รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ชรินทร์ หาญสืบสาย เสนอการค้าเสรีกับอินเดียและเปรู ช่วยไทยได้ และขออนุมัติขยายการค้าและลงทุนกับญี่ปุ่น

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตาก ไม่ทราบว่าท่านประธานกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายจะสังเกตเห็นหรือไม่ครับว่า เรากําลังเสียเวลาในสิ่งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องจริง ๆ เลยนะครับ ร่างกรอบความตกลงระหว่าง ไทยกับอินเดียก็ดี กับเปรู หรือกับญี่ปุ่นเราทํากันมาหลายปีแล้วนะครับ แล้วสังเกตสิครับว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยเรากับประเทศทั้งสามนั้นก็มีแต่เพิ่มพูนมากขึ้นอย่างมากมาย อย่างยกตัวอย่างอินเดียนี่นะครับ เราขยายตัวส่งออกเพิ่มเป็น ๕ เท่า คือตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๕๓ หลังจากที่เรามีความตกลงกับอินเดียในเออร์ลี่ ฮาร์เวสท์ สกีม ขณะที่นําเข้า เฉลี่ย ๑ เท่าตัว แล้วเราเองก็ได้เปรียบดุลการค้าประมาณถึงปีละ ๗๓๙ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา สิ่งเหล่านี้มันอํานวยผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างเหลือล้น อย่างมหาศาล เพราะอะไรครับ ก็เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจากการค้าเสรีหรือว่าฟรีเทรด (Free Trade) ระหว่างกัน ซึ่งมันเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ทุกวันนี้การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศชาติไหนในโลกมีหลายร้อยเป็นพันฉบับ ไทยเราเองก็เกาะกระแสโลก เพราะถ้าหากว่าเราไม่ไปร่วมกับเขาแล้วนะครับ เราก็จะตก ขบวนรถ นั่นก็คือเราจะขาดขีดความสามารถในการแข่งขัน การค้าทุกวันนี้ต้องการ ความรวดเร็วครับ ต้องการประสิทธิภาพสูง ในการเจรจาการค้าเอฟทีเอ ซึ่งดําเนินการ มาประมาณ ๑๐ ปีแล้วนี่นะครับ เราเองได้ประโยชน์มากมายจากการค้าเสรี เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเห็นว่าการเจรจาต่าง ๆ นั้นมีประสิทธิภาพ อย่างนี้แก้ไขพิธีสาร เรื่องที่เกี่ยวกับเธิร์ด คันทรี อินวอยซ์ หรือว่าเรื่องตู้เย็น ๑ ประตู ๒ ประตู ผมว่าเป็นเรื่อง จิ๊บจ๊อยมากนะครับ นักเจรจาของเราคือจากกระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ และอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเอกชนนะครับ สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สมาคมที่เกี่ยวข้องเขาได้พิจารณากันอย่างถ่องแท้รอบคอบแล้วว่า มันมีผลดีผลเสียอย่างไร บางครั้งเราก็โอนอ่อนให้เขา บางครั้งเราก็แข็งแกร่งนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้มันน่าจะแค่มาอินฟอร์ม (Inform) แล้วมาแจ้งให้สภาทราบหลังจาก เจรจาเสร็จแล้วเท่านั้น หลาย ๆ ประเทศเขาก็ทําอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องอะไรก็มาให้ทางรัฐสภา เราอนุมัติหมด เรามีเรื่องสําคัญมากมายครับท่านประธาน ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในเรื่องการที่จะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล การออกกฎหมาย สังเกตไหมครับกฎหมาย หลายฉบับต้องตกไปไม่ใช่อะไรครับ เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเรามัวแต่ยุ่งเรื่องไม่เป็น เรื่องเหล่านี้ เสียดายอย่างยิ่งครับที่เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วเราก็ยัง ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ผมคิดว่าอยากจะขอร้องให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกสักครั้งหนึ่งนะครับ มาตรา ๑๙๐ ให้มันเกิดประโยชน์กับประเทศไทย อย่างแท้จริงนะครับ อย่างที่อินเดียเรื่องเธิร์ด คันทรี อินวอยซ์ ก็ดี หรือเรื่องตู้เย็น มันเป็น เรื่องที่อินเดียเขาขอมา แล้วเรื่องเธิร์ด คันทรี อินวอยซ์ นี้เราก็ได้ประโยชน์ นั่นก็คืออย่างเรา สั่งกระปุกเกียร์รถยนต์นี่นะครับ มันทําในอินเดีย แต่ว่าอินวอยซ์มันออกจากสิงคโปร์ เพราะบริษัท โตโยต้าเขาทําบริษัทค้าขายอยู่ที่สิงคโปร์ แต่ว่าเราเอาเข้ามาแล้วไทยเราไม่ได้ ลดภาษี เพราะเราบอกว่าอินวอยซ์มาจากสิงคโปร์ อันนี้เราได้ประโยชน์ เราก็ต้องมาแก้ไข แล้วเราต้องให้สภาอนุมัติรับรองอีกนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างว่าเป็นเรื่องที่เราได้ประโยชน์ เต็ม ๆ ส่วนไทยกับเปรูก็เหมือนกันนะครับ เราค้ากับเปรูทํามาหลายปีแล้ว ชื่อมันก็บอกแล้ว เฟรมเวิร์ค อะกรีเมนท์ ออน โคลสเซอร์ อีโคโนมิก พาร์ทเนอร์ชิพ นะครับ กรอบเจรจา ความร่วมมือการค้าเสรีที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับเปรูนะครับ ขณะนี้เราได้ตกลงกันไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของรายการค้าทั้งหมด ก็เหลืออีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องเจรจากันต่อไป ทุกวันนี้การค้าระหว่างไทยเรากับเปรู เราก็มีทั้งการค้าแล้วก็บริการ เราซื้อปลาป่นจากเขา เราซื้อทองแดงจากเปรู เปรูก็ซื้ออาหารจากเรามากมาย ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลกันต้องเดินทาง ตั้ง ๒๐ กว่าชั่วโมง แต่ว่า ๒ ประเทศเราก็มีการค้าที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น หลาย ๆ ประเทศ ในลาตินอเมริกาเขายกย่องสินค้าไทยว่าสินค้าที่มีคุณภาพดี การเปิดเสรีการค้าระหว่างกัน ก็คือเป็นการที่จะทําให้การค้านั้นมีอุปสรรคน้อยลง แล้วก็การอํานวยความสะดวกทางการค้า ก็จะดีขึ้น นั่นก็คือภาษีต่าง ๆ นอกจากจะตัดแล้วก็ยังมีการอํานวยความสะดวกซึ่งกันและกัน ไม่มีเรื่องอะไรที่เราจะต้องไปวิตกกังวลเลยนะครับ

แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็เรื่อง เจเทปป้า ไทย-อินเดียนะครับ ก็เป็นการเจรจา ต่อเนื่องจากการเจรจาครั้งก่อน เพราะไทย-ญี่ปุ่นเราใช้เวลาการเจรจากันแบบอย่างเรียกว่า อย่างเข้มข้น และในที่สุดเราก็ตกลงกันได้ มีเรื่องเดียวที่เราผิดหวังนั่นก็คือญี่ปุ่นไม่ยอมลด ภาษีข้าวกับน้ําตาลให้เรานะครับ เขายืนกรานเลย แต่ว่าเราได้ประโยชน์มากมายนะครับ อย่างการค้าบริการเราก็สามารถที่จะเข้าไปเปิดร้านอาหาร เปิดสปาได้ เขาให้ เพอร์ซันเนล (Personnel) หรือว่าบุคลากรเราไปทํางานได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราได้เปรียบ ฉะนั้น การเจรจาครั้งนี้ก็เป็นการรีวิว (Review) และการทบทวนว่าหลังจากดําเนินการมาแล้ว ๔-๖ ปี ก็ถึงเวลาที่จะต้องเริ่ม และกรอบเวลาจะต้องเริ่มต้นก็คือต้นปีเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ นี้ เพราะฉะนั้นการนําเรื่องนี้เข้ามาก็คือมาขออนุมัติสภาว่าจะขออนุญาตทบทวนต่ออีกว่า มีอะไรบ้างที่เขาจะขอเรา และอะไรบ้างที่เราจะขอเขา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะขยายการค้า การลงทุนระหว่าง ๒ ประเทศต่อไปนะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะให้ความเห็นชอบทั้ง ๓ ฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ