วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องโครงการจำนำข้าวที่ล้มเหลว และขอให้รัฐบาลปฏิบัติตามสัญญาที่เคยทำไว้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี และโครงการบัตรเครดิตชาวนา โดยกำหนดให้โครงการนี้ต้องเสร็จสิ้นภายใน 90 วัน และให้ชาวนาไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเมื่อใช้บัตรเครดิต
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าผมมีข้อสังเกตที่อยากจะฝากกับท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยสิ่งที่เราไม่สบายใจเลย ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งกันเราเอานโยบายมาสู้กัน เราเอาจำนำกับประกันมาสู้กัน ในหลาย ๆ เวที ปรากฏว่าคนที่มารับผิดชอบโครงการนโยบายจำนำของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ มีส่วนในการตอบโต้ในเชิงนโยบายแล้วผมไม่ไว้วางใจว่าเราจะทำได้จริงหรือไม่ แต่ไม่เป็นไรครับ เป็นข้อท้วงติงเฉย ๆ แต่มีข้อสังเกตดังนี้ครับ รัฐบาลบอกว่าข้าวเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อเกวียน ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียน เป้าหมายของพวกผมก็คือว่า ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๒๐,๐๐๐ บาททุกคนนะ เพราะเราเคยสู้กันแล้วว่าเขาบอกข้าวทุกเม็ด ข้าวทุกเม็ดก็คือพี่น้องเกษตรกรต้องทุกคน ข้าวทุกเม็ดต้องได้ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาท คำถามถามว่าถ้ารัฐบาลจะลงทุนเองทั้งหมด ๓๒ ล้านตัน ใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ตอนดีเบทกันตอนหลังทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ยอมรับว่าเราไม่ลงทุนใช้เงินซื้อเอง ตอนหลัง เขาบอกว่าจะใช้เงินประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็บอกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วนี่เชื่อว่าจะมีการแย่งซื้อข้าวทำให้ข้าวราคาขึ้น ผมก็พยายามชี้ให้เห็นว่าการซื้อข้าวในราคา ที่แพงกว่าราคาตลาดเหมือนท่านเอาของไปจำนำที่โรงตึ๊งนี่ ไปจำนำราคาที่แพงกว่าตลาดนี่ ปัญหามันเป็นไปไม่ได้ พ่อค้าไม่มาแย่งซื้อ ข้าวตลาด ๙,๐๐๐ บาท แต่จำนำ ๑๕,๐๐๐ บาท มีพ่อค้าที่ไหนจะไปแย่งซื้อ พ่อค้าโรงสีก็มาทำหน้าที่รับจ้างรัฐบาลในการรับจำนำจากทาง พี่น้องประชาชนแล้วในกรณีของคนจะส่งออกก็ไม่ต้องมาแย่งซื้อหรอก เพราะว่างานวิจัย อดีตที่ผ่านมาบ่งบอกแล้วว่า พ่อค้าส่งออกก็มาฮั้วกับทางรัฐบาล กับทางรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ร่วมกัน จึงทำให้โครงการจำนำนั้นขาดทุนมาตลอด เพราะปีหนึ่งขาดทุน ไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมมีหน้าที่ในการให้ประชาชน ข้าวทุกเม็ดทุกคนต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในภาพรวม ฝากข้อสังเกตนิดเดียวว่าถ้าท่านซื้อโครงการจำนำประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จุดที่น่ากังวล ก็คือว่าเมื่อโรงสีหรือพ่อค้าคนกลางได้โควตามาแล้วมันจึงเกิดปัญหา ไม่มีพ่อค้าคนกลาง คนไหนหรอก อาจจะมีคนดีบางส่วน ส่วนใหญ่ได้โควตามา ๑๕,๐๐๐ บาท ไปบอกพี่น้อง บอกว่าตอนนี้โควตามันเต็มแล้ว ถ้าอยากจะขาย ๑๕,๐๐๐ บาทต้องไปขายที่ทำเนียบรัฐบาล กับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อดีตที่ผ่านมามันออกมาในรูปแบบนั้น มีบางคนที่อยู่ชายแดน ทางเขมรก็เอาข้าวเขมรเข้ามาสวมสิทธิ บางครั้งก็เอาลมมาสวมสิทธิก็คือไม่มีโควตาอะไร เพียงแต่ว่าให้พี่น้องเกษตรกรเซ็นใบประทวนรับไปเลยเกวียนละ ๒๐๐ บาทหรือ ๓๐๐ บาท สุดท้ายแล้วมันจึงทำให้เงินไม่ถึงมือพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ วันนี้เราถือว่าท่านทำแน่ ๆ แต่เราต้องการให้ท่านทำให้ได้ทุกเม็ด แล้วต้องย้ำนะครับว่า ประชาชนฝากบอกมาว่าไม่เอาแล้วนะอดีตที่ผ่านมา ที่ช่วงอาทิตย์ ๒ อาทิตย์แรกโครงการ จำนำเกิดขึ้น โอเค ๑๕,๐๐๐ บาทได้แน่เพราะว่ามีนักข่าวมาทำเพื่อออกโทรทัศน์ เสร็จแล้ว เอาไปออกโทรทัศน์แล้วโฆษณาใหญ่โต คนอีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ อย่างนั้นไม่เอานะครับ วันนี้เขาบอกว่าต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะว่าท่านเคย สัญญาไว้ว่าข้าวทุกเม็ดต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิต้อง ๒๐,๐๐๐ บาท และอย่าหลอก กันนะ นี่คือข้อสังเกตที่ผมอยากจะฝากไปยังทางท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และผมมีงาน บทความนิดหนึ่งครับดูแล้วน่าสนใจ คือท่านดอกเตอร์โกร่งครับ ดอกเตอร์วีระพงษ์ได้เขียนไว้ ในประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายโครงการรับจำนำ ทางด้านสินค้าเกษตรไว้ว่า
๑. นโยบายจำนำสินค้าเกษตรเป็นนโยบายที่ล้มเหลวที่สุดตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ เป็นต้นมา ส่วนใหญ่แล้วผลประโยชน์ตกแก่โรงสี ผู้ส่งออก รัฐมนตรี นี่ดอกเตอร์โกร่งเขียนไว้ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ ๑๓ สิงหาคม
๒. โครงการนี้ถ้าเทียบกับอดีตที่ผ่านมาของพรรคประชาธิปัตย์คือทำโครงการ ประกันรายได้ถือว่าน่าจะทำได้ดีอยู่แล้ว แต่โครงการประกันรายได้ถ้าชาวไร่ชาวนาจะมี การโกงกันบ้างก็ดีกว่าโครงการจำนำที่มีทั้งโรงสี ผู้ส่งออก และนักการเมืองโกง อันนี้ไปอ่านดู เอาเองนะครับ ผมเอาข้อเท็จจริงมาเล่าให้ฟัง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องน้ำท่วม เสียดายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ไม่อยู่ วันนี้ผมสรุปเลยว่าอดีตที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้พี่น้อง เกษตรกรชาวนา ๔ เด้งครับท่านประธาน เด้งที่ ๑ คือช่วยชาวนา ๒,๐๙๘ บาทต่อไร่ เด้งที่ ๒ เนื่องจากโครงการประกันรายได้มีเงินส่วนต่าง ที่ผ่านมานั้นเกวียนหนึ่งได้เกือบ ๓,๐๐๐ บาท เด้งที่ ๓ น้ำท่วมบ้านได้ ๕,๐๐๐ บาท และเด้งที่ ๔ ได้พันธุ์ข้าว ผมทราบข่าวว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอไปว่าขณะนี้ขอ ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ ซึ่งผมว่ามันน้อยไป เพราะว่าโครงการนี้คือโครงการจำนำของท่าน ท่านยังไม่บอกกับชาวนา เลยว่ามีเงินส่วนต่างหรือไม่ ถ้าบอกว่ายังมีเงินส่วนต่างในฤดูกาลนี้เราพอใจครับ แล้วท่าน อาจจะมีเงินน้ำท่วมบ้านช่วยชาวบ้านสักหน่อยหนึ่ง แต่ถ้าท่านไม่มีเงินส่วนต่าง คิดว่า อยากจะให้ท่านปรับเป็นอย่างน้อยสัก ๕,๐๐๐ บาท เพราะอดีตที่ผ่านมาท่านอภิสิทธิ์ ๒ ก้อนนี้ได้ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท วันนี้ท่านได้แค่ ๒,๒๒๒ บาท ชาวนาบอกว่าน้อยเกินไป อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ฝากกับท่านไป
เรื่องที่ ๓ ที่จะบอกคือเรื่องโครงการบัตรเครดิต ท่านประธานครับ บัตรเครดิต ก็เป็นนโยบายที่หาเสียงเยอะมาก ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับว่าโครงการนี้มีสัญญาที่เป็น หลักฐานไว้เยอะ ถ้าจะระบุคน ทั้งจะดีเบทกัน ทั้งจะอะไรก็แล้วแต่ คือคุณพิชัย นริพทะพันธุ์ ซึ่งท่านอาจจะไม่อยู่ ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่ท่านต้องทำตามสัญญาคือเอกสารมีนะครับว่า
๑. ท่านต้องทำโครงการนี้ให้จบภายใน ๙๐ วัน วันนี้ท่านมีเวลานะครับ ถือว่า วันนี้เป็นวันเริ่มต้น หลังจากนี้ ๓ เดือนโครงการบัตรเครดิตชาวนาต้องเกิดขึ้น
๒. โครงการนี้เป็นเม็ดเงินเพื่อไปซื้อปัจจัยการผลิตโดยไม่คิดดอกเบี้ย ผมย้ำ กับพี่น้องเกษตรกรว่าต่อไปนี้รับบัตรเครดิตจำไว้เลยพี่น้องถ้ายังดูอยู่ว่าอย่าไปจ่ายดอกเบี้ย เพราะเขาสัญญาไว้ว่าจะไม่คิดดอกเบี้ย ฉะนั้นผมพวกเราทุกคนไปบอกกับเกษตรกรว่าอย่าไป จ่ายดอกเบี้ย
๓. เมื่อชาวนาได้ผลผลิตมาจำหน่ายก็จะหักเงินส่วนต่างที่กู้นั้น