ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการเปิดเสรีตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะการลงทุนใน 3 สาขา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนจากประเทศในอาเซียนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการลงทุนของประเทศที่สาม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขอมีส่วนในการที่จะแสดงความคิดเห็นในรายการข้อสงวน ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนและแนวทางการเปิดเสรีรายการข้อสงวน ชั่วคราว ๓ สาขา ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน เนื่องจากการที่ ประเทศไทยจะเปิดเสรีในเรื่องของรายการสงวนชั่วคราว ๓ สาขาที่กําหนดไว้ ซึ่งในขณะนี้ ได้มีความพร้อมใน ๒ สาขาที่จะเปิดก็คือ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําและสาขาการเพาะ ขยายและปรับปรุงพันธุ์พืช ส่วนอีกสาขาหนึ่งคือการทําป่าไม้จากป่าปลูกนั้นยังจะต้อง อยู่ในระหว่างการติดตามเรื่อง แล้วก็ความเห็นของกรมป่าไม้ ซึ่งในกรณีของการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ํานั้น ผมมีข้อคิดเห็นซึ่งอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ในการที่เราจะเปิดเสรีให้มีการเพาะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้ําลึกนั้น อันที่จริงเรื่องการเพาะเลี้ยง ปลาทูน่าในกระชังน้ําลึกถือว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นเทคโนโลยี ที่ประเทศไทยอาจจะยังไม่พร้อมและยังไม่มีด้วยซ้ําในขณะนี้ จากการตรวจสอบจากผู้ที่มี ความรู้ในเรื่องนี้แล้วก็จากการตรวจสอบจากเอกสารที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในเอกสารนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าการเพาะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้ําลึกนั้นอาจจะมีการดําเนินการในประเทศไทย ในขณะนี้ก็คงจะมีการไปใช้ประโยชน์จากแพลทฟอร์ม (Platform) ของแท่นขุดเจาะน้ํามัน ที่เรามีอยู่ โดยเฉพาะในอ่าวไทย เพราะการที่จะไปทํากระชังน้ําลึกได้นั้นแน่นอนครับ อยู่ ๆ การที่จะไปตั้งทําเป็นกระชังเลยเทคโนโลยีขั้นสูงก็อีกส่วนหนึ่ง และการลงทุนก็คง จะต้องลงทุนอยู่มาก แต่หากใช้แพลทฟอร์มของแท่นเจาะน้ํามันที่มีอยู่ในอ่าวไทย ซึ่งบางแท่นเจาะกําลังจะยกเลิก หรือเลิกไปแล้วในขณะนี้ถูกทิ้งร้างไว้ก็มีโอกาสที่จะมีความ เป็นไปได้สูง เมื่อมาดูเรื่องนี้แล้วก็อาจจะมีความห่วงใยอยู่ว่าคงจะต้องใช้เทคโนโลยี ขั้นสูงพอสมควร ทีนี้พอมาดูประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้วความเป็นไปได้ในการที่จะใช้ เทคโนโลยีขั้นสูงเช่นนี้จากประเทศในอาเซียนด้วยกันแล้ว ก็ดูเหมือนว่าอาจจะมีประเทศเพียง ประเทศเดียวที่น่าจะสนใจมาดําเนินการก็คือประเทศสิงคโปร์ แต่ว่าในความเป็นจริงนั้น ประเทศสิงคโปร์เองก็อาจจะไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ด้วยตนเอง ก็อาจจะเป็นการนํา เทคโนโลยีจากประเทศอื่นซึ่งอาจจะมีลักษณะเช่นนี้อยู่บ้างในทะเลเหนือในขณะนี้ ที่มีเทคโนโลยีนี้อยู่ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าหากจะมีการมาดําเนินการในประเทศอาเซียนเรา จากประเทศอาเซียนเราก็คงจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่เป็นการถ่ายทอดมาอีกทีหนึ่ง แล้วการลงทุนที่จะดําเนินการในลักษณะเช่นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการมาลงทุนโดยตรง ของประเทศในสมาชิกอาเซียน ซึ่งมาดูรายละเอียดและข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อห้าม หรือกรณีใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของตารางรัฐสมาชิกอาเซียนตามข้อ ๙ ในหน้า ๖ ของเอกสารนี้ แล้วก็ไปดูในข้อ ๘ ก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยอยู่ว่าการมาร่วมลงทุนนั้น มันมีความไม่ชัดเจนว่าการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ ของประเทศไทยเรา ได้มีข้อขีดคั่นไม่ให้ประเทศซึ่งเป็นประเทศที่สามไม่ใช่เป็นประเทศที่เป็นคู่ลงทุนซึ่งเป็น สมาชิกของประชาคมอาเซียนได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมลงทุนด้วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เองอาจจะเป็น ข้อที่ทําให้เกิดความน่าห่วงใยว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วผู้ที่จะมาลงทุนนั้นจะเป็นผู้ที่มาจาก ประเทศอาเซียนจริง ๆ หรือมาจากประเทศที่สามแต่ใช้ประเทศอาเซียนเป็นทางผ่าน เข้ามาร่วมลงทุนในบ้านเรา ซึ่งก็เลยตั้งเป็นข้อสังเกตที่น่าห่วงใยไว้ เพราะในข้อ ๘ นั้นมีความไม่ชัดเจน ก็อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีไว้นะครับว่าคงจะต้องมี ความชัดเจนในเรื่องนี้ว่าประเทศที่สามที่จะใช้ประเทศสมาชิกในประชาคมอาเซียนเข้ามา ลงทุนในบ้านเราโดยใช้เงื่อนไขตามข้อกําหนดนี้ ข้อตกลงนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด และจะทําให้เราเกิดเสียสิทธิ หรือได้สิทธิ หรือได้ประโยชน์ในการที่ประเทศในอาเซียนนั้น จะมาลงทุนในสัดส่วน ๕๑ เปอร์เซ็นต์นี้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด
ในส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ที่เรียกว่าเลี้ยงกุ้งมังกร การเลี้ยงกุ้งมังกรนั้นมีความน่าสนใจและน่าห่วงใยบางประการนะครับ ก็คือกุ้งมังกรนั้น หากจะเลี้ยงต้องเลี้ยงในพื้นที่ที่มีน้ําค่อนข้างจะดี ซึ่งสภาพเช่นนี้เลี้ยงชายฝั่งที่มีน้ําค่อนข้าง จะดีนะครับ สภาพแวดล้อมดี ซึ่งสภาพแวดล้อมเช่นนี้ในบ้านเราก็คงจะอยู่ตามเกาะ เพราะตามชายฝั่งที่เป็นแผ่นดินใหญ่ในปัจจุบันนั้นเราค่อนข้างจะมีมลภาวะมากมาย แล้วก็การเลี้ยงกุ้งมังกรนั้นจากการตรวจสอบทางวิชาการแล้วก็พบว่าอายุของกุ้งมังกร อายุของการเลี้ยงนี่ต้องใช้เวลา ๒ ปีถึงจะได้ผล เมื่อการเลี้ยงต้องใช้เวลาถึง ๒ ปีเช่นนี้ ก็ห่วงใยว่าอาจจะเกิดปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น แล้วโดยเฉพาะหากจะต้องไปเลี้ยง ตามเกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นเกาะที่อาจจะมีความบริสุทธิ์อยู่ค่อนข้างจะมาก ยังไม่มีมลภาวะ มากมาย การเปิดโอกาสให้ไปเลี้ยงกุ้งมังกรเช่นนี้มันจะทําให้ความบริสุทธิ์หรือความที่จะเป็น สิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่ตามบริเวณเกาะนั้น ๆ เกิดผลกระทบหรือเกิดความเสียหายหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน เพียงไร ก็อยากจะเป็นข้อสังเกตเอาไว้ เพราะอย่าลืมว่าในเรื่องของ การเลี้ยงกุ้งกุลาดําในบ้านเรานั้น ครั้งแรก ๆ ที่เข้ามาในบ้านเรานั้นก็มาจากผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง จากไต้หวัน และในที่สุดพอนาน ๆ เข้าก็เกิดการขยายตัว จากการลงทุนของผู้ลงทุนจาก ประเทศอื่น ๆ อยู่บ้างแฝงเข้ามา และในที่สุดการเลี้ยงกุ้งกุลาดําก็ทําให้เกิดมลภาวะขึ้นมา ตามชายฝั่งของบ้านเราอย่างมากมาย เช่นเดียวกันการเลี้ยงกุ้งมังกรที่จะเกิดการลงทุนจาก ประเทศในอาเซียนคราวนี้ ผมก็ห่วงใยว่าจะมีประเทศอื่นเข้ามาสวมเข้ากับประเทศอาเซียน ที่จะมาลงทุนในบ้านเรา แล้วในที่สุดก็จะทําให้เกิดปัญหาเรื่องมลภาวะตามเกาะต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีความสวยงามและความน่าสนใจในทางสิ่งแวดล้อมอยู่ในขณะนี้ด้วย ก็ขออนุญาต ฝากเป็นข้อสังเกตไปกับท่านรัฐมนตรีครับ