พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ไม่เห็นด้วยกับร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลดจํานวน ส.ส. เขตและเพิ่ม ส.ส. ระบบสัดส่วน เนื่องจากไม่มีฐานอ้างอิงที่ชัดเจนและอาจทำให้การสะท้อนเสียงประชาชนด้วย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรากําลังอภิปรายกันเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้สงวน คําแปรญัตติซึ่งมีความเห็นต่างกับทางที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ลงมติกัน เพราะฉะนั้นขออนุญาตใช้เวทีสภาแห่งนี้อภิปรายสนับสนุนญัตติที่กระผมสงวน คําแปรญัตติไว้เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ตัดสินใจในการโหวตต่อไป ท่านประธานครับ ร่างเดิมของทางกรรมาธิการนั้นมีการแก้จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งมี ส.ส. อยู่ ๔๘๐ คน แก้เป็น ส.ส. ทั้งหมด ๕๐๐ คน เพิ่มมาทั้งหมด ๒๐ คน ในประเด็นเพิ่มจํานวน ส.ส. นี้ผมเห็นด้วย ไม่ได้มี ความเห็นแย้ง แต่มีความเห็นต่างในจํานวน ส.ส. ที่แบ่งเป็น ๒ รูปแบบด้วยกัน คณะกรรมาธิการเสียงข้าง มากได้ลดจํานวน ส.ส. เขต จาก ๔๐๐ เขตเลือกตั้งลงเหลือ ๓๗๕ เท่ากับว่าเราจะเสียสมาชิก ในระบบเขตเลือกตั้งลงไป ๒๕ คน และเอา ๒๕ คนนี้ไปเพิ่มในสัดส่วนของ ส.ส. ระบบ สัดส่วนแทน ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชนที่รับฟัง หรือว่าดูทีวีอยู่ ทางบ้านวันนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายถึงความแตกต่างในการแก้ไขในรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ระหว่างร่างของ ครม. กับร่างที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ฐานความคิดเดิม ส.ส. เขต ๔๐๐ เขตนี่มาจากไหน ผมนําเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีฐานความคิดใกล้เคียงกัน นั่นก็คือเราดูหลักจากประชากร ถ้าดูจากข้อมูลสถิติ ในปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราผ่านรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้น ประเทศไทยมีประชากร อยู่ ๖๐,๘๑๖,๒๒๗ คน หารด้วย ส.ส. ทั้งหมด ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง ก็เท่ากับว่า ส.ส. ๑ คน ดูแลพี่น้องประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ แม้ว่าการใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น เราจะใช้ครั้งแรกเมื่อการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๔ แต่ตัวเลขจํานวน ส.ส. ต่อประชากรก็คือ ๑๕๕,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ แต่พอการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ก็ยังยืนยันตัวเลข ของ ส.ส. เขต อยู่ ๔๐๐ คนด้วยกัน แต่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากปี ๒๕๔๐ มาเป็น ปี ๒๕๕๐ นั่นก็คือการแบ่ง ส.ส. สัดส่วนออกเป็นเขตเล็ก ๘ เขต ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วแล้วเสนอเข้ามาก็มีการเปลี่ยนแปลง ตรงนี้ด้วย นอกจากจะเปลี่ยนแปลงตัวเลข ส.ส. เขตจาก ๔๐๐ เขต เป็น ๓๗๕ เขตหายไป ๒๕ คนแล้ว ก็ไปเพิ่ม ส.ส. อยู่ที่ ส.ส. ระบบสัดส่วนจาก ๘๐ คน เพิ่มอีก ๔๕ คนไปอยู่ ส.ส. แบบสัดส่วนผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการและร่างของ ครม. โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ เหตุผลที่ ๑ จํานวนประชากรต่อ ส.ส. ซึ่งร่างเดิม ในปี ๒๕๔๐ นั้นฐานอยู่ที่ ๑๕๐,๐๐๐ คะแนน หรือว่าประชากร ๑๕๐,๐๐๐ คน ต่อ ส.ส. ๑ คน มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเวลา ๗-๘ ปีด้วยกัน และมีการพิสูจน์แล้วว่า พี่น้องประชาชนมีความสุข พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึง ส.ส. เขตละคน คนละเขตได้ อย่างทั่วถึง และในทางกลับกันประชากร ๑๕๐,๐๐๐ คน ต่อ ส.ส. ๑ คนนั้นก็พอดีกับที่ พี่น้อง ส.ส. จะได้พื้นที่ที่ไม่มีขนาดใหญ่มาก สามารถที่จะบริการพี่น้องประชาชนได้อย่าง ทั่วถึงต้องเรียนท่านประธานว่าในการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ผ่านมา๑๕๐,๐๐๐ เขต ก็จะมี ประชากรประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ หมู่บ้านต่อ ส.ส. ๑ คนท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าหากว่า เราเอาตามร่างของคณะรัฐมนตรีหรือร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้โหวตกันมานั้น ก็จะต้องมีประชากรถึง ๑๗๙,๗๙๔ คนต่อ ส.ส. ๑ คน นี่คือหารด้วย ๓๗๕ ตามร่าง ของคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าหารด้วย ๔๐๐ จะมีประชากร ๑๖๔,๗๙๔ คนต่อ ส.ส. ๑ คน ต่างกันเท่าไร ๑๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนอาจจะคิดว่าตัวเลข ๑๐,๐๐๐ คนนี้ไม่สําคัญ แต่สําหรับตัวผมแล้วผมถือว่าตัวเลขสําคัญมาก ๑๐,๐๐๐ คน ถ้าเทียบเป็นตําบลก็คือประมาณ ๕ ตําบล ท่านประธานครับที่พี่น้องประชาชนจะต้อง มารวมกันและ ส.ส. จะต้องดูแลเพิ่มขึ้น ในตัว ส.ส. เองของพวกผมนี่เหมือนกับนักกีฬา ท่านประธานครับ ผมพร้อมทุกรูปแบบ แต่ผมเป็นห่วงผลกระทบเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้แล้ว ในอนาคตต่อไปการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ง่ายท่านประธานครับ ไม่รู้ว่า อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีจะได้แก้กันหรือเปล่า เมื่อท่านตัด ส.ส. เขตออกไป ๒๕ คนมีผลกระทบทันทีกับพี่น้องประชาชนอีก ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร ที่จะต้องเดือดร้อนกันไป ที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากว่า ทางคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกในห้องนี้เห็นด้วยกับผมและยืนยันที่จะให้มี ส.ส. เขต ๔๐๐ คน เราก็สามารถที่จะเข้าไปสู่กระบวนการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราเคยมีเขตเลือกตั้งที่เคยใช้กันอยู่แล้ว มีการใช้การเลือกตั้งมาหลายครั้งด้วยกัน และการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ประสบความสําเร็จ ไม่ได้มีความเดือดร้อน ไม่ได้มีความ แก่งแย่งชิงดีกัน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเป็น ๓๗๕ เขต ส.ส. หายไป ๒๕ คน ท่านประธานครับผมไม่ทราบว่าช่วงการเลือกตั้งจะวุ่นวายแค่ไหน ประเทศชาติบ้านเมือง ขณะนี้ต้องการความสามัคคี อยากจะให้รัฐบาลทั้งท่านนายกรัฐมนตรีผู้เสนอเข้ามา แล้วก็ ทางคณะกรรมาธิการมองไปข้างหน้าไกล ๆ ให้กับลูกหลานของคนไทยด้วยกันว่า ถ้าเราจะ เปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเรื่องสําคัญ ขอให้มองที่ประชาชนเป็นหลัก บางคนเสนอมา ถึงแม้ว่า อยากจะให้มี ส.ส. มากกว่านี้ผมก็ไม่เห็นด้วย ส.ส. ๕๐๐ คนกําลังพอดีกับงบประมาณที่เรา จะได้ใช้ กับงานที่เราจะทําในสภา นี่คือเหตุผลซึ่งกระผมคิดว่าทางเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะ ในซีกฝ่ายรัฐบาลและทางสมาชิกวุฒิสภาที่ยังไม่ได้ตัดสินใจนะครับ ช่วยกรุณาเอาแนวคิด ของผมตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจด้วย
ในเรื่องของการเพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วนจาก ๘๐ คน ไปเป็น ๑๒๕ คนนั้น กระผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ เป็นตัวเลขที่ไม่มี ฐานอ้างอิงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ของเดิมที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน ๑๐๐ คนนั้น มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ ส.ส. ๕๐๐ คนในสภา ๔๐๐ คน มาจาก เขตเลือกตั้ง สะท้อนปัญหาจากพี่น้องประชาชนมาสู่สภาแห่งนี้ ส.ส. เขตอีก ๑๐๐ คน ก็เป็นการสะท้อนที่พี่น้องประชาชนเวลาไปเลือก ส.ส. ระบบเขตเหมือนกับเลือกพรรค การเมืองครับ ถ้าพรรคเพื่อไทย นโยบายถูกใจประชาชน พรรคเพื่อไทยอาจจะได้ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อมา ๖๐ คน ก็เท่ากับว่ามันเป็นตัวเลขบอกชัดเจนเลยว่าพี่น้องประชาชน ได้เลือกพรรคเพื่อไทยแล้ว ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ก็สามารถที่จะต่อไปได้อีกว่า แสดงว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นถูกใจพี่น้องประชาชนจึงได้รับเสียงข้างมากในสภา แห่งนี้ แต่ถ้าท่านประธานเอาตัวเลข ๑๒๕ คนมันคูณกันยาก ท่านประธานครับ ถ้าเอาตาม คณะรัฐมนตรีหรือเอาตามเสียงข้างมากไป ๑๒๕ คน มันดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่ถ้า ส.ส. ระบบสัดส่วน ๑๐๐ คน ชัดเจนครับท่านประธานครับ ถ้าพวกผมเสียงข้างมากผมอาจจะ ได้ ๔๕ ที่นั่งพรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้ ๓๕ ที่นั่ง ก็แสดงว่าพวกผมมีความนิยมมากกว่า ในสัดส่วนของการเลือกตั้ง เป็นการสะท้อนเสียงของพี่น้องประชาชนด้วยท่านประธานครับ
สุดท้ายผมก็คงจะต้องขอฝากว่า ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจลงมติในครั้งนี้ อาจจะอีกนานนะครับที่ท่านจะมีโอกาสได้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยประชาชน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอย่างอื่นอย่างใดไปเสียก่อน ก็ขอกราบวิงวอน ก่อนท่านลงมติช่วยกรุณาคิดถึงประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ