เจริญ ภักดีวานิช หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าระบบบัญชีรายชื่ออาจจะไม่จำเป็นต่อการเข้มแข็งของพรรคการเมือง และมีข้อกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่คนพิการ คนกลุ่มน้อย และชนเผ่าจะได้รับการเลือกตั้ง และเรียกร้องการเพิ่มจำนวนบัญชีรายชื่อให้มากขึ้น และมองว่าการซื้อเสียงในการเลือกตั้งลดลง เนื่องจากประชาชนมีความรู้และความสามารถในการเลือกตั้งมากขึ้น และขอความช่วยเหลือจากประธานกรรมาธิการในการตอบคำถามของเขา
ท่านประธานครับ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ของกระผมคงจะ รวบรัดเพื่อประหยัดเวลารัฐสภาท่านประธานครับ แต่มีประเด็นที่อยากจะให้ทางกรรมาธิการ ตอบ เนื่องจากกระผมเองในการพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ทุกร่างกระผม ลงมติรับทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อกรรมาธิการได้ตอบผม ผมก็อาจจะทบทวนการลงมติได้ ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญครับ ประการแรกก่อนครับ ท่านประธานครับ ผมย้อนให้ท่านประธานเห็นว่าคณะที่ศึกษา โดยเฉพาะผู้ร่างนะครับ ชุดอาจารย์สมบัติได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการบอกว่าที่ต้องการ แก้ให้สัดส่วนระบบบัญชีรายชื่อนั้นมีมากถึง ๑๒๕ คนนั้นเพื่อต้องการให้พรรคการเมือง เข้มแข็ง กระผมมีตัวเลขให้ท่านประธานดู ประเทศต่าง ๆ ที่เขาเลือกตั้ง แล้วพรรคการเมือง ต่าง ๆ เข้มแข็งอยู่ได้ขณะนี้ ฝรั่งเศส ๕๗๗ : ๐ ก็คือหมายความว่าประชาชนเลือก ๕๗๗ คน ไม่มีระบบบัญชีรายชื่อ นอร์เวย์ ๑๕๐ : ๑๙ ๑๕๐ คน คือประชาชนเลือก ออสเตรเลีย ๑๕๐ คน ไม่มีระบบบัญชีรายชื่อ เยอรมัน ๕๐ : ๕๐ ซึ่งใน ๕๙๘ อย่างต่ํานั้นแบ่ง ๕๐ : ๕๐ อังกฤษ ๖๕๙ คน ไม่มีระบบบัญชีรายชื่อ ญี่ปุ่น ๓๐๐ : ๒๐๐ แคนาดา ๔๓๕ ต่อไม่มีระบบ บัญชีรายชื่อ ประเทศที่ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูที่เขามาอ้างว่าคณะกรรมาธิการ บอกว่าต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ว่าฝรั่งเศสหรืออเมริกา เยอรมันหรือออสเตรเลีย นอร์เวย์ กระผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานทราบเพื่อต้องการให้เห็นว่าการที่มีระบบบัญชี รายชื่อเพิ่มขึ้นมากนั้นที่จะบอกว่าระบบการเมืองเข้มแข็งอาจจะไม่จริงก็ได้
ประการที่ ๒ ระบบบัญชีรายชื่อฝากท่านกรรมาธิการ เผื่อตั้งข้อสังเกตก็ได้ ๑๐๐ กว่าคนที่เราเพิ่มไปนั้นถ้ามีคนพิการ มีชาวนา มีชาวสวน หรือชาวเขา หรือชนเผ่า ที่มีอยู่หลายล้านคนในประเทศไทยเหมือนกันได้มานั่งในสภานี้ แต่ผมเห็นว่าในการเลือกตั้ง ที่มีระบบบัญชีรายชื่อคนเหล่านี้ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยโอกาสที่จะอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ ค่อนข้างเกือบเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าท่านประธานดูข่าวต่างประเทศไม่ว่าของจีนหรือของ ประเทศอื่นก็มีชนเผ่าเยอะ ในสภาของเขาจะมีคนเหล่านี้ขึ้น ระบบบัญชีรายชื่อของ ประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่ก็คือนักวิชาการ ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ หรือไม่ก็นายทุนคนที่ร่ํารวย และโอกาสที่จะไต่เต้าเป็นรัฐมนตรีได้ง่าย โอกาสที่คนพิการ โอกาสที่คนกลุ่มน้อยที่กระผม กราบเรียนเป็นบัญชีรายชื่อ ถ้าเผื่อกรรมาธิการจะตั้งข้อสังเกตก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะ ให้ระบบบัญชีรายชื่อมีตัวแทนสาขาอาชีพเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้
ประเด็นที่ ๓ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน ในการเพิ่มระบบบัญชีรายชื่อ ขึ้นมาจํานวนมากจาก ๘๐ คน เป็น ๑๒๕ คนนั้น เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็บอกว่า อย่างน้อย ๒๕ เขตพื้นที่ต้องเสียโอกาสในการที่จะได้รับเลือก ส.ส. ในการที่เขาจะใช้สิทธิ ในการเลือก ส.ส. เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าเราร่างตัดสิทธิประชาชน จริงอยู่เขาสามารถที่จะไป รวมกลุ่มรวมกับเขตอื่นได้ แต่อย่างไรก็ตามครับผมลองถามดูหลายจังหวัดที่เขาเสียโอกาสไป ทุกคนไม่เห็นด้วย ก็อยากจะฝากเผื่อท่าน ผมจะถามท่านกรรมาธิการ ๒-๓ ข้อต่อไปนี้ ขอความกรุณาท่านประธานซึ่งโดยส่วนตัวเคารพนับถือกันมาก ถ้าเผื่อท่านจะได้ตอบ และผมจะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ เพราะทุกร่างผมรับได้ทั้งนั้น
ประการแรกผู้ที่ร่างได้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการใช้หลักเกณฑ์อะไรในการคิด ถ้าเผื่อท่านตอบหลักเกณฑ์อะไรที่ ๓๗๕ นั่นก็คือ ส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ มีหลักเกณฑ์อะไรที่คณะผู้ที่ร่างชี้แจงต่อกรรมาธิการ
ประการที่ ๒ เขารับรอง มีการวิเคราะห์ มีการศึกษา มีการวิจัยไหมว่า ถ้าระบบนี้ขึ้นมาเขตใหญ่ขึ้น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อมากขึ้นการซื้อเสียงจะน้อยลง ผมติดตามเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับผมพยายามอ่านทั้งปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ผู้ร่างหลายคน ไม่ใช่ทุกคน โดยเฉพาะนักวิชาการ นักกฎหมายจะรังเกียจ นักเลือกตั้ง แล้วก็ดูถูกประชาชนอยู่มาตลอด หาว่าประชาชนไม่ได้รับการศึกษา เป็นคนโง่ ขอโทษนะครับท่านประธาน เป็นคนที่สามารถซื้อได้ ณ วันนี้ประชาชนถูกผ่านการทดสอบ ในการเลือกตั้งหลายครั้ง บทเรียนที่เขาเจ็บปวดมาก ๆ ก็คือ จากความแตกแยก ผมคิดว่า ขณะนี้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าจะเลือกพรรคไหน จะเลือกใคร เพราะฉะนั้นการที่เราจะพูด หรือเอาเหตุผลในการซื้อเสียง ผมคิดว่าลดการซื้อเสียงคงไม่เป็นเหตุผลที่มีน้ําหนักเพียงพอ
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าถ้าเผื่อเสียดายท่านกรรมาธิการได้สอบถามประชาชน ทั้ง ๒๕ เขต มีแบบสอบถามความรู้สึกประชาชน อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่านั่นคือความ ต้องการประชาชนจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าสมาชิกรัฐสภา ผมเคยกราบเรียนท่านประธาน ในการอภิปราย ตอนที่คณะกรรมการสมานฉันท์ที่กระผมเป็นกรรมการอยู่ด้วย บอกว่าสภาแห่งนี้จะต้องใช้ ความกล้าหาญในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่าพอเราจะแก้เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ก็ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมก็จะมีกระแสต้าน ณ วันนี้เป็นโอกาสก็เสียดายเราแก้ใน ๒ มาตรา ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะถือโอกาสในการแก้ เพราะฉะนั้นกระผมก็กราบเรียน ท่านประธาน ถ้าเราไปแก้มาตรา ๓๐๙ เราแก้มาตรา ๒๒๙ เพื่อให้ทุกคนยอมรับได้ ผมคิดว่า จะเกิดความสมานฉันท์ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าขอให้ รวบรัด กระผมก็จะขอรวบรัดเพราะว่าขณะนี้เราพูดกันมาทั้งวัน ขณะนี้ทุกคนตัดสินใจได้ สําหรับกระผมเองก็อยากจะฝากท่านประธานกรรมาธิการ ถ้าเผื่อท่านจะกรุณาช่วยตอบ ใน ๓-๔ เรื่องที่ผมกราบเรียน ผมก็จะได้เป็นข้อมูลในการเทใจถึงแม้ผมสงวนคําแปรญัตติ แต่ผมรับได้ทั้งทุกร่างเพราะผมรับตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ส่วนตัวผมชอบของฉบับประชาชน โหวตตกไปแล้ว มีอยู่ ๒-๓ ร่าง เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อท่านตอบคําถามผมได้ ๓-๔ ข้อ ผมจะได้ เอาไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ กราบขอบคุณมากท่านประธานครับ