครื่องบิน มีสิทธิพิเศษอีกประมาณ เป็นร้อยล้านบาทครับ และสุดท้ายก็ต้องกลับไปทำประชามติใหม่ ถูกไหมครับ เพราะมันตกไป ไปทำประชามติอีก ก็จะเสียเงินอีกประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาข้อนี้ข้อเดียว ถ้าประชามติยังไม่ได้เกิดขึ้นผมก็ทดให้ข้อนั้นไป แต่ถ้าข้อนี้ข้อเดียวครับท่านประธาน ที่เคารพและสมาชิกรัฐสภาที่รักทุกคนครับ ข้อนี้ข้อเดียวคือมูลค่างบประมาณ ๒,๑๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ไม่น้อยกว่านี้ครับ ผมขอความคิดเห็นอย่างชัดเจนต่อท่านนะครับ ถ้าท่านให้ผ่าน หรือกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่แก้ข้อนี้ ไม่ตัดข้อนี้ลงไป เรากำลังจะเสียงบประมาณ ๒,๑๐๐ ล้านบาท เป็นอย่างน้อย ผมจะดูนะครับว่าใครจะลงมติผ่านข้อนี้บ้าง ส.ส. คนใด ผ่านมติข้อนี้ผมจะเปิดเผยชื่อ ส.ว. คนใด จังหวัดใด หรือมาด้วยการสรรหาอย่างไร ผมจะเปิดเผยชื่อ แล้วผมขอเรียกร้องให้คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสถิติของนักการเมืองเปิดเผยชื่อนี้ต่อสาธารณะด้วยครับ นี่คือ มูลค่าของการตรากฎหมายเพียงข้อเดียว ซึ่งผมเห็นว่าไม่จำเป็น เพราะ สสร. ทำงาน บกพร่อง ผิดพลาด ท่านกลับให้ประชาชนเดินออกมาเลือกตั้งใหม่ ใช้งบประมาณใหม่ทั้งหมด ใช้การสรรหาใหม่ทั้งหมด แล้วกลับมาทำการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกฉบับหนึ่ง ผมเห็นว่า ไม่คุ้มค่า และไม่สมควรครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ