รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการเกษตร ให้กับรัฐสภา พิจารณา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการเกษตร โดยเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการแจ้งให้รัฐมนตรีทราบเพื่อแก้ไข

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการเกษตร ให้กับรัฐสภาได้พิจารณา ท่านประธานครับ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นหนังสือสัญญา แน่นอนครับตามวรรคสอง หลังจากที่ เราให้ความเห็นชอบ แล้วสิ่งที่เป็นบันทึกความเข้าใจที่นําเสนอมาทั้งหมด ๑๑ ข้อ นั่นคือ ข้อตกลงที่ผ่านการเจรจามาเรียบร้อย ความหมายก็คือว่า รัฐสภามีหน้าที่จะอนุมัติและไม่ อนุมัติเท่านั้นเอง ถ้าเห็นว่าบันทึกในแต่ละข้อ รายละเอียดแต่ละประเด็นไม่เป็นประโยชน์ หรือจะทําให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะประเทศไทยเราเสียประโยชน์ก็มีอย่างเดียวครับ ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแต่ละท่าน ผมเชื่อว่าไม่สามารถนําไปแก้ไขปรับปรุงได้ ในสิ่งที่เป็นข้อบันทึก เพราะมีข้อตกลงไว้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้เอง ท่านประธานครับ ผมก็เลยต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมมีข้อห่วงใย ในข้อจํากัดที่จะนําสู่การปฏิบัติ เพราะว่าหลังจากที่รัฐสภาอนุมัติปุ๊บท่านก็ไปลงนาม หลังจากลงนาม ท่านก็ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนตามวรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) ประชาชนเข้าถึงข้อมูลปุ๊บ ท่านก็แสดง เจตนาที่จะผูกพันและบังคับใช้ ๕ ปี และขยายไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมห่วงใย ดูจากเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้โดยแท้จริงแล้วเขียนไว้ ชัดเจนครับ เขียนว่า ความร่วมมือด้านวิชาการ เน้นย้ําด้านวิชาการ แต่เวลาเขียนกรอบ หรือเขียนรายละเอียดรูปแบบของความร่วมมือในข้อที่ ๖ ท่านประธานครับ อย่างน้อย ๒-๓ ข้อผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ผมมีเวลาน้อย เช่น (ค) รูปแบบที่ ๑ (ค) เขียนว่า การพัฒนาการตลาดและส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ในข้อ ๒ ใหญ่เขียนว่า ขอรายละเอียดเกี่ยวกับการนําเข้าและการส่งออกสินค้าเกษตร ข้อ ๓ ใหญ่เขียนเรื่องของคู่ภาคีนะครับ จะสร้างความมั่นใจในการคุ้มครองสิทธิแห่งทรัพย์สิน ทางปัญญา สิ่งเหล่านี้เองเป็นรูปแบบของการให้ความร่วมมือ ผมถามท่านประธานครับ หลายข้อเขียนในแนวลักษณะเชิงวิชาการชัดเจน อันนี้ผมไม่ติดใจ แต่เมื่อท่านเขียนอย่างนี้ ท่านจะนําสู่การปฏิบัติอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธาน นี่คือปัญหาข้อที่ ๑ นะครับ ท่านต้องให้ชัดเจนในประเด็นนี้ ถ้าท่านเขียนแก้ไขถ้อยคําไม่ได้ก็ต้องไปเจรจาใหม่ ผมก็ต้อง ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ท่านมีแนวทางอย่างไรที่จะเขียนรองรับ เช่น ๑. วิธีการปฏิบัติในสิ่งเหล่านี้จะปฏิบัติอย่างไร ที่จะไม่ไปครอบเกี่ยวหรือไปเกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานอื่นที่เขามีข้อเกี่ยวข้องโดยตรง เช่น กรมการค้าระหว่างประเทศซึ่งอยู่กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอยู่กระทรวงการต่างประเทศ และเรื่องความหลากหลายทางด้านชีวภาพซึ่งอยู่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ครับมันเป็นข้อจํากัด เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าจริง ๆ โดยแท้จริงเจตนารมณ์เพื่อด้านวิชาการเป็นการส่งเสริมเป็นการถ่ายทอด เทคโนโลยี เป็นการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการ ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ เช่นท่านบอกว่าการขอ รายละเอียดการสินค้าที่นําเข้าและส่งออก ขอมาทําไมครับ มาเพื่อจะยับยั้ง มาเพื่อจะห้ามว่า หรือมาจะกําหนดเชิงนโยบายว่าห้ามนําเข้า ห้ามส่งออกไม่ได้หรอกครับ ผมเชื่อว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านต้องให้ชัดเจนในประเด็นนี้ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องข้อที่ ๙ เมื่อสักครู่ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน เพราะว่าถูกใจผมครับ ท่าน ส.ว. สุรชัยได้ยกเป็นประเด็นขึ้น กรณีมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะเป็นสิ่งที่ผมมีความประทับใจมาก ในความรอบรู้ของท่านในประเด็น ผมเชื่อว่าถ้าท่านไม่เขียนในบันทึกความเข้าใจนี้นะครับ การนําสู่ปฏิบัติท่านจะไม่นําสู่สภา แต่โดยข้อปฏิบัติที่เราพิจารณากันมาแม้กระทั่งแก้ไข ถ้อยคํานะครับ ถ้าผมจําไม่ผิดคือประเทศไทยกับประเทศเปรู ความร่วมมือของ ประเทศไทยกับประเทศเปรู การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเปรู ของเรายังต้องกลับ เข้ามาสู่สภา ปฏิบัติไม่ได้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคําในข้อตกลงเดิม ยังเข้าสู่สภา เลยครับ นั่นยังเข้าสู่สภานะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องเข้าสู่สภา แต่ทําอย่างไรให้มีความมั่นใจว่าท่านจะต้องเข้าสู่สภากรณีการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะท่านเองให้คู่ภาคีเป็นผู้ให้ความเห็นชอบโดยผ่านการดําเนินการหนังสือแลกเปลี่ยน ผ่านช่องทางทูตประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งนี้ท่านรัฐมนตรี ต้องเข้าไปดูในรายละเอียดครับว่าบันทึกความเข้าใจตรงนี้มันจะเป็นตามเจตนารมณ์ของท่าน จริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ความห่วงใยของด้านอื่น ๆ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธาน เผอิญผมไม่มีโอกาสที่จะไปทัศนศึกษาดูงานที่ประเทศแอฟริกาใต้ จริง ๆ ตั้งใจ ท่านประธานครับ หลายครั้ง แต่ไม่มีโอกาสได้ไป อย่างท่านเรวัตเมื่อสักครู่นี้ท่านพยายาม จะนํารายละเอียดมากราบเรียนท่านประธาน แต่ว่ามีเวลาจํากัดก็เสียครับท่านประธาน เพราะว่าบางทีสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาเรา เป็นประโยชน์นะครับท่านประธาน อย่างนี้ครับ เป็นประโยชน์มาก ขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ครับที่ส่งเสริมให้พวกเราได้มีโอกาสไปศึกษา ดูงาน พอกลับมาแล้วมันเห็นครับ ได้เจอของจริงแล้วเข้ามาสู่กระบวนการการที่จะอนุญาต อนุมัติตรงนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่ทาง รัฐสภามอบให้กับสมาชิกบางครั้งเป็นการเติมเต็มครับ เป็นการเติมเต็มที่เราจะได้นําเอา องค์ความรู้เหล่านั้น ประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์เพื่อให้เป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้าย บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ผมเน้นย้ํา นะครับว่าเมื่อรัฐสภาอนุมัติแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการไปลงนามระหว่างกันแล้วก็พร้อมจะ กลับนําสู่การปฏิบัติ กฎหมายไทยในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ในวรรคสี่ไว้เท่านั้นเองว่าท่านต้องให้ ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ให้อย่างไร ท่านรัฐมนตรีช่วยดูตรงนี้ด้วยนะครับ ให้อย่างไร เข้าถึงอย่างไร โดยข้อเท็จจริงแล้วในการนําเสนอลักษณะแบบนี้ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้นําเสนอประเด็นนี้ให้กับทางรัฐสภาด้วยเพื่อเราจะได้ ทราบว่าท่านได้เตรียมการไว้แล้ว

และประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน คณะกรรมการร่วมด้านการเกษตรครับ ในข้อที่ ๕ ที่จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในการ ดําเนินงาน ท่านเขียนหลวม ๆ เอาไว้ โดยข้อเท็จริงท่านต้องใส่ให้ชัดเลยครับ ท่านเขียน เพียงแต่ว่าหัวหน้าควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางด้านการเกษตรเท่านั้น แล้วบุคคลอื่น ๆ ละครับ กรรมการมีกี่คน สาขาไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมเชื่อว่าจะมีวิธีการปฏิบัติ ก็ฝากท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีครับ พยายามสรรหาบุคคลที่เกี่ยวข้องให้หลากหลาย ให้ตอบสนองต่อรูปแบบที่ท่านเขียนเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง กราบขอบคุณท่านประธานครับ