รสนา โตสิตระกูล พูดถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความร่วมมือทางทะเลระหว่างประเทศไทยและจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทรัพยากรทางทะเล เช่น น้ำมันและปิโตรเลียม และความมั่นคงของประเทศ
ในฐานะ: กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองก็มีความคิดเห็นที่อยากจะนําเสนอในประเด็นในเรื่องของ ความร่วมมือเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจระหว่างทบวงกิจการทางมหาสมุทรแห่งชาติจีน แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือทางด้านทะเล ดิฉันคิดว่าในประเด็นต่าง ๆ ที่ได้ พูดถึงเรื่องขอบเขตความร่วมมือนั้นก็เป็นสิ่งที่ทําให้เกิดความกังวลอยู่เหมือนกันว่า ประเทศไทยนั้นเป็นพื้นที่ที่ประเทศจีนจะเข้ามาสํารวจ ไม่ใช่ว่าเป็นความร่วมมืออย่างที่เพื่อน สมาชิกได้พูดว่า เราไปสํารวจในทะเลของประเทศจีนด้วย ก็คือเป็นพื้นที่ที่เราเปิดให้ทาง ประเทศจีนนั้นเข้ามาสํารวจ แล้วในขอบเขตความร่วมมือนั้นก็มีขอบเขตที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งตั้งแต่ข้อ เอ ถึงข้อ เจ นั้น ทั้งในเรื่องของนิเวศสิ่งแวดล้อมทางทะเล การสํารวจวิจัยทางทะเล รวมไปถึงในเรื่องของเทคโนโลยีด้านชีวพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพของทะเล และอื่น ๆ ซึ่งดิฉันเองก็เข้าใจว่าในหัวข้อทั้งหมดขอบเขตที่รวมเอาไว้นั้น ก็คิดว่าน่าจะรวม ไปถึงทรัพยากรภายในทะเลอย่างเช่น ปิโตรเลียมทั้งหลายด้วยใช่หรือไม่ แล้วเวลาพูดถึงเรื่อง การแลกเปลี่ยนร่วมมือนโยบายทางทะเลนั้น นโยบายนั้นอาจจะไม่ได้พูดถึงเรื่องประเด็น ความมั่นคง แต่ดิฉันคิดว่าขอบเขตของความร่วมมือนั้นอาจจะกระทบกับปัญหาความมั่นคง ของประเทศได้ แล้วก็รวมไปถึงความมั่นคงในส่วนที่ชุมชนต่าง ๆ ที่ได้อาศัยท้องทะเล เป็นพื้นที่ในการทํามาหากิน ดิฉันเองไม่ทราบว่ากรอบความตกลงอันนี้ ทางคณะรัฐมนตรี ทางรัฐบาลได้มีการทําความเห็นร่วมกับประชาชนแล้วหรือยัง แล้วถ้าหากว่าในแง่ของ ความร่วมมือเหล่านั้นไปกระทบกับวิถีชีวิตเช่น การประมงพื้นบ้านต่าง ๆ ของประเทศไทยนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีภาพรวมที่ชัดเจน ดิฉันเองก็มีความกังวลเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้พูดไปว่า เนื่องจากว่าประเทศไทยนั้นอาจจะมีเงินแล้วก็รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ด้อยกว่า เพราะฉะนั้นในเรื่องของความร่วมมือแล้วจะเกิดการ แบ่งปันที่เท่าเทียมนั้นก็ยังเป็นประเด็นที่สงสัยว่าจะสามารถทําได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องทางทะเลนั้น เวลานี้สิ่งที่เขาเรียกว่า ภูมิรัฐศาสตร์โลก มันได้สัมพันธ์ในเรื่องของทะเลด้วย ถ้าเราดูถึงในอดีตอย่างสมัยปี ค.ศ. ๑๙๐๐ ต้องถือว่า สหรัฐอเมริกานั้นเป็นผู้นําของโลก มีกองทัพเรือถึง ๗ กองทัพเรือที่ดูแลมหาสมุทรทั้งหมด มีความพร้อมและสามารถทําสงคราม ได้ใน ๒ พื้นที่ ปัจจุบันนี้ต้องคิดว่าสิ่งสหรัฐอเมริกาพยายามทําคืออาจจะไม่ได้คิดในการ ครอบครองพื้นที่แต่ต้องการรักษาสถานภาพของพื้นที่หลัก แล้วก็รวมไปถึงพยายามที่จะไม่ให้ มีมหาอํานาจในทางอํานาจใหม่ขึ้นมา แต่ในขณะที่ปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าประเทศจีน ประเทศอินเดียนั้นถือว่าเป็นมหาอํานาจใหม่ทางเอเชียที่กําลังจะเกิดขึ้น เวลานี้สิ่งที่ประเทศจีน กําลังทําก็คือ ในอดีตประเทศจีนมีสิ่งที่เราเรียกว่าซิลค์โรด (Silk Road) ถนนผ้าไหมที่เป็น การค้า ที่ขนเครื่องเทศต่าง ๆ จากตะวันออกไปยังตะวันตก แต่บัดนี้ซิลค์โรดใหม่ของประเทศจีน คือเรื่องน้ํามันนะคะ เรื่องน้ํามัน เพราะฉะนั้นเส้นทางทะเลที่ประเทศจีนพยายามจะลงมา ทําความร่วมมือกับประเทศไทย ดิฉันคิดว่าการที่ประเทศจีนต้องสร้างแนวร่วมต่าง ๆ กับ หลายประเทศนั้นเนื่องจากว่าในกระบวนการพัฒนาประเทศของประเทศจีนนั้น มีความจําเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรจํานวนมาก ซึ่งต้องนําจากประเทศอื่น ๆ แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของการร่วมมือในทางทะเลนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องน้ํามัน เรื่องปิโตรเลียมนั้น น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งนอกเหนือจากการที่ประเทศจีนพยายามที่จะสร้างพันธมิตรในด้านนี้ เพื่อที่จะคานดุลต่อรองอํานาจ แล้วก็ไม่ปล่อยให้พื้นที่ทางทะเลนั้นถูกปิดล้อม ดิฉันคิดว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยเองซึ่งเป็นประเทศเล็กในภูมิภาคแถบนี้ เราอาจจะต้องมอง บางอย่างกว้างขึ้นกว่าการที่เป็นเพียงแค่การร่วมมือในเรื่องของการวิจัยทดลองในเรื่องของ ทางทะเลที่เป็นเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ดิฉันคิดว่า ในกรอบคิดของผู้นําในทางการเปลี่ยนแปลงมนุษย์โลก คือทุนนิยมใหม่แบบประเทศจีน แบบประเทศอินเดียดิฉันคิดว่ามันก็เป็นการคานดุลระหว่างมหาอํานาจทางฝ่ายตะวันตก ซึ่งในอดีตนั้นเคยครอบครองพื้นที่ในแถบนี้ เพราะฉะนั้นประเทศไทยเองในการที่จะไปร่วมมือ กับประเทศไหนดิฉันคิดว่าคงต้องมองภาพรวมที่กว้างขึ้น ดิฉันเองก็อยากฝากกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะว่าท่านได้มองถึงจีโอโพลีติกส์ (Geopolitics) หรือที่ เรียกว่าภูมิรัฐศาสตร์เอาไว้มากน้อยแค่ไหน ความร่วมมือทางทะเลนั้นเป็นเพียงความร่วมมือ ในการวิจัยธรรมดาเท่านั้น หรือว่าเป็นความร่วมมือการวิจัยเพียงบางส่วน แต่ว่าสิ่งที่อยู่ เบื้องหลังความคิดนั้นมีความคิดที่มากกว่านั้นในการที่จะสร้างความร่วมมือและครอบครอง พื้นที่แถบนี้เพื่อที่จะดึงเอาทรัพยากรต่าง ๆ จากหลายประเทศนั้นเพื่อส่งไปพัฒนายังประเทศ ที่มีความพร้อมกว่าเป็นมหาอํานาจกว่า ดิฉันเองเกรงว่าความร่วมมือเหล่านี้นั้นถ้าหากว่าเรา ไม่ได้คิดอย่างรอบคอบก็สามารถที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนคนเล็กคนน้อยที่เขาใช้ชีวิต ในการเลี้ยงตัวเอง โดยอาศัยทะเล แต่ต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีทะเล ทั้ง ๒ ฝั่ง ทางฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอันดามัน ยากที่จะหาประเทศไหนที่จะมีฝั่งทะเลทั้ง ๒ ฝั่ง แล้วก็ เป็นทะเลตื้นที่เป็นทั้งการทําการประมง และแม้แต่การค้นพบทรัพยากรทางทะเลที่เป็นเรื่อง ปิโตรเลียมนั้น ในเขตทะเลตื้นนั้นถือว่าเป็นเขตทะเลที่สามารถขุดเจาะน้ํามันได้ง่าย แล้วเราก็ เห็นในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่ากระบวนการให้สัมปทานในเรื่องของการขุดเจาะน้ํามันนั้น ก็กระทบวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เขาทํามาหากินอยู่แล้ว ถ้าเราไปดูในนโยบายยุทธศาสตร์ นโยบายของรัฐบาลที่เคยแถลงผ่านมานั้นตั้งใจจะมีสัมปทาน จะอนุญาตสัมปทานถึง ๗๕ แปลงสํารวจ ซึ่ง ๗๕ แปลงสํารวจที่รัฐบาลได้เคยแถลงไปแล้วนั้นก็ส่งผลกระทบ ต่อชาวบ้านที่เขาทํามาหากิน แล้วนอกเหนือจากอันนี้แล้วเราไปทําความร่วมมือกับจีน การเข้ามาศึกษาความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ซึ่งเรามี ความรู้ที่น้อยมาก เราจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะในอดีตทรัพยากรชีวภาพในเรื่องสมุนไพรเวลาเรามีประเทศอื่น ๆ ทั้งในตะวันออก แล้วก็ทางตะวันตกที่เข้ามาศึกษา ประเทศไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วก็ทาง ตะวันตกที่เข้ามาศึกษา ประเทศไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยกตัวอย่าง ใบเปล้าน้อย เราก็เป็นเพียงแหล่งวัตถุดิบราคาถูกให้กับประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่นที่มา ศึกษาแล้วก็ส่งไปผลิตเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่ดีที่สุดในโลก แต่ประเทศไทยได้เพียงแค่ ราคาวัตถุดิบที่ถูกมาก แล้วก็สร้างความเสื่อมโทรมให้กับสิ่งแวดล้อม เพราะว่าเราก็ทําหน้าที่ เพียงแค่ปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่แล้วก็ส่งออกไปให้ประเทศอื่นในการที่จะใช้ประโยชน์ต่อไป ดิฉันยังสงสัยว่าการทําความร่วมมือในสิ่งเหล่านี้เราจะหลีกพ้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น ในอดีตในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องทางทะเล มันเป็นความหลากหลาย ทางชีวภาพในทางสมุนไพรต่าง ๆ คืออันนี้เราก้าวคืบไปถึงเรื่องทะเล เราอยู่กับสมุนไพร มานาน เรายังมีความรู้เรื่องสมุนไพรที่น้อยมาก ในขณะที่สิ่งแวดล้อมทางทะเลโดยเฉพาะ ทรัพยากรที่เป็นชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งหลายนี้เรามีความรู้แค่ไหน การแลกเปลี่ยนที่บอกว่าจะให้เกิดเป็นธรรมนั้น จะเกิดความเป็นธรรมได้จริงแค่ไหน ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล โปรดคํานึงถึงอย่างเคร่งครัดมากยิ่งขึ้นว่า การร่วมมือนั้นเป็นสิ่งที่ดีเสมอ แต่ร่วมมือแล้วนั้น ประเทศได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ คุ้มค่าหรือไม่ หรือว่าเราเป็นเพียงพื้นที่สําหรับ ที่จะให้คนอื่นมาแสวงหาประโยชน์แล้วก็ทิ้งสิ่งที่เป็นขยะต่าง ๆ ไว้ให้ประเทศของเรา ดิฉันก็ฝากความกังวลอันนี้เอาไว้ให้ทางรัฐบาลได้คิดในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะ