สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เสนอการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ โดยได้เตรียมการเข้าเป็นภาคีเป็นระยะเวลา 28-29 ปี และได้พัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีเนื่องจากมีการรีรอ และเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการเข้าเป็นภาคี เช่น การป้องกันการถูกจับกุมและคุกคามทางกฎหมายในเขตเศรษฐกิจจําเพาะของประเทศต่าง ๆ และการเข้าถึงข้อมูลและผลกระทบที่เกิดขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาให้ความสนใจอภิปรายแล้วก็มีข้อซักถาม รวมถึงข้อทักท้วงในบางประเด็น ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญสําหรับรัฐสภานี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกจากวุฒิสภาซึ่งได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับสภานี้ ในเรื่องของการดําเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ ซึ่งหลังจากที่เราลงนามในอนุสัญญา มาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ก็นับเนื่องเป็นเวลาถึง ๒๙ ปี ในการที่กว่าจะมาถึงวันที่เราเข้าเป็น ภาคีอนุสัญญาซึ่งมาขออนุมัติจากรัฐสภาในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขออภัยนะครับที่หนังสือนําส่ง จากทางรัฐบาลมายังรัฐสภานี้อาจจะทําให้เพื่อนสมาชิกหลายท่านเกิดข้อสงสัยว่าเราเสนอ รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบในเรื่องต่าง ๆ ถึง ๔ เรื่องเช่นนั้นหรือ และต้องขออภัยด้วย ที่อาจจะไม่มีรายละเอียดถึงที่มาที่ไป ซึ่งความจริงก็ควรจะเป็นหน้าที่ของผู้ที่มาชี้แจงที่จะทํา ความกระจ่างในเรื่องนี้ ก่อนอื่นต้องเรียนนะครับว่าการเสนอเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภานั้นก็เป็นการ ให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย กฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ และความตกลงเกี่ยวกับการอนุวัติภาค ๑๑ ของอนุสัญญาฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาด้วย ดังนั้นการที่ท่านจะลงมติหลังจากที่มีการชี้แจงจบไปนั้น ก็คือการให้ความเห็นชอบว่าให้รัฐบาลไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ แต่ในส่วนหนังสือนําส่ง ที่พูดถึงทั้ง ๔ ข้อนี้เป็นรายละเอียดของเรื่องที่เกี่ยวข้องของการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ซึ่งหลายท่านที่ลุกขึ้นอภิปรายก่อนหน้านี้ก็ได้แสดงความเห็นถึงรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องแรกนี้ก็ต้องขอชี้แจงเพื่อความกระจ่างชัด
ในประการที่ ๒ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้ซักถามถึงเรื่องของการเตรียมการในการ ที่จะดูแลผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของการประมงและ เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของทะเลตามอนุสัญญาฉบับนี้ ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าเหตุผลประการหนึ่งของการรีรอในการที่เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ยาวนาน ถึง ๒๘-๒๙ ปี น่าจะเป็นคําตอบที่สําคัญว่ารัฐบาลไทยในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เห็นผลกระทบต่อเรื่องนี้และจําเป็นที่จะต้องมีการดําเนินการโดยรอบคอบ ความจริงแล้ว นับแต่รัฐบาลไทยได้เห็นชอบในการลงนามอนุสัญญาเมื่อปี ๒๕๒๕ นั้น คณะรัฐมนตรี ในยุคนั้นได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกฎหมายทะเลและเขตทางทะเลของประเทศไทย โดยเป็นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๒๗ เพื่อเป็นกลไกหลักในการ เตรียมการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามาอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการ กฎหมายทะเลและเขตทะเลของประเทศไทย ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๗ นั้นได้มีการเตรียมการ ในระยะเวลาที่ยาวนานครับ โดยได้มีการจัดทําคําแปล ตารางข้อบทต่าง ๆ ของอนุสัญญา ที่จําเป็นต้องออกกฎหมายรองรับ โดยที่เนื้อหาของอนุสัญญานี้ครอบคลุมกิจกรรมทางทะเล ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดําเนิน กิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องของทางทะเลเป็นจํานวนมาก เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการกระทําอันเป็นโจรสลัด การขยายเขต การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร การเข้าเมือง การคลัง และสุขาภิบาลในเขตต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ซึ่งต้องแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของอนุสัญญา เช่น ร่างพระราชบัญญัติ การประมง ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น นี่คือตลอดระยะเวลา ๒๘-๒๙ ปีที่มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยกลไกที่มีการ จัดตั้งขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๒๗ เพราะฉะนั้นก็เป็นคําตอบว่าตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมานี้ก็มีการไปพบปะพูดคุยทําความเข้าใจดูถึงกลไกต่าง ๆ หรือกฎหมายข้อประกาศ ที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบมาโดยต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ผ่านมา หลังจากมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้ว รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีการกําหนดมาตรา ๑๙๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ ซึ่งได้บัญญัติถึงการที่จะต้องไปรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้มีมติของคณะรัฐมนตรีในยุคก่อนนะครับ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้ ๒ ชุดนะครับ โดยมติคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ก็เห็นชอบในหลักการและให้เร่งรัดดําเนินการการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา โดยมีการจัดสัมมนา ระดมความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถให้สัตยาบันอนุสัญญาได้โดยเร็ว มีการดําเนินการหลายครั้งครับ มาถึงรัฐบาล ชุดปัจจุบันได้มีการออกไปรับฟังความคิดเห็นในปี ๒๕๕๒ เพิ่มเติมอีก ๒ ครั้ง ก็เรียนว่า ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของแต่ละส่วนต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาของการดําเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดําเนินการที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ตลอดจนกระทั่งถึงรัฐธรรมนูญปีปัจจุบันซึ่งได้มีการดําเนินการในปี ๒๕๕๒
ประการถัดมาที่มีการสอบถามครับ ก็คือถามถึงผลกระทบ โดยท่านสมาชิก ได้สอบถามว่า การเข้าเป็นภาคีกับการไม่ได้เข้าเป็นภาคีจะสามารถทําให้แก้ไขปัญหาของ พี่น้องที่เกี่ยวข้องกับตัวกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกท่านสุดท้าย ที่อภิปรายถึงเรื่องของพี่น้องประมง ผมเรียนว่าเรื่องการเข้าเป็นภาคีนั้นจะเป็นประโยชน์ ในแง่ที่ว่าถ้าเราถือว่ากฎหมายฉบับนี้หรืออนุสัญญาถือเป็นกฎหมายจารีตประเพณีแล้ว เราก็จะมีเพียงแต่หน้าที่ แต่จะไม่ก่อให้เกิดสิทธิ การเข้าเป็นภาคีนั้นจะก่อให้เกิดสิทธิ ที่ท่านสมาชิกยกตัวอย่างว่า ชาวประมงเราไปจับปลาในเขตเศรษฐกิจจําเพาะของต่างประเทศ แล้วก็ถูกจับกุมดําเนินคดี ถูกจับไปขังคุกอย่างที่ว่า แต่การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญานั้น ในภาคี อนุสัญญาก็จะมีบัญญัติเอาไว้ในอนุสัญญาว่ากฎหมายภายในของประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ในกรณีเขตเศรษฐกิจจําเพาะจะต้องไม่มีโทษจําคุก คงมีแต่เฉพาะโทษปรับเท่านั้น ดังนั้นถ้ามี การเดินเรือเข้าไปในเขตเศรษฐกิจจําเพาะและมีการไปถูกจับกุมตามกฎหมายภายใน หากมีการขังคุก การเข้าเป็นประเทศภาคีก็สามารถใช้สิทธิของเราประท้วงข้อกฎหมายภายใน ที่ไม่เป็นไปตามอนุสัญญาฉบับดังกล่าวได้ นี่ก็เป็นการยกตัวอย่างบางประเด็นเพื่อเห็นว่า การเข้าเป็นประเทศภาคีนั้นก็มีสิทธิที่เกิดขึ้น และสามารถคุ้มครองประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวด้วย ผมคิดว่าเท่าที่ตอบมาก็คงจะเป็นหลายประเด็นที่ได้ตอบคําถามเพื่อนสมาชิก อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งท่านก็สงสัยว่าหลังจากนี้ไปแล้วจะเข้าถึงข้อมูล ได้อย่างไร ก็ต้องเรียนนะครับว่าทางกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการที่เป็นกลไกดําเนินการของการเตรียมการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญานี้ก็ได้เปิด ให้มีการเข้าถึงข้อมูลโดยต่อเนื่องตลอด และในการเปิดให้มีการรับฟังความเห็นนั้นก็เป็นการ เปิดเผยข้อมูลของผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย ก็ขออนุญาตได้กราบเรียนชี้แจงกับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ก็จะขออนุญาตท่านประธานว่าหากมีการชี้แจงครบถ้วนประการใดแล้ว ก็ขอให้มีการให้ความเห็นชอบในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ด้วยการลงมติ ตามรายละเอียดที่มีการส่งให้รัฐสภาแล้วครับ