รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๑ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอให้คงหลักการรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และให้ทรัพยากรแร่และปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ด้วยเหตุผล ที่ว่าใน ๕-๖ วรรค ตามร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไปทําแล้วนั้น ดิฉันไม่เห็นด้วย ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากอยู่ ๒-๓ ประเด็น แต่ท่านคํานูณ สิทธิสมาน ได้กล่าวไปแล้ว เพื่อไม่ให้รัฐสภาแห่งนี้เสียเวลากับการที่พูดซ้ําซากเดี๋ยวจะมีการกล่าวหาว่า ส.ว. พูดซ้ําซาก เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะเข้าสู่ประเด็นที่ดิฉันต้องการที่จะพูดให้ท่านคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้รับทราบไว้ สิ่งนั้นก็คือการที่ดิฉันเติมในวรรคหก ก็คือการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งท่าน กําลังจะทํานี้จะต้องคงหลักการที่ดิฉันขอให้ใส่เกี่ยวกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะที่บอกว่าคุ้มครองสิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งตรงนี้ดิฉันถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญเขียนไว้สวยหรู แล้วก็บอกว่าเป็นฉบับที่เรายอมรับกันอยู่แล้วว่า เป็นของประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมเยอะมาก แต่ท่านเชื่อไหมว่าการให้สิทธิชุมนุม หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากมากเลยเพราะเนื่องจากว่า ต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากฎหมายลูกนั้นประกอบ จึงมีผลบังคับใช้ จนแล้วจนรอด ๑๐ ปีที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใช้บังคับ กฎหมายลูก ที่ชาวบ้านคอยแล้วคอยอีกก็คลอดยากเหลือเกิน อาจจะเป็นท่าที่พิสดารหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เพราะกว่าจะคลอดออกมามันจึงยากมาก จึงทําให้ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ต่อการที่ชุมชน ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงนั้นมีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง จากกนั้นพอรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้คลอดออกมา พอรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งได้บัญญัติไว้ ให้มีเจ้าภาพในการออกกฎหมายลูก กําหนดว่าต้องมีเจ้าภาพในการที่จะออกกฎหมายลูก ไม่ต้องมีศัพท์บัญญัติอะไรทั้งสิ้น จากนั้นก็ยังเห็น ๆ กันอยู่ว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ในบางมาตราก็ยังไม่มีกฎหมายลูกที่จะออกมาใช้บังคับ ดิฉันยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๖๗ วรรคสอง ที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมมันชี้ให้เห็นถึงว่า ไม่ได้ใส่ใจกับรัฐธรรมนูญที่กําหนดว่ามีหน่วยงานคือผู้ตรวจการแผ่นดินต้องเป็นเจ้าภาพ ในการออกกฎหมายลูกนั้น ซึ่งดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล ได้สอบถามกับผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเหตุไฉนผ่านมาแล้ว เกือบ ๒ ปี จึงไม่มีกฎหมายลูกฉบับนี้ออกมาเพื่อมีผลใช้บังคับ ท่านทราบไหม ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินบอกออกแล้ว แต่ที่มันยังติดขัดก็ด้วยสภาแห่งนี้โดยท่านผู้ทรงเกียรติ ของสภาแห่งนี้นั้นล่ะไม่ได้ผ่านกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง โดยการให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ต่อการปฏิบัติที่ประชาชนจะได้มีสิทธิ มีส่วน ในการดูแลท้องถิ่นของตน เพราะเขาเป็นผู้เสียหาย เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการที่จะต้อง รับผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมจึงเกิดเป็นเรื่องเป็นราวมากมาย มีผลกระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคมมากมายที่ผ่านมาแล้ว ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงบอกว่าเมื่อในสมัยนี้ท่านต้องการที่จะ แก้รัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมากที่ท่านมีอยู่แล้วนั้น ดิฉันจึงอยากจะขอร้องว่าขอให้ท่าน ได้ร่างรัฐธรรมนูญที่มันมีผลใช้บังคับได้จริง ๆ อย่าสักแต่ว่าเป็นตัวอักษรมีไว้สวยหรูแต่หา ทําได้ไม่ แล้วสิ่งที่เป็นประโยคที่ดิฉันเพิ่มเติมที่สําคัญยิ่งก็คือ รวมทั้งการกําหนดให้ทรัพยากรแร่ และปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันนี้สําคัญ เพราะทุกวันนี้กฎหมายของเราได้กําหนดให้ทรัพยากรแร่และปิโตรเลียม เป็นทรัพยากรของรัฐ คําว่า เป็นของรัฐ นั้นท่านจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ที่ผ่านมาคําว่า เป็นของรัฐ ซึ่งขอเอ่ยนามท่านคํานูณได้พูดถึงแล้วว่าแล้วมันได้อย่างไรบ้างกับการเป็นของรัฐ ไม่ว่าค่าภาคหลวง ซึ่งดิฉันจะไม่พูดถึง เพราะคําว่า ของรัฐ นั้นอํานาจอยู่ที่รัฐ เมื่ออํานาจอยู่ที่รัฐ ย่อมก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตนและพวกพ้อง ลืมสาธารณะ ลืมประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ด้วยเหตุนี้มันง่ายเหลือเกิน เมื่อเป็นของรัฐ ผู้มีอํานาจแห่งรัฐ ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าคือใคร ก็จะใช้ ดิฉันอยากจะบอกว่าอํานาจที่ตัวมีอยู่และโอกาสที่เปิดให้ จึงดําเนินการในสิ่งที่ดิฉันถือว่าไม่โปร่งใสหลาย ๆ เรื่อง และเสียผลประโยชน์ของชาติ ชาติเสียหาย ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงไม่อยากให้ทรัพยากรแร่หรือทรัพยากรปิโตรเลียมนี้เป็นของรัฐ ตามกฎหมายเดิม ท่านกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเถอะว่าให้เป็นวิธีการของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะมันหมายถึงว่าเป็นของส่วนรวม ประชาชนมีสิทธิด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการที่ท่านกําหนดอย่างนี้นั้น ดิฉันถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ซึ่งไม่เคยปรากฏเลย ในประเทศชาติไทยแห่งนี้มาก่อน ซึ่งก็จะเป็นที่สรรเสริญของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศว่า รัฐบาลนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชน ทั้งประเทศ ไม่ใช่ของรัฐเพียงอย่างเดียว เพราะว่ารัฐมันเห็นอยู่แล้วว่าทุกวันนี้เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันขอกราบท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าท่านโปรด ใช้วิจารณญาณ ดิฉันมีไม่กี่คนที่แปรญัตติเพิ่มเติมวรรคนี้ ท่านน่าจะเห็นว่ามันมีความสําคัญ เราจึงแปรญัตติวรรคนี้ ซึ่งท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านอาจจะไม่ได้คิดถึง แต่พวกเรา ที่ทําเรื่องนี้มาก่อนจึงเห็นว่ามีความสําคัญมาก เพราะมันก็คือเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศนี้ ได้ประโยชน์ใช่ไหม เพราะฉะนั้นน่าที่จะเห็นแก่ประชาชนเพราะท่านพูดเสมอว่าประชาชน เป็นเจ้าของประเทศ ท่านมาจากประชาชน แล้วทําไมละ เมื่อมีผลประโยชน์ท่านไม่คิดถึงประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ดิฉันขอฝากท่านด้วย โดยให้มีองค์กรอิสระทําหน้าที่จัดสรรการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรซึ่งต้องคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ซึ่งดิฉันย้ําไว้เป็นสําคัญ และคํานึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน นั่นหมายถึงว่าใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า อย่างยั่งยืนและสมดุลก็คืออย่างคุ้มค่า เพราะทรัพยากรธรรมชาติหายาก เกิดได้ยาก แล้วก็มีไม่มาก มีวันที่จะหมดไป เพราะฉะนั้น การที่ท่านจะแก้ไขให้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นอย่างที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกอีก ๒-๓ ท่าน ได้แปรญัตติไว้ ดิฉันก็จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอบคุณค่ะ