สุรจิต ชิรเวทย์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยเสนอว่าควรจะมีคณะกรรมาธิการรัฐสภาเพื่อพิจารณาและรายงานความเห็นต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญาต่างประเทศ และกรอบการเจรจา เพื่อช่วยให้รัฐสภาสามารถพิจารณาได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้ประเทศชาติตกเป็นเหยื่อของต่างชาติ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว. สมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ คือความจริงแล้วผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ นี้ครับ เพราะเห็นว่า เขียนไว้ครบถ้วนแล้ว แต่ว่าเมื่อแพ้โหวตก็ต้องมาหาทางแก้ไขในขั้นแปรญัตตินะครับ แต่ผลที่สุดแล้วกรรมาธิการร่วมสองสภาก็ได้แก้ไขไปจนแถบจะเหมือนเดิมแล้วนะครับ ซึ่งในส่วนนั้นผมก็ยอมรับ คงเหลือแต่ข้อเสนอแปรญัตติเพิ่มเติมอีกสองวรรคท้ายนะครับ ด้วยความกลุ้มใจหนักใจจริง ๆ ก็คือผมเสนอว่าให้มีคณะกรรมาธิการรัฐสภา ๑ คณะ คณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อพิจารณาเนื้อหาสาระของหนังสือสัญญาตามวรรคสอง และการดําเนินงานของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งกรอบการเจรจาตามวรรคสาม แล้วรายงาน ความเห็นต่อรัฐสภาโดยให้นําบทบัญญัติ มาตรา ๑๓๕ และมาตรา ๑๓๗ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม การพิจารณาและการรายงานความเห็นของคณะกรรมาธิการจะต้อง ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่วันได้รับเรื่องดังกล่าวครับ นี่คือข้อความ ที่กระผมขอเพิ่มเติมขึ้นนะครับ แต่คณะกรรมาธิการก็ใจดํานะครับไม่เห็นด้วย ส่วนข้อความ ในวรรคสุดท้ายที่กระผมขอเพิ่มว่า ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามวรรคสอง และวรรคสาม รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับ นับแต่วันที่รับรายงานจากคณะกรรมาธิการตามวรรคก่อน ความในวรรคนี้กรรมาธิการ ได้นําไปใส่ไว้ท้ายวรรคสองแล้วนะครับ จึงคงเหลือประเด็นเดียวนะครับ ที่กระผมเสนอให้มี คณะกรรมาธิการประจําของรัฐสภา เพื่อทําหน้าที่พิจารณาเนื้อหาสาระประเภทหนังสือ สัญญาตามวรรคสอง แล้วรายงานต่อสภานะครับ โดยกระผมขอชี้แจงเหตุผลความจําเป็น ดังนี้นะครับ ก็คือเดิมปัญหาการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ ในการเจรจาและทํา หนังสือสัญญากับต่างประเทศเป็นปัญหาก็เพราะว่ารัฐบาลแรกหลังเลือกตั้งทั่วไปมิได้ ดําเนินการเสนอร่างกฎหมายลูกภายใน ๑ ปี ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดนะครับ ทําให้ ฝ่ายบริหารมีเครื่องมือในการทํางานไม่ครบถ้วน แล้วภาระทั้งหลายนั้นก็เลยตกมาอยู่กับ รัฐสภาที่จะต้องพิจารณาเอกสารเป็นตั้ง ๆ ในเวลาล่วงหน้าเพียง ๒-๓ วัน เพราะรัฐบาล ไม่แน่ใจในกรอบขอบเขตว่าจะเข้าข่ายหรือไม่นะครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันนั้นรัฐสภาเอง ก็ไม่ได้สร้างเครื่องมือกลไกรองรับที่จะช่วยในการทําการศึกษากลั่นกรองก่อนการพิจารณา ก็คือไม่มีคณะกรรมาธิการประจําทําการศึกษาตรวจสอบให้เห็นข้อเท็จจริง ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะเบื้องต้นมาก่อนนะครับ ก็เลยเกิดสภาวะที่มีแต่เรื่องเร่งด่วนอย่างที่ท่านอาจารย์ ประเสริฐได้กล่าวไว้เมื่อกี้นี้นะครับ ในขณะที่เรามีการเจรจาทําหนังสือสัญญา มีกรอบเจรจา อยู่ตลอดทั้งปีนะครับ ซึ่งมีเนื้อหามีเทคนิควิธีปฏิบัติเฉพาะเรื่องเฉพาะทางมากมายนะครับ ผมจะขอยกตัวอย่างบทเรียนจากการเจรจาการค้า เปิดการค้าเสรีอาเซียนญี่ปุ่นนะครับ เอกสารส่งมาหนาศอกหนึ่ง ไส้ในเป็นบัญชีรายชื่อประเภทสินค้าเป็นหมื่นรายการนะครับ แล้วก็เป็นภาษาอังกฤษ มีปัญหาทางถ้อยคําเทคนิคมากมายนะครับ เช่น การค้า เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว จริง ๆ แล้วมันเป็นสินค้าหรือเป็นขยะ ที่ประเทศพัฒนาแล้ว หาทางส่งออกมาให้เราเป็นผู้กําจัดนะครับ แล้วในขณะเดียวกันก็ต้องไปตรวจสอบกับ อนุสัญญากรุงเบิร์นนะครับว่าความหมายของสินค้าประเภทนี้จริง ๆ ว่าเป็นอะไร ไปได้ไกล แค่ไหน มันเป็นการแปลงร่างของขยะให้กลายเป็นสินค้าไปหรือเปล่า เรามีเวลามีข้อมูลที่จะ พิจารณาเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่ในชีวิตจริงของรัฐสภาเรานะครับ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเลย ที่รัฐสภาจะพิจารณาได้โดยไม่มีคณะกรรมาธิการประจําทําการบ้านล่วงหน้ามาให้นะครับ และเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มหาศาลของประเทศชาติ ในขณะที่กฎหมายภายในของเราเอง และบริษัทรับกําจัดขยะสารพิษของเราเองก็มีปัญหาเรื่องร้องเรียนอยู่มากมายเต็มไปหมด อยู่แล้วนะครับ เมื่อรัฐบาลขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี้ เพื่อให้รัฐบาลมีเครื่องมือ ทํางานได้สะดวกชัดเจนขึ้น แต่รัฐสภาของเรากลับไม่ได้สร้างเครื่องมือตรวจสอบกลั่นกรอง คู่ขนานกันไปนะครับ ประเทศเราก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของต่างชาติในนามของโลกาภิวัตน์ ได้โดยง่ายนะครับ เพราะว่าความซับซ้อนของเรื่องราวเนื้อหาที่ต้องเจรจาล่วงหน้ากันเป็น ปี ๆ นะครับ เสร็จแล้วรัฐสภามีเวลา ๒-๓ วัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่รัฐสภาจําเป็นจะต้องมีคณะกรรมาธิการประจําของรัฐสภานะครับ เพื่อพิจารณาเนื้อหา สาระของหนังสือสัญญากรอบการเจรจา และรายงานความเห็นต่อรัฐสภา หากไม่สามารถ เพิ่มเติมข้อความตามที่กระผมขอสงวนไว้นี้ได้กระผมก็ไม่สามารถจะให้ความเห็นชอบต่อ การแก้ไขนี้ได้นะครับ แต่ถ้าบอกว่าจะไปแก้ไขข้อบังคับก็ไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานอีกแค่ไหน นะครับ กระผมจึงเห็นว่าจะต้องใส่ไว้ในการแก้ไขครั้งนี้เลยนะครับ ขอบพระคุณครับ