รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเจบีซี และเรียกร้องการเห็นชอบจากสภา

นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานครับ ในประเด็นที่ผม จะอภิปรายก็คือประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านประธานครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอ ผลรายงานผลการพิจารณาศึกษา โดยที่ตั้งขึ้นมาเพราะที่ประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งที่ ๕ วันอังคารที่ ๒๖ และครั้งที่ ๖ มีการบันทึก และโดยเฉพาะครับท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ไปศึกษาแนวทาง แล้วก็มาสรุปให้กับรัฐสภาแห่งนี้ได้รับฟัง ความคิดเห็นอีกรอบหนึ่ง โดยเฉพาะในข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา ๒๕๕๓ นั้น ในข้อ ๔๗ นี้เขียนไว้ชัดครับท่านประธานครับว่า ถ้าคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต ในวรรคสองก็บอกแล้วว่า ในกรณีที่รัฐสภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ผมถึงบอกครับว่าวันนี้มีความจําเป็นที่เราจะต้องให้ความเห็นเรื่องข้อสังเกต ท่านใดจะ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็มีความจําเป็นครับ แต่ที่ผมจะเสนอว่ามีความจําเป็นที่ต้องเห็นชอบ กับข้อสังเกตก็คือ ๑. วันนี้เมื่อเราดูข้อสังเกตของรายงานแล้ว เราจะสังเกตว่าข้อสังเกต ที่เขาทํามานั้นทั้งหมด ๕ ข้อ แต่ปรากฏว่าเวลาเราไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ก็มีการแก้ไขหรือ ทักทวงกับคณะกรรมาธิการทันที เช่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่พิพาทก็ดี ทางท่านประธาน คณะกรรมาธิการก็แก้ไขให้ แต่เนื่องจากในหลาย ๆ ข้อทั้ง ๕ ข้อนั้น ถ้าสมมุติเราไม่ให้ ความเห็นชอบกับข้อสังเกตมันก็จะเป็นประเด็นทันที คือในข้อ ๑ สมมุติว่าผมไม่ให้เห็นชอบ กับข้อสังเกตก็จะมีปัญหาทันทีว่าตกลงแผนที่ซึ่งเป็นระวางดงรัก ตกลงเราเองเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ๑ : ๒๐๐๐๐๐ มันก็จะมีปัญหาในแต่ละข้อครับว่ารัฐสภาแห่งนี้ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการแล้ว ที่คณะกรรมาธิการเขาบอกว่ามิได้มีถ้อยคําแสดงว่า ประเทศไทยยอมรับพื้นที่แผนที่มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐๐๐๐ ตกลงท่านรับหรือไม่รับครับ แต่ผม ผมก็ต้องยืนยันว่าผมรับตามข้อสังเกต เพราะผมเห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการ และข้อต่อไปครับท่านประธานครับ ในเมื่อเราพิจารณาจริง ๆ เราต้องพิจารณาเป็น รายข้อความเราเห็นด้วยกับข้อไหน ไม่เห็นด้วยกับข้อไหน สิ่งที่สําคัญที่โดยสรุปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากในข้อ ๓ หรือในข้อ ๒ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ต้องใช้ระบบเจรจา หรือ ถ้าไม่เห็นด้วยกับระบบเจรจาที่กรรมาธิการเสนอมาครับ และข้อ ๓ ท่านไม่เห็นด้วย ในข้อ ๓ เขาบอกอยู่แล้วเจบีซียังไม่แล้วเสร็จ และข้อ ๔ เขาบอกอยู่แล้วครับว่า สมควรนําไปพิจารณา โต้แย้งทวงติง เพราะในกรณีที่นําข้อ ๔ มากล่าวนั้น เป็นเรื่องฝ่ายไทยถูกกล่าวหาโจมตีว่า ลุกล้ําดินแดน หรือท่านจะยอมรับครับว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการไปศึกษานั้นเป็นการศึกษาที่ ไม่ถูกต้อง และโดยเฉพาะข้อ ๕ ครับ เขียนชัดครับว่าทั้งสองฝ่าย ร่างข้อตกลงชั่วคราว ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องเจรจากันต่อไป ถ้าท่านสมาชิกท่านใดบอกว่า ตกลงกันได้แล้วไม่ต้องเจรจากันต่อไป อันนั้นละครับ สําคัญครับ แต่เนื่องจากวันนี้เรามาบอกว่า ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เขาไปศึกษายอมรับสิ่งที่เขาศึกษาไหม เพื่อนสมาชิกหลายท่านสงสัยว่าแล้วเกี่ยวข้องกับข้อ ๑๐ ไหม ไม่เกี่ยวข้องครับ และ ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ (๑๕) เหตุผลครับ ๑. คณะกรรมการชุดนี้ เกิดขึ้นโดยที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อศึกษา เมื่อเพื่อศึกษาแล้วหลังจากที่ศึกษาเสร็จ มีความจําเป็นครับที่จะต้องนําเข้ามารัฐสภาตามข้อ ๗๓ และข้อ ๗๔ ผมถึงบอกว่าวันนี้ผมถึง กล้ายืนยันเช่นเดียวกับหมอวรงค์ว่าเราต้องแยกครับ แยกระหว่างข้อสังเกตหรือข้อพิจารณา ของคณะกรรมการชุดนี้ว่าท่านเห็นด้วยว่าทั้ง ๔ ข้อ หรือ ๕ ข้อหรือไม่ ถ้าท่านไม่เห็นด้วย ท่านก็โต้แย้งมารัฐสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่เห็นด้วย อย่างเมื่อวานนี้จะสังเกตนะครับ เมื่อคราว ที่แล้วจะสังเกตว่าสมาชิกบางท่านไม่เห็นด้วยก็โต้แย้งมา ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็แก้ไข วันนี้เรามาดูครับว่าข้อพิจารณาทั้ง ๕ ข้อนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ ท่านเห็นชอบกับ ข้อสังเกตทั้ง ๕ ข้อหรือไม่ แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตก็โต้แย้งมา คณะกรรมาธิการที่ไป ศึกษาโดยท่านอาจารย์เจริญจะได้มีการแก้ไขและมีการชี้แจง แต่ไม่ใช่ไม่รับครับ เพราะว่า อย่าลืมว่าเราตั้งไปให้ศึกษาเพื่อรายงานมานะครับ ศึกษา รายงาน บันทึกการประชุมของ คณะกรรมาธิการเจบีซีนะครับ ไปศึกษาบันทึกเท่านั้นเองว่าคณะกรรมาธิการการเจบีซี เขาบันทึกอะไรบ้าง แล้วมารายงานให้สภาทราบ เมื่อคณะกรรมาธิการชุดนี้เขาศึกษามาแล้ว นี่ล่ะครับจุดประเด็นก็คือว่าเอาข้อสังเกตนั้นส่งไปให้รัฐบาลเพื่อดําเนินการได้ตามข้อ ๑ ถึง ข้อ ๕ ได้ทันที เพราะในข้อบังคับการประชุมข้อ ๗๔ ก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องส่งไปให้ รัฐบาลดําเนินการ แต่ถ้าเกิดว่าวันนี้เราไม่ยอมรับข้อสังเกต ไม่ยอมรับผลการพิจารณา มันก็ ไม่มีค่าอะไรกับที่คณะกรรมาธิการเขาไปพิจารณามา แล้วก็ผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธาน