ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอบคำถามและข้อสงสัยของสมาชิกสภา โดยอธิบายเจตนารมณ์ของนโยบายของรัฐบาลและขอขอบคุณสมาชิกที่มีข้อคิดเห็น และพูดถึงนโยบายต่างๆ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท, เงินเดือน 15,000 บาท, นโยบายแท็บเล็ตพีซี, การเยียวยาผลกระทบทางการเมือง และความไม่สงบในภาคใต้ และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการเยียวยา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีค่ะ ตลอดการอภิปราย ๒ วันครึ่ง ที่ผ่านมานี้ก็ยังมีหลายประเด็นที่ดิฉันได้รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดี ๆ จาก ท่านสมาชิกและสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ รวมถึงข้อห่วงใยและข้อท้วงติงนะคะ ซึ่งต้องกราบเรียน ที่ประชุมว่าดิฉันและคณะรัฐมนตรีไม่เคยละเลยจากข้อห่วงใยของท่านสมาชิกค่ะ ขออนุญาตว่า มีบางข้อนั้นมีความจําเป็นที่จะต้องตอบข้อสงสัยให้ท่านสมาชิกในสภานั้นทราบเพื่อ ความกระจ่างนะคะ
เรื่องแรก ในเรื่องของเจตนารมณ์ในการจัดทํานโยบายของรัฐบาลนะคะ ทุกนโยบายของรัฐบาลนั้นที่เราบรรจุไว้ในคําแถลงต่อรัฐสภานั้น เป็นนโยบายที่ยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภักดีค่ะ นอกจากนั้นแล้วเราเองเรายังปกป้องและหวงแหน และให้การเคารพในเรื่องของสถาบันอันเป็นที่เคารพรักอย่างสูงสุดด้วยค่ะ และที่สําคัญ นโยบายของรัฐบาลนั้นก็ต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชนค่ะ ต้องกราบเรียนว่าทุกนโยบายที่นําเสนอนั้นเป็นนโยบายที่ไม่ได้บิดเบือนและไม่ได้หลอกลวง และไม่ใช่เป็นนโยบายอย่างที่ท่านกล่าวนะคะ ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้นะคะ เพราะว่า ไม่มีเหตุผลอันใดค่ะ รัฐบาลที่มาจากประชาชนจะไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน เราต้องทําตามที่เรา ได้เรียนไว้กับพี่น้องประชาชนค่ะ แต่ต้องกราบเรียนว่าการทํานโยบายหรือการนําเสนอในการ หาเสียงนั้นเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้เรียนไว้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งเราเองเรามุ่งถึงผลลัพธ์ ของการที่จะส่งมอบนโยบายนั้นถึงมือพี่น้องประชาชนค่ะ แต่ไม่ใช่มุ่งเป็นการตีความโดยลายลักษณ์อักษรค่ะ เรามุ่งถึงในเป้าหมายไม่ใช่มุ่งถึงวิธีการ เพราะขณะนั้นเรายังไม่ได้เข้าไปทํางาน ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกว่าการเข้าไปทํางานในรัฐบาลนั้น ต้องมีอุปสรรคแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายหรืองบประมาณ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ ดื้อรั้นค่ะ ดิฉันจะรับฟังข้อคิดเห็นของทุกท่านค่ะ เพราะทั้งนี้นั้นหลักการทุกอย่างนั้น เราพร้อมรับข้อคิดเห็น ข้อติติงถ้าเป็นประโยชน์และยืนอยู่บนหลักการที่ประชาชนจะได้รับ ประโยชน์อย่างสูงสุดค่ะ นั่นคือสิ่งที่ดิฉันจะต้องเอามาใส่ใจและมาปรับปรุงค่ะ
สําหรับในเรื่องของรายละเอียดนโยบายนะคะ เนื่องจากนโยบายต่าง ๆ นั้น วัตถุประสงค์ของการกําหนดนโยบายนั้นเพื่อมุ่งให้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของการทําอย่างไรให้เพิ่มรายได้ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่จบปริญญาตรี ดังนั้นดิฉันขออนุญาตเรียนว่าสิ่งที่เรามุ่งเป้าหมายนั้นคือ การที่ทําอย่างไรนั้นให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ค่ะ เพราะวันนี้เองนั้นพี่น้องมีความลําบากมากค่ะ ขอเรียนในเรื่องของค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทนะคะว่า นโยบายที่ใช้หาเสียงเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทนั้นมีเจตนาชัดเจนค่ะ และกล้าหาญที่จะต้องการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานค่ะ จาก ๔-๕ ปีที่ผ่านมานั้นค่าแรงงานขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่เติบโตขึ้นมา ซึ่งค่าแรงงานนั้นเป็นสิ่งที่ทําอย่างไรให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นสามารถที่จะดํารงอยู่ได้เพียงพอกับ การเลี้ยงชีพค่ะ ดิฉันขอใช้คํานี้นะคะ และขอยืนยันค่ะว่าถ้อยคําที่ในนโยบายของรัฐบาล ที่ระบุว่า ดําเนินการให้แรงงานมีรายได้วันละไม่น้อยกว่า ๓๐๐ บาทนั้น มีความหมายเดียวกับ นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ใช้ในการหาเสียงค่ะ การใช้ถ้อยคําคําว่า รายได้ ๓๐๐ บาทนั้น เพราะต้องการให้หมายรวมถึงลูกจ้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งหมดค่ะ นี่คือที่มาของ ความหมายนี้ค่ะ แต่อย่างไรที่ดิฉันเรียนว่าเรามุ่งผลลัพธ์ค่ะที่จะทําอย่างไรให้รายได้ของ ผู้ใช้แรงงานนั้นเพิ่มขึ้นค่ะ และสําหรับภาคเอกชนที่มีผลกระทบและไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ รัฐบาลยินดีที่จะให้คําปรึกษาหารือและร่วมมือตามความเหมาะสมและคํานึงถึงผลกระทบที่ เกิดขึ้นกับภาคเอกชน พร้อมกับจะอํานวยความสะดวกให้เอกชนให้สามารถปรับตัวได้ค่ะ สําหรับเรื่องของค่าแรง ๓๐๐ บาท ส่วนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทที่ท่านสมาชิกมีข้อสงสัย ดิฉันอยากจะเรียนว่าโดยหลักการแล้วเราจะเริ่มปรับค่าตอบแทนสําหรับข้าราชการ ที่จบปริญญาตรีเพื่อให้มีรายได้ไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ทั้งนี้เราเองจะต้องดําเนินการทันที หลังจากที่งบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ มีผลบังคับใช้ค่ะ นั่นคือสิ่งที่คําว่า ทันที ค่ะ ที่ดิฉันเรียนว่าดิฉันไม่ได้ดื้อรั้น เพราะว่าต้องมีติดเรื่องของกฎหมายและงบประมาณ แต่ความจริงใจและตั้งใจที่รัฐบาลจะผลักดันทุกนโยบายนั้นยังอยู่เหมือนเดิมค่ะ สําหรับภาคเอกชนรัฐบาลจะดําเนินการในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอกชนนั้น สามารถที่จะร่วมมือและสนับสนุนกับรัฐบาลค่ะ โดยที่รัฐบาลยินดีที่จะให้คําปรึกษา และความร่วมมือตามความเหมาะสมเช่นกันค่ะ
สําหรับอีกนโยบายหนึ่งที่ท่านพูดถึงในเรื่องของแท็บเล็ต พีซี (Tablet PC) ค่ะ ก็ต้องเรียนอีกว่าผลลัพธ์ที่เราอยากจะให้ เราไม่ได้มองแค่ความเป็นแท็บเล็ต พีซี ที่จะแจกให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เนื่องจากเราใช้คําพูดบอกว่านําร่องนั้น เพราะว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อยู่ช่วงอายุ ๐–๘ ปี จากข้อมูลแล้ว รีเสิร์ช (Research) แล้วต่าง ๆ นั้นพบว่าเด็กวัยเรียนเป็นเด็กที่มีพัฒนาการสูงสุดและรับรู้ได้มากที่สุด เราเองเนื่องจากเราไม่ได้มองแค่แท็บเล็ต พีซี เราต้องการที่จะมีเนื้อหาสาระบรรจุไว้ใน แท็บเล็ต พีซี ให้น้อง ๆ ชั้นประถมศึกษานั้นสามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาการเปิด โลกทรรศน์เข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งตรงนี้เองนั้นในอนาคตเราก็จะขยายไปชั้นอื่น ๆ และไม่ต้องห่วงค่ะ เราจะระมัดระวังในเรื่องของการเอาแท็บเล็ตนั้นไปเล่นเกมตามที่ คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงนะคะ
สําหรับนโยบายปรองดองนะคะ วันนี้ดิฉันเองอยากเห็นการปรองดอง และสมานฉันท์เกิดขึ้นในประเทศไทยค่ะ เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พูดไว้ว่า อยากเห็นความสามัคคีปรองดองเกิดขึ้นที่นี่ก่อนนะคะ ดิฉันยินดีและให้ความร่วมมือกับสมาชิกทุกท่านค่ะ ด้วยความจริงใจค่ะ ดิฉันได้มอบ รัฐบาลนั้นได้มอบให้กับ คอป. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อ ความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ตั้งโดยสมัยรัฐบาลที่แล้ว ดิฉันแสดง เจตนารมณ์ว่าดิฉันให้ความอิสระ ไม่เข้ายุ่งเกี่ยว และไม่มีการแทรกแซง เพื่อให้ คณะกรรมการนี้ทํางานได้อย่างอิสระและเต็มที่ค่ะ
สําหรับเรื่องของการเยียวยานะคะ การเยียวยานั้นมีการเยียวยาในส่วนของ ผลกระทบที่เกิดจากการเมือง และการเยียวยาที่เกิดจากผลกระทบของความไม่สงบ ในภาคใต้ สําหรับการเยียวยาของส่วนที่มีผลกระทบต่อทางการเมืองนั้น เรามองถึง การเยียวยาทุกฝ่ายค่ะ เพราะการเยียวยานั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองค่ะ เราถึงอยากจะเห็นการปรองดองของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการค่ะ ในส่วนของนโยบายนั้น รัฐบาลอยากเห็นการเยียวยาเกิดขึ้นในสังคมไทย หน่วยงานไหนก็ได้ที่มีอิสระและมีความเป็นกลางและทุกคนยอมรับ รัฐบาลพร้อมให้การ สนับสนุนค่ะ
สําหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านสมาชิกเป็นห่วงก็คือ ในเรื่องของความกังวล ในเรื่องของการทํางานของดิฉัน ดิฉันเรียนสมาชิกไว้อยู่แล้วนะคะว่า การทํางานของดิฉันนั้น วันนี้ยังไม่ได้เริ่มทํางานเลยค่ะ ขอให้โอกาสและเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าดิฉันทํางาน เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างไร และไม่ต้องห่วงนะคะ ในข้อห่วงใยเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศหรือข้อห่วงใยต่าง ๆ นั้น ดิฉันน้อมรับค่ะ แล้วก็จะไม่ต้องทําให้ท่านเป็นห่วง ในข้อนี้นะคะ
สําหรับในเรื่องของวีซ่านะคะ ในเรื่องของวีซ่าประเทศญี่ปุ่นนั้น คือว่า ขณะนั้นดิฉันยังไม่มีอํานาจตามกฎหมาย และการอนุมัติให้วีซ่าหรือเปล่านั้นเป็นเอกสิทธิ์ของ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันขอยืนยันอีกครั้งค่ะว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะ ผลักดันและเดินหน้าทุกนโยบายที่ได้มีการหาเสียงไว้ให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ และถือโอกาสนี้นะคะ ดิฉันและคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกความเห็นที่ท่านได้ให้ความเห็นและข้อห่วงใย และข้อแนะนําที่ดีกับคณะรัฐมนตรี ถือว่าเป็นสิ่งที่เราจะได้เอามาเป็นข้อคิดในการทํางานค่ะ ทั้งหมดนี้ตลอดเวลา ๓ วันเต็ม ๆ เรามีเจ้าหน้าที่ที่จดบันทึกทุกข้อห่วงใยของท่าน ดิฉันและ คณะรัฐมนตรีน้อมรับทุกคําแนะนําค่ะ ขอเพียงแต่ท่านให้โอกาสดิฉันได้ทํางานเถอะค่ะ และขอโอกาสพี่น้องประชาชนค่ะ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ คงไม่ได้มีใครหมายความว่า การทํางานนั้นเปรียบเสมือนการทําข้อสอบ คงไม่มีใครจะบอกว่าข้อสอบนั้นทุกคนจะต้องถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกวิชานะคะ แต่ดิฉันก็เชื่อมั่นว่าดิฉันจะสอบผ่านทุกวิชาค่ะ
ก็ขอถือโอกาสนี้กราบขอบคุณท่านผู้นําฝ่ายค้าน ท่านหัวหน้าพรรค ทุกพรรคการเมือง ท่านวุฒิสมาชิก และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านอันทรงเกียรตินี้ ทุกคําแนะนําดิฉันน้อมรับค่ะ เพราะดิฉันเรียนตั้งแต่แรกแล้วว่าดิฉันอยากเห็นความปรองดอง สมานฉันท์เกิดขึ้นในประเทศค่ะ และขอเรียนว่าเราจะไม่ท้อถอย เราจะมุ่งมั่นที่จะผลักดัน นโยบายต่าง ๆ และรวมถึงการนําความสุขมาให้กับพี่น้องประชาชน และที่สําคัญ ดิฉันจะไม่ทํางานเพื่อบริหารการเมืองค่ะ ดิฉันจะขอทํางานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อนําความสุข ของพี่น้องคนไทยและประเทศชาติกลับคืนมาค่ะ ขอบคุณมากค่ะ