รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้ท่านประธานรัฐสภาเดินหน้าต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ความจริงผมไม่อยากจะใช้สิทธิประท้วงท่านประธานเลย แต่ว่าท่านประธานได้ปล่อย ให้ที่ประชุมแห่งนี้ไม่สามารถเดินหน้าต่อในการทําหน้าที่ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เราใช้เวลาไป ๓ ชั่วโมงครับท่านประธาน วนอยู่ตรงนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เป็นสิทธิของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่จะไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่จะพิจารณาในสภา ซึ่งผมเคารพ แต่เรื่องที่พรรคฝ่ายค้านได้เสนอและได้หยิบยกประเด็นขึ้นมาก็คือการหยิบยก มาตรา ๘๖ ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แล้วบอกว่ามันมีวรรคท้ายที่เขียนไว้ว่า การแก้ไขเพิ่มเติม หรือการยกเลิกมาตราใดของรัฐธรรมนูญให้ระบุมาตราที่ต้องการ แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกไว้ในหลักการ หรือจะระบุไว้ในเหตุผลด้วยก็ได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นซึ่งเป็นกฎหมายสําคัญที่สุดของเรา ไม่มีข้อบังคับใดหรอกครับที่จะมาเหนือกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ การแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้น สิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ต้องปฏิบัติก็คือปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้เขียนไว้ในบทเฉพาะในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา ๒๙๑ ซึ่งในมาตรา ๒๙๑ ที่จะระบุขั้นตอนในการดําเนินการการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ครบถ้วน ส่วนการที่ข้อบังคับ ไปออกแล้วเพิ่มเติมเกินกว่ารัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่สามารถทําให้ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเสียไปได้ อันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานเลย ในหลักกฎหมายทั่วไปใช้ปฏิบัติกันอย่างนี้กันมาตลอด และกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกฎหมายที่มีศักดิ์และสิทธิมากกว่ากฎหมายทั่ว ๆ ไป ในเวลาที่มีการตีความหรือมี เหตุการณ์อะไรก็ตามที่ทําให้กฎหมายฉบับอื่นตกไป ท่านประธานไปดูเถอะครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญกับ พ.ร.บ. งบประมาณจะไม่ตก นั่นแสดงว่าฐานะและศักดิ์ของกฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้นมีความสําคัญในตัวเอง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้ประท้วงเลย ที่ฝ่ายค้านจะไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการว่าในมาตรา๘๖ จะดําเนินการถูกต้องหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ท่านรองประธานรัฐสภาท่านได้วินิจฉัย หลายครั้งแล้วว่าการดําเนินการของรัฐสภาถูกต้อง เมื่อถูกต้องท่านประธานก็ต้องเดินหน้า โดยการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ท่านประธานปล่อยให้ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาพูด ด้วยความคิดเห็นของตัวเองว่าไม่ถูกต้องอย่างไรก็แล้วแต่ซึ่งผมเคารพ เมื่อท่านไม่เห็นด้วย ท่านมีสิทธิที่จะใช้กระบวนการตามมาตราที่ท่านจะอ้าง จะยื่นเสนอต่อประธานรัฐสภา ตามมาตรา ๑๑๗ กระผมไม่ติดใจครับ แต่ว่ามาตรา ๑๑๗ เขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ว่า ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ให้เป็นอํานาจของรัฐสภาที่จะวินิจฉัย วันนี้ผมเชื่อ ว่าสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมากไม่ได้มีปัญหากับการตีความข้อบังคับฉบับนี้เลย มีเพียงสมาชิก พรรคฝ่ายค้านบางคนที่มีความรู้สึกว่าการดําเนินการตามข้อบังคับนั้นไม่ถูกต้อง และเมื่อยื่น ต่อประธานรัฐสภา ที่ประชุมแห่งนี้ก็มีสิทธิที่จะพิจารณาว่าจะสมควรให้มีการตีความ ตามข้อบังคับฉบับนี้ตามที่ฝ่ายค้านเสนอหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าพอเสนอมาปุ๊บ ที่ประชุม จะต้องโหวตเลยว่าตีความตามข้อบังคับ ไม่ใช่ครับ ถ้าที่ประชุมส่วนใหญ่ยังเห็นว่าปัญหา ที่ฝ่ายค้านหยิบยกและเสนอท่านประธานนั้นไม่จําเป็นต้องตีความ เพราะที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้เห็นว่าการดําเนินการต่าง ๆ นั้นดําเนินการโดยชอบแล้วก็ไม่จําเป็นต้องตีความตามที่ ฝ่ายค้านเสนอ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านประธานปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้ วนกันอยู่อย่างนี้เราก็เดินหน้าไม่ได้ และผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๑๐๓ ที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านเสนอนั้น ถ้าท่านประธานไปอ่านดูนะครับ ก็ไม่ได้ทําให้เป็นบทบัญญัติ ในมาตรารัฐธรรมนูญที่ไปขัดกับการแก้ไขเลยครับท่านประธาน กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเขียน ไว้โดยหลักการถึงการส่งสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขียนไว้กว้าง ๆ ครับ แล้วไม่ได้เขียน จํานวน ๓ คนอย่างที่ท่านเอ่ยในตอนอภิปรายด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อท่านประธาน ในฐานะประธานในที่ประชุมเห็นว่าการดําเนินการนั้น ถูกต้องชอบแล้ว ท่านประธานเดินหน้าต่อเถอะครับ ส่วนฝ่ายค้านก็มีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยกับท่านประธาน ท่านจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็เป็นสิทธิของท่าน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ๓ ชั่วโมงที่ผ่านมาเราไม่ได้เดินหน้า ไม่ได้ทําหน้าที่ในการเป็นสมาชิกรัฐสภาในการที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง และเดินหน้าต่อไป ขอให้ท่านประธานช่วยทําหน้าที่ของท่านประธานด้วยครับ