รสนา โตสิตระกูล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔

รสนา โตสิตระกูล แสดงความกังวลต่อการเร่งรีบนำเสนอผลการศึกษาของกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา โดยชี้ว่ากรณีดังกล่าวมีความซับซ้อนและยังไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นการตีความแผนที่ระวางดงรักและการตอบรับจากประเทศกัมพูชาต่อเอกสารที่รัฐบาลปฏิเสธ จึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาไปให้รัฐบาลหน้าดูแลแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกของรัฐสภา คือดิฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทําไมจะต้องรีบร้อน เอาผลการศึกษาของกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชามานําเสนอในวันนี้ แล้วก็ที่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแจ้งล่วงหน้าเพียง ๑ วัน แล้วกรณีนี้ก็เป็นกรณีที่มีปัญหาภายในประเทศ คือมีทั้งประชาชนที่เข้าใจแตกต่างจากรัฐบาล แล้วก็ยังไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องมารับรอง ผลการบันทึกการประชุมของเจบีซี แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการศึกษาของกรรมาธิการ ร่วมกันนี้นํามาเสนอวันนี้ รับแล้วเท่ากับรับรองบันทึกเจบีซีทั้ง ๓ ฉบับด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งดิฉันเอง คิดว่ารัฐบาลเองก็ได้ประกาศจะยุบสภาในต้นเดือนพฤษภาคม กรณีนี้เลื่อนไปให้รัฐบาลหน้า เขาดูแลจะไม่ดีกว่าหรือ ดิฉันเองมีความรู้สึกว่าทําไมจึงเอาเรื่องที่เป็นเผือกร้อน แล้วก็มาให้ รัฐสภาต้องมาพิจารณาอย่างเร่งร้อนขนาดนี้ แล้วก็เร่งร้อนถึงขนาดว่าเมื่อเช้านี้องค์ประชุม ก็ไม่ครบ จะต้องเลื่อนมาเป็นภาคบ่าย ดิฉันเองคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ก็ยังไม่ค่อยเหมาะสม ในความเห็นของดิฉัน ดิฉันคิดว่ากรรมาธิการร่วมกัน ๒ สภานั้น ดิฉันเชื่อว่าผลที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้อ่านให้เพื่อนสมาชิกฟังทั้ง ๕ ข้อนี้ ก็ยังไม่ได้ให้ความเข้าใจกับสมาชิกรัฐสภา อย่างเพียงพอนะคะว่า ถ้าหากว่ารับรองผลการพิจารณาศึกษาของกรรมาธิการร่วมกันแล้ว หมายความว่าสภาได้ยกมือรับรองบันทึกเจบีซี ๓ ฉบับใช่หรือไม่ เดี๋ยวดิฉันจะขอให้ท่าน ตอบด้วยว่าหมายถึงอย่างนั้นใช่หรือไม่ แล้วดิฉันเองเห็นว่าผลการศึกษาทั้ง ๓ ด้านนี้ น่าจะยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ดิฉันเองอยากขอทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา แล้วก็รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่นะคะ แล้วก็ท่านคณะกรรมาธิการถ้าดิฉันเข้าใจผิด อะไรท่านช่วยแก้ไขด้วย คือผลการศึกษาของกรรมาธิการร่วมกัน ๒ สภานั้นคือศึกษาเอกสาร ที่อยู่ในเล่มสีน้ําตาลที่ว่านี้ ซึ่งเป็นกรณีที่มีความเห็นที่ไม่สอดคล้องต้องกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้ว แล้วเราก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาเพื่อที่จะพิจารณา พิจารณาแล้วเท่ากับรับรองบันทึกของเจบีซี ๓ ฉบับ คือ ฉบับที่ ๑ วันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ฉบับที่ ๒ วันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ฉบับที่ ๓ วันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ ใช่หรือไม่ ถ้าหากว่าใช่ ดิฉันเองคิดว่ามันก็มีปัญหาที่เกี่ยวพันกันหลาย ๆ ประเด็น ที่กรรมาธิการในรายงานผลการศึกษานั้นไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจน ยกตัวอย่างกรณีเรื่องของ เอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ในข้อที่ ๑ ท่านอาจจะระบุว่ากรรมาธิการนั้นบอกว่า การลงนามในเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้น ไม่มีถ้ยคําใดที่แสดงว่าประเทศไทยยอมรับแผนที่ มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่เราเรียกว่า ระวางดงรัก ซึ่งแผนที่ดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แล้วก็บอกว่าทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทําหนังสือ ถึงประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่าไม่ยอมรับแผนที่ระวางนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ และได้แถลงการณ์ยืนยันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ ดิฉันอยาก ทราบว่าประเทศกัมพูชาตอบท่านอย่างไรบ้าง แล้วก็ที่จริงถ้าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา จะกรุณาแนบเอกสารตัวจริงที่รัฐบาลได้ทําปฏิเสธไปนั้นแนบมาให้สมาชิก รัฐสภาได้รับรู้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็น่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากที่ได้แถลงไปแล้ว ประเทศกัมพูชาตอบว่าอย่างไรบ้าง เพราะว่าสิ่งที่เราพูดนั้นก็เป็นเรื่องที่เราพูดกันไปเอง โดยที่เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นได้กําหนดแผนแม่บท อํานาจหน้าที่ที่เราเรียกว่า ทีโออาร์ (TOR) ทีโออาร์นั้นพูดถึงแผนที่ ๔๖ จํานวน ๔๖ แผนที่ แล้วก็มีการนํามาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ มาใช้ในระดับปฏิบัติการ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามอ้างว่าระวางดงรักนั้น ไม่ใช้มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้ทําให้เกิดประเด็นปัญหาขึ้นว่าในอดีตนั้น พื้นที่หรือเส้นเขตแดนจากช่องสงําถึงช่องบกระยะทาง ๑๙๕ กิโลเมตร เราไม่ต้องการจัดการ ตรงนั้น เพราะเราอาศัยสันปันน้ํา แต่ปรากฏว่าเมื่อเราได้ทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ขึ้นมา เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ซึ่งรวมพื้นที่ตรงนี้ด้วย ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ทําให้ เกิดปัญหาขึ้นมา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่าในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นไม่รวมระวางดงรัก หรือแผนที่มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เฉพาะส่วนนี้ ประเทศกัมพูชาเห็นด้วยหรือไม่ แล้วการที่ประเทศกัมพูชานั้น ในที่ประชุมทั้ง ๓ ครั้งเราจะ เห็นว่า ฯพณฯ วาร์ คิม ฮง ได้กล่าวหาแล้วก็โจมตี โดยอ้างว่าฝ่ายไทยนั้นได้รุกล้ําเข้าไปใน พื้นที่ของประเทศกัมพูชา คือการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนี้ถูกต่อว่าทั้ง ๓ ครั้ง แล้วทางกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ที่ศึกษากรณีนี้ก็ได้พูดถึงในข้อที่ ๔ ว่า กรณีคํากล่าวปราศรัย ฝ่ายประเทศกัมพูชาโจมตีประเทศไทย กล่าวหาไทยว่ารุกล้ําดินแดนหรือกระทําผิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แต่ปรากฏว่าคณะผู้แทนเจบีซีฝ่ายไทยไม่ได้มีการโต้แย้งเลย สิ่งเหล่านี้จะทําให้ เป็นปัญหาในอนาคตหรือไม่ เพราะแม้แต่ตอนสมัยที่สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพเสด็จไปที่ ปราสาทพระวิหาร มีหนังสือไปถึงฝรั่งเศส เขาก็อาศัยอันนั้นเป็นข้ออ้างเสียแล้วว่าเรายอมรับว่า ฝรั่งเศสครอบครองพื้นที่ตรงจุดนี้ ซึ่งทําให้เราต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารในการตัดสิน ของศาลโลกใช่หรือไม่ แล้วการที่ทางฝ่ายประเทศกัมพูชาโจมตีไทยตลอดเวลาว่า เราละเมิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ อันนั้นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าการที่เขาได้มา ตั้งวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ แล้วก็มาอยู่ในพื้นที่ตรงจุดที่เรียกว่า ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้น เรา บอกว่ามันเป็นพื้นที่ที่จะต้องตกลงกัน แต่ประเทศกัมพูชาเขาบอกว่าเป็นพื้นที่ของเขา การที่ เขาเห็นว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ของเขา เขาจึงกล่าวหาประเทศไทยและโจมตีประเทศไทยว่า เรากระทําผิดต่อเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ สิ่งที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาไม่ได้ทํา ให้สมาชิกรัฐสภาได้เข้าใจว่าตกลงกรณีเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นเราเคยเห็นการตอบ กลับมาของประเทศกัมพูชาหรือไม่ แล้วเราได้เห็นเอกสารตัวจริง สแล้วเราได้เห็นเอกสาร ตัวจริงที่รัฐบาลทําไปถึงประเทศกัมพูชาหรือไม่ อันนี้ดิฉันคิดว่าอยากให้ทางคณะกรรมาธิการ ชี้แจงแล้วก็ส่งมาใหกับทางคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าคําปราศรัยต่าง ๆ ของท่านฮอร์ นัมฮง นี่นะคะที่โจมตีประเทศไทย ท่านตอบให้ สมาชิกสภาได้เข้าใจได้ไหมค่ะว่าการที่เจบีซีฝ่ายไทยนี่ไม่แก้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้เลยจะทําให้ ประเทศไทยได้รับผลอย่างไรบ้าง แล้วก็สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีโอกาสศึกษาหรือไม่ ว่าพื้นที่ในเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้นคณะกรรมาธิการเคยศึกษารายละเอียดไหมว่าในสมัย ที่ทําเอ็มโอยูฉบับนี้นี่ผู้ที่ทําได้แสดงเจตจํานงไว้อย่างไร ระวางดงรักหรือมาตราส่วน ๑/๒๐๐,๐๐๐ นั้นไม่ได้รวมอยู่ในเอ็มโอยู พ.ศ.๒๕๔๓ นั้นจริงหรือไม่ แล้วทางกระทรวง ต่างประเทศเห็นด้วยกับสิ่งนี้จริงหรือไม่ ประเทศกัมพูชาเห็นด้วยกับเรื่องนี้จริงหรือไม่ ดิฉัน ว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีคําตอบที่ชัดเจนนะคะ คณะกรรมาธิการร่วมนี่เคยศึกษาถึงบันทึกการเดิน สํารวจก่อนหน้านี้หรือไม่ แล้วก็เข้าใจว่าทางกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่เคยให้เอกสาร การสํารวจพื้นที่ก่อนหน้านี้ ก่อนเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษา แล้วหรือยัง เพราะดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าจะไม่ให้ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ก่อให้เกิด ความขัดแย้งในบ้านเมืองของเราเอง เพราะว่าประชาชนเองไม่ได้เห็นร่วมด้วยกับการที่เราจะ รีบร้อนในการที่จะไปรับรองบันทึกเจบีซีทั้ง ๓ ฉบับ เพราะหลายคนเองก็เกรงว่าการที่เราไป รับรองบันทึกเจบีซีทั้ง ๓ ฉบับนั้นจะเป็นช่องที่ทําให้เราต้องเสียอธิปไตยหรือดินแดนในจุด ตรงนั้น สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชานั้นยังไม่ได้ทําให้ พวกเราเกิดความมั่นใจอย่างแท้จริง แล้วก็ดิฉันเองนี่คิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้อ่าน เอกสารฉบับนี้ครบถ้วนหรือยัง มีเอกสารในหน้า ๘๓ ที่เป็นภาษากัมพูชาก็ไม่ได้แปลเป็นไทย ดิฉันก็อยากจะทราบว่าหน้านี้เขาพูดว่าเราอย่างไรบ้าง ท่านจะให้เพื่อนสมาชิกรับเอกสาร เล่มเหลืองนี่ทั้งฉบับหรือคะ โดยที่เรายังไม่ได้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วถ้าหากว่า ในอนาคตเราต้องสูญเสียดินแดนหรืออธิปไตยของเราจากการที่เราโหวตในวันนี้ เราจะตอบ ต่อลูกหลานเราในอนาคตอย่างไร ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราไม่จําเป็นต้องรีบร้อน ถึงขนาดนั้น รัฐบาลเองก็กําลังจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ท่านปล่อยให้รัฐบาลหน้าดูแลเรื่องนี้ จะดีกว่าหรือไม่ แล้วก็ประเด็นเรื่องที่เวลานี้นี่กรณีเรื่องบันทึกเจบีซีนั้นอาจจะโยงไปถึงกรณี เรื่องที่ทางประเทศอินโดนีเซียส่งร่างทีโออาร์มาให้ไทยลงนาม เพื่อที่ประชุมตกลงในเรื่องของ ข้อตกลงระหว่างเขตแดน รัฐบาลเอาทีโออาร์มาให้สภารับรอง ต้องเอามาให้สภารับรองก่อน คณะกรรมาธิการร่วม ๒ สภานี้ได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้ด้วยหรือไม่ แต่ดิฉันคิดว่ามันมีประเด็น ปัญหาที่มันยังไม่มีความชัดเจนในหลาย ๆ เรื่องนี่ ในความเห็นของดิฉันเห็นว่าท่านถอน เรื่องนี้ออกไปแล้วขยายเวลาศึกษาก่อนดีไหม แล้วตอบคําถามในสภาให้ชัดเจน ในคําถามที่ ดิฉันได้ถามท่านไปว่า ๑. สิ่งที่ท่านคัดค้านว่าเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ไม่ได้รวมแผนที่ ระวางดงรังหรือมาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นั้นประเทศกัมพูชาเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ ดิฉันเองคิดว่าเขาคงไม่เห็นด้วยหรอก เพราะว่าในการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนี้ต่อว่าและโจมตี ประเทศไทยตลอดเวลาว่ารุกล้ําเข้าไปในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา ซึ่งแสดงเห็นว่าประเทศ กัมพูชาเขาอ้างรุกล้ําเข้าไปในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศกัมพูชาเขา อ้างสิทธิตลอดเวลาว่าพื้นที่ที่เขามาตั้งวัด เอากองกําลังทหารเข้ามาอยู่ และพูดตลอดเวลาว่า เราละเมิดเอ็มโอยูปี พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมาธิการเจบีซีฝ่ายไทยของเราไม่เคยชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่ประการใดเลยทั้ง ๓ ครั้ง อันนี้จะมีผลไหม ท่านต้องตอบในเรื่องนี้

ข้อต่อมาก็คือ เอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ตอนที่มีการทําในสมัยที่รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์นั้น ท่านชวน หลีกภัย แล้วก็หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ ตกลงกัน อย่างไร เขียนอะไรบ้าง ท่านไม่ได้พูดถึงเลยในผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการเขต แดนร่วม ไทย-กัมพูชา ยิ่งคิดว่าอันนี้ทําให้การศึกษาของคณะกรรมาธิการร่วมยังไม่สมบูรณ์ ท่านควรจะต้องทําเรื่องนี้ด้วย แล้วประเด็นเรื่องของเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้นได้มีการตกลง ที่จะทําเขตแดนใหม่ ซึ่งรวมเขตแดน ๑๙๕ กิโลเมตรจากช่องสะงําถึงช่องบก ซึ่งพื้นที่ ตรงนี้ในอดีตเราไม่ทําแผนที่ เราไม่ทําหลักเขต เพราะเราถือตามสันปันน้ํา แต่การที่ คณะกรรมาธิการร่วมไม่ได้ให้ความเห็นที่ชัดเจนในเรื่องนี้ว่าการรับรองรายงานการศึกษา ของท่านเท่ากับรับรองบันทึกเจบีซี ๓ ฉบับ เท่ากับรับรองเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเวลานี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้นไม่ได้รวมระวางดงรัก มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ จริงหรือไม่ ประเทศกัมพูชาเห็นด้วยกับเราหรือไม่ แล้วก็การทําเอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็คือหมายถึงว่าเราจะต้องเดินสํารวจเขตแดนกันใหม่ในเส้นทาง ๑๙๕ กิโลเมตร ซึ่งในอดีตเราใช้สันปันน้ําใช่หรือไม่ แล้วถ้าหากว่าเรารับรองสิ่งนี้ไปแล้ว ดิฉันคิดว่าวิธีการของ ท่านสลับซับซ้อนนะคะ ท่านมาให้เรารับรองผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา แล้วในที่สุดเท่ากับรับรองเล่มสีเหลืองนี้ใช่หรือไม่ ดิฉันคิดว่า ท่านต้องตอบอันนี้ให้ชัดเจนก่อน แล้วถ้าหากว่าสิ่งที่ดิฉันถามท่านตอบไม่ได้ ดิฉันคิดว่า สภาของเราควรจะขอให้มีการขยายเวลาในการให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เอาไปศึกษาก่อน ถอนออกไปก่อน ไปศึกษาก่อน จะดีหรือไม่ ดิฉันก็ขอเสนอความเห็นตอนนี้ ในขณะนี้เพียงเท่านี้ก่อน อย่างไรก็ดีดิฉันจะขอโอกาสท่านประธานว่าถ้าดิฉันเองยังไม่ได้รับ คําตอบที่ชัดเจน ดิฉันก็ต้องการจะขอพูดในโอกาสต่อไป ขอบคุณค่ะ