รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องความร่วมมือทางด้านการเกษตรระหว่างไทยและแอฟริกาใต้ และเรียกร้องให้พิจารณาถึงผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชากรทั้งสองประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสารอาหาร

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาสภาที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ข้อตกลงบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ว่าด้วยความร่วมมือ ทางด้านการเกษตร ซึ่งก็มีสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นให้ข้อห่วงกังวลอะไรต่าง ๆ ไปแล้ว กระผมก็อดที่จะมีส่วนร่วมที่แสดงความคิดเห็นตรงนี้ในบริบทของสุขภาพอนามัย ของประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับคนไทยไม่ได้นะครับ ในกรอบ ข้อตกลงที่กําลังจะไปทํากับประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างรัฐบาลไทยโดยกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ก็จะมีเรื่องหลายเรื่องที่สําคัญ ๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ร่วมกันด้านการเกษตร โครงการพัฒนาการเกษตรร่วมกัน รวมทั้งการสนับสนุนการพัฒนาการเกษตร ในทั้ง ๒ ประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีขอบเขตความร่วมมือ เช่น เรื่องการเกษตร ซึ่งก็คือเรื่องสัตว์ ประมง และพืช เรื่องการส่งเสริมสินค้าการเกษตรและด้านอื่น ๆ ซึ่งผมจะ ไม่ขอเอ่ยทั้งหมดนะครับ ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแล้วก็แสดงความเป็นห่วงกังวลก็คือ ในเรื่องของรูปแบบความร่วมมือของทั้ง ๒ ประเทศ ในอดีตที่ผ่านมาเรามักจะหลงอยู่ในวังวน ของความภาคภูมิใจว่าเราเป็นครัวโลก แต่ในขณะเดียวกันทางด้านสุขภาพอนามัย ด้านสาธารณสุข ก็ยังปรากฏว่ามีเด็ก ผู้สูงอายุ ที่ยังเป็นโรคขาดสารอาหารที่ยังอยู่ตาม ชายขอบของประเทศ หรือในดินแดนที่ทุรกันดารเป็นอันมาก ถึงแม้ว่าในระยะหลัง ๆ นี้ ได้มีการสนใจที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ไปบ้างแล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามครับ การที่เราไปหลงคิดว่า เราเหมาะสมที่จะเป็นครัวโลกโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังว่าประชากรของเรานั้นเป็นอย่างไร มีสุขภาพอนามัยเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับการกระจายอาหาร ก็คือเรื่องสินค้าการเกษตร ไปได้ทั่วถึงมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นในการที่เราใช้แนวความคิดนี้เพื่อที่จะไปตกลง กับประเทศอื่นในการที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรหรืออะไรก็ตาม หรือความร่วมมือ ทางวิชาการต่าง ๆ ก็ตาม กระผมคิดว่าเราต้องมองข้างหลังเราด้วยนะครับ และใช้ข้อตกลง แต่อยากจะให้ข้อคิดว่าควรจะมองเหลียวหลังในกลุ่มประชากรของประเทศเราที่ขาดโอกาส นะครับ ที่อยู่ในชนบทห่างไกล เพราะมิฉะนั้นแล้ววาทกรรมที่บอกว่าประเทศไทย เป็นครัวโลก มันก็เป็นเพียงวาทกรรมครับ แต่จริง ๆ แล้วมันซ่อนด้วยโศกนาฏกรรม ที่เกิดขึ้นกับคนของเราตามชายขอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีนะครับสําหรับผู้ที่จะ เข้ามาดูแลนโยบายทางด้านนี้ ผมจึงเสนออย่างนี้ว่าในการที่จะแลกเปลี่ยนสินค้า หรือในการที่จะแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน ขอให้คํานึงถึง ไม่ใช่เรื่องการตลาดเพื่อกําไรอย่างเดียว ขอให้คํานึงถึงการตลาดเพื่อสังคมด้วย ที่เขาเรียกว่า โซเชียล มาร์เก็ตติ้ง (Social Marketing) ด้วย ขออนุญาท่านประธานครับ ฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะผมคิดว่าตรงนี้มันน่าจะอยู่ใน บันทึกความร่วมมือระหว่างกันและกัน เพราะประเทศแอฟริกาใต้เดิมทีก็เป็นประเทศ ที่ด้อยพัฒนา มีเด็ก มีประชากรที่เป็นโรคขาดสารอาหารจํานวนไม่น้อย เราอาจจะผ่านยุค วิกฤติในช่วงนั้นมาแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าวิกฤตินั้นมันผ่านพ้นไปครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังมี เด็กขาดสารอาหาร ขาดโอกาสที่จะได้รับอาหาร ทั้ง ๆ ที่บอกว่าเราเป็นประเทศที่ผลิตผล การเกษตรในอันดับชั้นนําของโลก แต่ก็ยังมีเด็กที่ขาดสารอาหารในประเทศของเรา เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงอยากจะเสนอภายใต้ระยะเวลาอันจํากัดว่า รูปแบบของความร่วมมือ อื่น ๆ ที่กําหนดไว้ในข้อที่ ๖ (๑) และ (ฌ) รูปแบบความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาในสาขาการเกษตรทั้ง ๒ ประเทศ โดยคู่ภาคีเห็นชอบ ร่วมกัน ควรจะมีโครงการแก้ปัญหาโดยการเน้นในเรื่องของการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนสารอาหารของประชากรทั้ง ๒ ประเทศด้วย ไม่ใช่มุ่งแต่ในเรื่องการ แลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อที่จะเอากําไรกันอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องของความร่วมมือทางด้าน การเกษตรเพื่อกําไรหรือที่เรียกว่าเป็นลักษณะของคอมเมอร์เซียล (Commercial) มาร์เก็ตติ้ง เป็นการตลาดเพื่อจะได้กําไร แต่ว่าจะต้องเป็นการตลาดเพื่อสังคมด้วย ทําอย่างไรครับ ความร่วมมือตรงนี้โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเราตั้งหลักตรงนี้แล้วผมคิดว่า นักวิชาการเขาสามารถที่จะคิดโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชากรทั้ง ๒ ประเทศนี้ ได้อย่างมหาศาลครับ มิฉะนั้นแล้วถ้าไม่สนใจในเรื่องนี้ผมคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องกับบันทึก ความร่วมมือนี้เมื่อนําไปปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กําหนดนโยบายอาจจะต้องถูกกล่าวหา นะครับว่าท่านกําลังสร้างความรุนแรงเชิงโครงสร้างให้กับประชากรทั้ง ๒ ประเทศ เพราะไปมุ่ง แต่เรื่องของการค้ากําไร เรื่องสินค้าเกษตรร่วมกัน โดยมิได้สนใจมาเหลียวมองข้างหลังเลยว่า ประชากรของทั้ง ๒ ประเทศนั้นยังอดอยาก ยังขาดแคลนสารอาหารอยู่ ยังเป็นโรค ขาดสารอาหารในระดับต่าง ๆ อยู่ จึงขอฝากในเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในประเด็นนี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ