สุรเดช เสนอแก้ รธน. ม.190 ให้เหมือนเดิม จี้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายประกอบภายใน 1 ปี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

สุรเดช จิรัฐิติเจริญ เสนอข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ กลับคล้ายเดิมและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งหารือเร่งรัดการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 1 ปี โดยขอให้ฝ่ายบริหารแยกแยะสาระสำคัญเพื่อให้สภาพิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ขอสงวนคําแปรญัตติเกี่ยวกับเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งตามที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีการลงมติ รับหลักการในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา ๑๙๐ นั้น ซึ่งข้อความที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนั้น ตอนที่พวกเรา รับหลักการในวาระที่หนึ่งเป็นเนื้อหาซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทาง การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งเป็นยกร่างฯ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนรวมกระทั่งผมด้วย ก็ไม่เห็นด้วยในยกร่างฯ ที่พวกเรารับหลักการ เป็นที่มาแห่งการมีการแปรญัตติถึง ๓๖ คน แต่ต้องขอขอบคุณนะครับ ซึ่งทางกรรมาธิการยกร่างก็ได้แปรญัตติกลับไปเป็นตามเนื้อหา ส่วนใหญ่ตามที่ผู้แปรญัตติเห็นด้วย แต่มองแล้วตามที่กรรมาธิการแปรกลับไปนั้นกลับไปเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ เหมือนเดิมเลยครับ มีที่แตกต่างกันคือมีแค่ที่ผมอ่านนะครับ มีแค่วรรคห้า อย่างเดียวนอกนั้นเหมือนเดิมทั้งหมด ทั้งหมดมี ๖ วรรค แต่ว่าพอกรรมาธิการแก้ไปแก้มา เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ เหมือนทั้งหมดเลย เปลี่ยนที่วรรคห้า วรรคเดียวคือเพิ่มข้อความในวรรคห้าที่บอกว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนด อันนี้เพิ่ม คําว่า ประเภทกรอบการเจรจา เท่านั้น นอกนั้นเหมือนเดิม แล้วก็ขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา แล้วก็ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน และที่เพิ่มอีกอันหนึ่งคือว่า หรืองบประมาณของประเทศ แค่นี้ นอกนั้นเหมือนเดิมทั้งหมด ไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญที่เรา แก้ครั้งนี้เราทําอะไรกันอยู่ครับ เราว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาโดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ มีปัญหา แต่ทําไปทํามากรรมาธิการแก้กลับไปเหมือนกับมาตรา ๑๙๐ เดิมทั้งหมด เพียงแต่เพิ่ม ข้อความในวรรคห้าแค่ ๒ จุดเท่านั้น ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าการแก้ครั้งนั้นมีเพื่ออะไรนะครับ ซึ่งของเก่าก็ดีอยู่แล้วไม่รู้ว่าเอาเหล้าแถมเบียร์หรือเปล่านะครับ เพราะว่าเป็นข้ออ้างในการ แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และแถมด้วยมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ หรือไม่ ซึ่งจะเป็นการ แก้ไขเขตการเลือกตั้งจากแบ่งเขตเรียงเบอร์เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว หรือการที่จะมาเพิ่ม จํานวนบัญชีสัดส่วนจาก ๘๐ เป็น ๑๒๕ หรือเป็นการลดจาก ๔๐๐ เหลือ ๓๗๕ นั้น หรือ เพราะว่าทําไปทํามา พออ่านแล้วมาตรา ๑๙๐ จริง ๆ ถ้าเกิดตามที่ยกร่างครั้งแรกผมว่า มีข้ออภิปรายเยอะ แต่ทําไปทํามากรรมาธิการแก้เหมือนมาตรา ๑๙๐ เหมือนเดิมทั้งหมดเลย ซึ่งก็เป็นข้อสังเกต แต่ดังนั้นเองก็ขอบคุณที่กรรมาธิการมีการเปลี่ยนแปลงตามที่เพื่อนสมาชิก มีการแก้ไข คงไม่มีการแปรญัตติอะไรมาก แต่ผมก็มีข้อเสนอแนะสักเล็กน้อย เนื่องจาก ข้อสังเกตอย่างที่กราบเรียนมาแล้วว่าคงไม่มีอะไรมาก เนื่องจากว่ากรรมาธิการได้แก้ไข ตามเดิมแล้วตามที่พวกเราได้แปรญัตติเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีข้อความสักเล็กน้อยที่แตกแยก แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะที่ผมเห็นนะครับว่าจริง ๆ แล้วสาระสําคัญตามมาตรา ๑๙๐ นั้น ผมว่าเป็นสิ่งที่ดี มีสิ่งที่ดีและเป็นที่สําคัญอยู่แล้ว เพราะว่าการกระทําอะไรก็ตาม การที่ รัฐบาลเองจะทําความตกลงกับต่างประเทศก็ควรที่จะผ่านรัฐสภา รัฐสภาของเรานั้น เป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทยหลายภาคส่วน ถ้าเป็น ส.ส. ส.ว. จะเป็นทางพื้นที่ ทางสหกรณ์ หรือทางกลุ่มอาชีพนั้นเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วและทําให้ความรอบคอบยิ่งขึ้น แต่ผมขอฝากทางท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลนะครับว่าปัญหามาตรา ๑๙๐ ที่ผ่านมา มันเกี่ยวเรื่องเวลาทั้งนั้น เวลาอันดับแรก

เรื่องแรก บอกว่าเร่งให้มีกฎหมาย อย่างเช่นตามมาตรา ๔ ที่บอกว่า ให้ดําเนินการจัดมีกฎหมายตามมาตรา ๑๖๐ แห่งรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขภายใน ๑ ปี ประกาศใช้ ผมไม่แน่ใจว่าฉบับนี้จะให้เสร็จภายใน ๑ ปี ก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราบอกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี แล้วถามว่าถ้า ๑ ปี ไม่เสร็จจะทําอย่างไร มีผลบังคับใช้หรือไม่ อย่าว่าแต่มาตรา ๑๙๐ เลย ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บอกว่าให้เสร็จภายใน ๑ ปี ก็ไม่มีทําอะไร ถ้าเกิดไม่เสร็จแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นเองความชัดเจนถ้าเรามีกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ เรื่องมาตรา ๑๖๐ นั้นให้ชัดเจนว่าอะไรที่จะควรเข้าหรือไม่ควรเข้า บางเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เข้าทําให้เสียเวลาของรัฐสภาเพราะว่าภารกิจของเพื่อนสมาชิกรัฐสภานั้นหลายท่าน มีติดภารกิจเวลาก็ไม่มีเท่าที่ควร ดังนั้นเองถ้าเราจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดที่จะควร เข้าสภาถ้ามีกฎหมายลูกชัดเจนว่าควรเข้าก็เข้าประเภทสาระสําคัญ อะไรไม่ควรเข้าก็ให้ ฝ่ายบริหารสามารถตัดสินใจได้ทําให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น นี่คือประเด็นที่ ๑ ว่ากฎหมายลูก อย่าเขียนไว้ ๑ ปีเลยครับ ถ้าเขียน ๑ ปี ต่อให้เขียน ๖ เดือน หรือ ๓ เดือน ถ้ามีผลบังคับใช้ ก็เปล่าประโยชน์อยู่ที่ความจริงใจในการออกกฎหมายลูก เพราะรัฐธรรมนูญเองนั้น เราใช้เมื่อปี ๒๕๕๐ ปัจจุบันนี้ ๓ ปีกว่าแล้ว ยังไม่มีผลบังคับใช้ ยังไม่เสร็จเลยนะครับ ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลเองมีภารกิจอื่นมากมายหรือเปล่าทําให้เวลาในการออกกฎหมายลูก ไม่มี

ข้อที่ ๒ เรื่องเวลาที่บอกว่าทั้งกฎหมายทุกฉบับทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญเก่า หรือกฎหมายฉบับนี้บอกว่าระยะเวลาที่รัฐสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับ แต่รับเรื่อง หกสิบวัน ผมเห็นว่าวาระเราเรื่องรัฐสภาเรื่องพิจารณากรอบตามมาตรา ๑๖๐ ค้างอยู่หลายฉบับ บอกว่าให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญเก่า ๒๕๕๐ ก็ดี ให้สิทธิภายในหกสิบวันก็ระบุไว้ แม้กระทั่งการพิจารณาครั้งนี้ก็เขียนหกสิบวัน ไม่ทราบว่า ถ้าไม่หกสิบวันแล้วไม่เสร็จแล้วทําอะไร เรามีผลบังคับใช้หรือไม่ ผมว่าเรื่องเวลาเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าเราสามารถทําให้เสร็จก็ทําให้ฝ่ายบริหารนี่สามารถวางแผนได้ว่าเจรจาเมื่อไร ถ้ารู้ว่าเสร็จ หกสิบวันแน่ ๆ เพราะว่าหกสิบวันมันก็ไม่นานเกินไป และก็ไม่เร็วเกินไป ดังนั้นเองถ้าเกิด ขอให้รัฐสภาของพวกเรามุ่งมั่นตั้งใจว่าทั้งกฎหมายลูกก็ดี แล้วเร่งรัดการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายในหกสิบวันที่แท้จริง อย่าให้มีการค้างวาระอยู่นี้อีกมากมายจะทําให้สามารถบริหาร การจัดการ ทําให้ทางรัฐบาลเองสามารถไปเจรจากับคู่กรณีได้ เพราะว่าต่อไปนั้น ยุคโลกาภิวัฒน์เราจะเป็นอาเซียน เราจะเป็นประชาคมอาเซียนซึ่งมีความตกลงอยู่มากมาย เราจะเป็นอาเซียนบวก ๓ หรือบวก ๖ หรือจะเป็นติดต่อกับเมืองโกซูหรืออียู (EU) หรือ รัสเซียอะไรต่าง ๆ ก็มีมากมาย ถ้าหกสิบวันเรามาเร่งรัดหรือกระทําให้เสร็จภายในหกสิบวัน ผมว่าปัญหาต่าง ๆ จะไม่มีอะไรคั่งค้าง ก็ไม่เป็นภาระ ดังนั้นเองข้อเสนอแนะซึ่งผมเองทั้ง ๒ ข้อถึงเรื่องการกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จตามกําหนด ถ้าถามว่า ๑ ปีไม่เสร็จจะทําอย่างไร แล้วก็หกสิบวันนั้นขอให้เร่งรัด ผมว่าปัญหาต่าง ๆ ในการปฏิบัติในการควบคุมตาม มาตรา ๑๙๐ จะไม่มี ผมว่าเห็นด้วยในการเข้าสภา เพราะของเก่าดีอยู่แล้ว แต่ขอว่า พวกเราเองนั้นจะจริงใจในการตั้งใจในการให้กฎหมายหรือความตกลงนั้นผ่านสภาให้เสร็จ ภายในหกสิบวันหรือไม่ ขอบคุณครับ