จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องเหตุการณ์ที่สภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อคืน และขอโทษที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาและเรียกร้องให้รัฐบาลถอนญัตติการปิดอภิปรายเพื่อให้การประชุมสภาเดินหน้าต่อไป และยังหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาและเรียกร้องให้ประธานสภาใช้อำนาจอย่างเป็นกลางเพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตรงนี้ ไม่ยาวนัก เพื่อทําความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และเพื่อให้การประชุมรัฐสภา หรือแม้แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไปในอนาคตสามารถดําเนินการไปได้ด้วย ความราบรื่น ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ความจริงปัญหาสภาล่มที่เกิดขึ้น เมื่อคืนเกิดขึ้นจากเหตุผล ๒ ประการ
ประการที่ ๑ เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ ในที่ประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปจากวุฒิสภา โดยในที่ประชุมที่ตกลงกันนั้น มีท่านประธานสภาหรือประธานรัฐสภาเป็นประธาน ในที่ประชุมด้วยตนเอง แล้วก็ตกลงกันว่ารัฐบาลจะได้เวลา ๑๑ ชั่วโมง ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรีและ ส.ส. ฟากรัฐบาล ฝ่ายค้านจะได้เวลา ๑๑ ชั่วโมง วุฒิสภาจะได้เวลา ประมาณ ๗ ชั่วโมง ถ้าคลาดเคลื่อนประเด็นนี้ผมขออภัย เพราะว่าท่านไปเจรจาในช่วงหลัง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ขณะที่ทั้งวุฒิสภาและสมาชิกฟากฝ่ายค้านยังใช้เวลาไม่ครบถ้วนตามที่ตกลงกัน ปรากฏว่า รัฐบาลได้เสนอญัตติขอปิดการอภิปราย จนในที่สุดผมจําเป็นต้องเสนอญัตติเมื่อคืน เช่นเดียวกัน เพื่อให้มีการอภิปรายต่อไปให้เป็นไปตามข้อตกลง ทั้งนี้ เนื่องจากว่ายังมีสมาชิก พรรคฝ่ายค้านอีกประมาณ ๖ ๗ หรือ ๘ ท่าน ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิอภิปราย และเวลาของ ฝ่ายค้านก็ยังมีเหลืออยู่ ขณะเดียวกันสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยทีเดียวก็ยังไม่ได้ใช้สิทธิ อภิปราย และเวลาก็ยังเหลืออยู่ จนในที่สุดก็เลยเกิดประเด็นปัญหา เพราะรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติ ตามสัญญา
แต่ว่าเหตุผลประการที่ ๒ ที่มันซ้ําซ้อนขึ้นมาจนทําให้เกิดปัญหาก็คือว่า การปฏิบัติหน้าที่ประธานของท่านประธานเอง ผมขออภัยนะครับที่จะต้องพูดพาดพิงถึง ท่านประธาน ท่านกรุณาอนุญาต และผมเรียนว่ามันจะเป็นประโยชน์กับท่านต่อไป และจะเป็นประโยชน์กับการประชุมสภาต่อไปที่จะเป็นไปด้วยความราบรื่น ความจริงเมื่อคืน ถ้าท่านประธานไม่รวบรัด ท่านจะเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่า ผมพยายามที่จะยกมือ ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พยายามที่จะยกมือ พวกเรายกมือนานมาก ผมคาดคะเนว่าท่านประธานก็เห็นทั้งท่านอภิสิทธิ์และผมยกมือ ที่ยกมือนี่เพื่อต้องการช่วย ท่านประธานและต้องการช่วยให้การประชุมเดินหน้าต่อไปด้วยความราบรื่น นั่นก็คือผมตั้งใจ ที่จะขอให้รัฐบาลได้ถอนญัตติการขอปิดอภิปรายเพื่อจะได้มีการอภิปรายต่อไป และการประชุม ก็จะได้เดินหน้าด้วยความราบรื่น แต่ท่านประธานก็ไม่อนุญาตให้ผมและท่านอภิสิทธิ์ ได้แสดงความคิดเห็น ได้ช่วยท่านประธานแก้ปัญหา ท่านก็ใช้วิธีการตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อจะนําไปสู่การลงมติ อาจจะเป็นไปได้ว่าท่านอาจจะคะเนว่ารัฐบาลมีเสียงมาก ในที่สุดก็จะใช้เสียงข้างมากในการลงมติปิดอภิปรายได้ แต่ว่ามันไม่เป็นไปตามนั้น เพราะองค์ประชุมไม่ครบ จนในที่สุดก็เป็นที่มาของสภาล่มเมื่อคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อย่างยิ่ง
ผมกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมครับ ขอให้ท่านประธานได้กรุณารับฟัง ผมอยู่ในห้องประชุมสภาในกรณีการแถลงนโยบายมาตลอดระยะเวลา ๒ วัน ผมคิดว่า ตัวท่านประธานก็เป็นอุปสรรคประการหนึ่ง ผมขออภัยที่ต้องพูดตรง ๆ กับท่านอย่างนี้ ในการที่ทําให้การประชุมเป็นปัญหาขลุกขลักติดขัดมาเป็นลําดับในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความจริงการที่ท่านประธานบอกว่าท่านประสงค์จะใช้ข้อบังคับ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง และเป็นเรื่องที่พวกผมสนับสนุน แต่จะต้องเป็นเรื่องของการใช้ข้อบังคับจริง ๆ ไม่ใช่การควบคุมการประชุมโดยใช้อําเภอใจ อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าท่านประธานจะต้อง ทบทวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อํานาจในฐานะประธานพร่ําเพรื่อกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่จําเป็น จนในที่สุดทําให้เกิดความรู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานไม่เป็นกลาง แล้วก็ทําให้การประชุมดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อยไม่ได้ ผมกราบเรียนกับท่านประธาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตั้งใจให้เป็นกระจกเงาสะท้อนให้ท่านประธานได้รับไปประกอบการพิจารณา เพื่อจะได้ควบคุมการประชุมต่อไปในอนาคตให้รัฐสภา หรือการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าไปด้วยความราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ