รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ศิริโชค โสภา หารือเรื่องแผนที่ 1:200,000 ที่ระวางดงรัก โดยอ้างเอกสารและบันทึกที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนข้อความของตน และวิพากษ์วิจารณ์ข้อความของคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่าประเทศไทยยอมรับแผนที่เฉพาะฉบับเดียวที่แสดงปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ไม่ใช่แผนที่ทั้ง 11 ฉบับที่ผลิตขึ้น และกล่าวว่าหากไม่มีการยอมรับแผนที่นี้ กัมพูชาอาจฟ้องร้องประเทศไทยต่อศาลโลกได้

นายศิริโชค โสภา กรรมาธิการ

อันนี้จบเรื่องแผนที่นะครับ เรื่องที่ ๒ ที่หมอแวมาฮาดีพูดถึงก็คือเรื่องของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ครับ ท่านก็อ้างนะครับว่า ในบันทึกเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ มีการระบุชัดเจนครับว่าใช้แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการได้พูดไปว่าไม่มีถ้อยคําไหนที่รับรองแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก เป็นคําพูดเท็จของคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับว่า ในเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ นี้ เขียนไว้อย่างนี้จริงครับ ข้อ ค เขียนว่าแผนที่ที่จัดทําขึ้น ตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ซึ่งจัดขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. ๑๙๐๔ แล้วท่านหมอแวมาฮาดีก็ไปดูในบันทึกสมัยปี ๒๕๔๓ ที่เขียนถึง ครม. แล้วก็บอกว่ามีการระบุแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่บังเอิญท่านไม่ได้ ศึกษาให้มันลึกไปกว่านี้ครับ เพราะคําว่า แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นั้น เขาหมายความว่าแผนที่ ที่จัดทําขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยาม กับอินโดจีน ถ้าท่านไปศึกษานะครับว่าผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ของคณะกรรมการปักปันชุดนี้มีอะไรบ้าง ท่านก็จะเกิดความเข้าใจ ผมขออนุญาต ท่านประธานเอาคําพิพากษาของศาลโลกมาเปิดให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้เกิดความเข้าใจ คณะกรรมการผสมสยาม-อินโดจีน ผลิตแผนที่ขึ้นมา ๑๑ ระวางแต่ประเทศกัมพูชาได้เอา เฉพาะระวางดงรัก คือ ๑ ใน ๑๑ นี้ขึ้นมาบนศาลโลกเพื่อให้ศาลโลกวินิจฉัย แล้วศาลโลก มีคําวินิจฉัยอย่างนี้นะครับเป็นภาษาอังกฤษครับ วอส เนฟเวอร์ฟอร์มอลลี แอพพรูฟ บาย เดอะ เฟิร์ส มิกซ์ คอมมิชชัน (Was never formally approve by the first mix commission) พูดง่าย ๆ ก็คือว่าแผนที่ไม่เคยได้รับการเห็นชอบอย่างเป็นทางการ โดย คณะกรรมการผสมชุดที่ ๑ ธิงค์ ทู เดอะ แฟคท์ แดท เดอะ มิกซ์ คอมมิชชัน แฮฟ ซี อิท ฟังก์ชัน ซัม มันธ์ ไพรเออร์ ทู เดอะ โพรดัคชัน ออฟ อะ แมพ (Think to the fact that the mix commission have see it function some month prior to the production of a map) แปลเป็นภาษาไทยครับว่า ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าคณะกรรมการผสมได้ยุติการ ปฏิบัติหน้าที่หลายเดือนก่อนการจัดทําแผนที่ แล้วศาลนะครับก็ได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่า เดอะ เรคคอร์ด ดาส นอท โชว์ เวเธอะ เดอะ แม็บ แอนด์ เดอะ ไลน์ เวอ เวรี โซน เอนี่ ดี ซิชั่น ออร์ อินสทรัคชั่น กิ๊ฟเวน บาย เดอะ มิกซ์ คอมมิชชัน ทู เดอะ เซอร์เวอิ้ง ออฟฟิส เซอร์ส วาย อิท วอส สกิล ฟังก์ชันนิ่ง (The record does not show whether the map and the line were zone any decisions or instruction given by the mix commission to the surveying officers why it was skill functioning) แปลเป็น ภาษาไทยครับว่า หลักฐานไม่ได้แสดงว่าแผนที่หรือเส้นมีพื้นฐานมาจากคําวินิจฉัยหรือ คําสั่งใด ๆ ที่คณะกรรมการผสมได้ให้แก่เจ้าหน้าที่สํารวจในระหว่างที่คณะกรรมการ ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ๒๐๐,๐๐๐ จริงครับ แต่ต้องเป็นแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันผสม สยาม-อินโดจีนครับ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือระวางดงรักที่ท่านพูดถึงนี้มันไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าเวลาเราจะไปศึกษาอะไร เราต้องดูข้อเท็จจริง อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะถ้าดูแบบผิวเผินก็จะมีความเชื่อแบบนี้นะครับ อันนี้ก็คือเรื่อง แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ว่าคณะกรรมาธิการยังยืนยันครับว่าไม่มีถ้อยคําไหนในบันทึก การประชุมเจบีซีหรือในเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ไประบุว่าประเทศไทยยอมรับแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ (ระวางดงรัก) ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน ส.ว. บางท่านก็ได้ขอให้ คณะกรรมาธิการนําเสนอจดหมายซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทําไปถึงรัฐบาล ประเทศกัมพูชานะครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาครับเมื่อกี้นี้ก็คือจดหมาย ที่กระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ ว่าเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ไม่ได้เป็นการยอมรับแผนที่ระวางดงรัก ซึ่งเอกสารชุดนี้ถ้าท่านอยากดูนะครับผมก็จะ นําให้กับท่านประธานรัฐสภา เพื่อได้นําไปเสนอต่อท่านสมาชิกรัฐสภาที่มีความสงสัย ในเรื่องนี้ครับ

ประเด็นต่อไปถามว่าทําไมรัฐบาลไทยจึงไม่ปฏิเสธแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ทุกฉบับ สาเหตุนะครับเราก็ได้มาศึกษาในคําวินิจฉัยของศาลโลกนะครับ จริงอยู่ครับว่า กรรมการชุดนี้ผลิตแผนที่มา ๑๑ ฉบับแล้วก็ถูกยกเลิกไป ๓ ฉบับ ก็เหลือ ๘ ฉบับ แต่ว่าข้อเท็จจริงเวลาประเทศกัมพูชาเอาแผนที่ขึ้นไปประกอบการพิจารณาของศาลโลก ประเทศกัมพูชาเอาเฉพาะแผนที่ระวางดงรักแผนที่ฉบับเดียวไปครับ เพราะฉะนั้นเวลาศาล วินิจฉัย ศาลก็พูดถึงแผนที่เฉพาะระวางดงรักครับไม่ได้พูดถึงอีก ๗ ฉบับ เพราะฉะนั้น จะให้เราไปตีความเอาเองว่าหมายถึงว่าอีก ๗ ฉบับนี้ไม่ได้เป็นผลงานก็ไม่มีใครกล้าตีความ แต่สาเหตุที่เรากล้าตีความว่าเฉพาะระวางดงรักนี้ไม่ใช่เป็นผลงานของคณะกรรมการ ปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ก็เพราะว่าศาลโลกได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วนะครับ ก็ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกรัฐสภาที่ว่าทําไมเราถึงไม่ปฏิเสธแผนที่ทั้ง ๑๑ ฉบับนะครับ ฉะนั้นผมก็กราบเรียนต่อไปนะครับว่ามีท่านสมาชิกรัฐสภาอีกท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือท่านฐิติมา ฉายแสง ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าท่านก็สงสัยนะครับว่าจริง ๆ แล้ว คําพิพากษานี้ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไร ยอมรับ คําพิพากษาของศาลโลกปี ๒๕๐๕ หรือเปล่า ผมคงตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับยืนยันครับว่าเราเคารพคําพิพากษาของศาลโลก แล้วเราก็ยืนยันครับว่าปราสาทพระวิหารทั้งตัวปราสาทแล้วก็พื้นดินใต้ปราสาทเป็นของ ประเทศกัมพูชา แต่ว่าตรงที่อื่นนั้นไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมก็อยากยืนยันกับท่านสมาชิกนะครับ ว่าเรายอมรับในคําพิพากษาของศาลโลก เพียงแต่ว่าข้อสงสัยของท่านเป็นข้อสงสัย ที่ทางคนประเทศกัมพูชาเคยด่าผมตอนที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนั้น สงสัยว่าพื้นดิน ใต้ปราสาทพระวิหารนี้เป็นของใครนะครับ ผมก็เรียนยืนยันว่าถ้าเป็นพื้นดินใต้ปราสาท พระวิหารจริง ๆ เป็นของประเทศกัมพูชาไม่ใช่ของประเทศไทย เพราะศาลโลกได้มีคําตัดสิน ไว้แล้วนะครับ แล้วก็ท่านฐิติมา ฉายแสง เองเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมตอนนี้นะครับ ก็ได้พยายามพูดว่าประเทศกัมพูชาจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องกับศาลโลก จริง ๆ ถ้าท่านฐิติมา ได้มีโอกาสได้ไปศึกษาธรรมนูญของศาลโลกยิ่งจะเข้าใจดีครับ ว่าจริง ๆ แล้วไม่สามารถ เอากลับไปขึ้นศาลโลกได้นะครับ เพราะว่าคําตัดสินนี้ถือว่าสิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพียงแต่ว่าท่านไปฟังไม่ได้ศัพท์นะครับ แล้วก็อาจจะไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ดีพอ จริง ๆ เหตุผลเดียวที่ประเทศกัมพูชาสามารถเอาไปขึ้นศาลโลกได้ ก็คือมาตรา ๖๐ ครับ มาตรา ๖๐ ในที่นี้หมายความว่า ยกเว้นว่ามีข้อขัดแย้งกันในการตีความความหมายของ คําพิพากษา นี่คือกรณีเดียวที่จะสามารถเอาขึ้นไปศาลโลกได้ กรณีอื่นไม่มีครับ เพราะว่า คําพิพากษาของศาลโลกถือว่าสิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากให้ เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ แล้วผมก็ขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านผู้อาวุโสของ พรรคประชาธิปัตย์คือท่านอาจารย์สมเกียรติ ซึ่งผมก็รู้สึกดีมาโดยตลอดนะครับ เพียงแต่วันนี้ ท่านก็ไปยกคําพูดของทูตปราสาท ผมยอมรับครับว่าในระหว่างที่ผมศึกษาเรื่องของ ไทย-กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศเองทุกคนไม่ได้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งหมด ยอมรับครับว่ากระทรวงการต่างประเทศส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางของ ท่านทูตปราสาท พูดง่าย ๆ ผมตีนะครับประมาณ ๖๐ : ๔๐ คือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เห็นไป ในทิศทางของท่านทูตปราสาท แต่อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นไปในทิศทางของรัฐบาลชุดนี้ครับ นั่นก็คือความยากลําบากของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ต้องพยายามที่จะ ปรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศให้ไปในทิศทางเดียว ผมไม่อยากให้ท่านอาจารย์ สมเกียรติยกคําพูดของคนในกระทรวงการต่างประเทศเพียงแค่คนหนึ่ง แล้วมาบอกว่านี่คือ ความเห็นของรัฐบาลไทย มันไม่ใช่ครับ เพราะความเห็นของรัฐบาลไทยนั้นไม่มีความชัดเจน แล้วเพื่อป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็เลยจําเป็นที่จะต้อง ตั้งข้อสังเกตที่ชัดครับว่าการที่ผู้นํารัฐบาล รัฐมนตรีที่รับผิดชอบและฝ่ายปฏิบัติได้ยืนยัน ถึงแนวทางที่จะดําเนินการในเรื่องนี้อย่างชัดแจ้งและเป็นเอกภาพ ก็คือพูดถึงเรื่องแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก ว่าไม่ใช่เป็นระวางที่เรายอมรับในเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ ดังนั้นสมควรให้ส่งข้อสังเกตนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อนําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรีต่อไป นั่นก็หมายความว่าเพื่อให้ท่านสมาชิกรัฐสภาไม่ต้องวิตกกังวล เกิดความอุ่นใจ ว่าเมื่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะต้องไปเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรีครับ หมายความว่าพอท่านเห็นชอบกับข้อสังเกตนี้แล้ว ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านนายกรัฐมนตรี นําข้อสังเกตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักที่ทุกคนเป็นห่วง เอาเข้าไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา แล้วออกมาเป็นมติครับว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก ขอบคุณมากครับ