ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร หารือเรื่องการแจกจ่ายคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ให้กับโรงเรียน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการควบคุมและตรวจสอบการใช้ซอฟต์แวร์ในเครื่องพกพา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ในช่วงเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งวันนี้ก็จะมีนโยบายที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเห็นได้ว่าเริ่มดำเนินการภายใน ปีแรกนะคะ ดิฉันเองจะขออภิปรายนโยบายที่เร่งด่วน นโยบายนี้ในข้อ ๑.๑๕ ซึ่งอยู่ในหน้าที่ ๑๐ เป็นเรื่องของการจัดหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้กับโรงเรียน จริง ๆ แล้วก็ต้องกราบเรียนว่า ในฐานะที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน หลายคนในพื้นที่แม้กระทั่งนักเรียน ตามโรงเรียนที่ต่างจังหวัดก็คงยังไม่ได้รู้จักกับคำว่าแท็บเล็ต ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้ก็คงจะต้อง กราบเรียนในภาษาที่เป็นภาษาธรรมดาว่า นั่นก็คือเรื่องของคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ ในระบบพกพา ซึ่งอาจจะเห็นได้ในท้องตลาด ซึ่งเราจะเห็นในหมู่ของนักศึกษาหรือว่าวัยรุ่น ที่ได้พกพาแท็บเล็ต ซึ่งดิฉันจะขออนุญาตเรียกเป็นภาษาไทยว่าคอมพิวเตอร์พกพานะคะ และรัฐบาลเองยังได้เน้นในเรื่องที่จะมีการนำร่อง การแจกจ่ายคอมพิวเตอร์ในระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ ดิฉันเองในฐานะสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย และเป็นหนึ่งในพรรคร่วมฝ่ายค้านขอแสดงความห่วงใยกับรัฐบาลในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอให้รัฐบาลในฐานะผู้นำหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะเป็นในส่วนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ และท่านมีรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก ๒ ท่าน ก็ขอได้โปรดช่วยรับฟังถึง ความเห็น แล้วก็การวิพากษ์วิจารณ์จากพี่น้องประชาชนแล้วก็นักวิชาการซึ่งท่านจะเห็นได้จาก ข่าวในปัจจุบันนี้ แล้วก็ขอให้เห็นถึงความพร้อมที่จะมองได้ว่ารัฐบาลนั้นในภาวะปัจจุบันนี้ มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนที่จะแจกเครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ การเรียนการสอนที่รัฐบาลได้กล่าวมา ดิฉันเองต้องกราบเรียนว่าถ้าในภาวะของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก็คงจะรู้ได้ว่าอายุของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หรือ ป. ๑ นั้นอยู่ในเกณฑ์ ๗-๘ ขวบเท่านั้นนะคะ ในภาวะของเด็กวัยนี้ค่ะท่านประธาน ก็คงตอบได้ว่ายังเริ่มที่จะอ่านออกเขียนก็ยังไม่ค่อยได้เท่าไร เพราะฉะนั้นแท็บเล็ตตัวนี้ หรือคอมพิวเตอร์พกพานั้นจะเป็นสิ่งที่บอกว่าแน่นอนจะต้องใส่ภาษาไทยลงไปในนั้น เพราะว่าสื่อสารทางวิชาการนั้นประเทศเราคงจะเป็นภาษาไทย และอาจจะมีภาษาอังกฤษ รวมเข้าไปด้วยก็คงจะต้องชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ว่า นักเรียนขณะนี้มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนที่จะรับมือสื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่กับ แท็บเล็ตหรือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องนี้นะคะ เพราะว่าใน ป. ๑ นั้น ๗-๘ ขวบนั้น วุฒิภาวะยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้อย่างชัดเจน แล้วหลังเลิกเรียนนั้นก็คงจะเป็นอะไร ที่ใช้เวลาอยู่กับการออกกำลังกาย การสันทนาการ เพราะฉะนั้นความเห็นที่ว่าแท็บเล็ตหรือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพานี้จะเป็นเครื่องมือที่จะใช้ให้มีประโยชน์สำหรับในช่วงเวลาของนิสิต นักศึกษา ที่พร้อมจะใช้เครื่องมือเหล่านี้เอามาใช้ในการที่เรียกว่าจะหาความรู้ในโลกที่จะ ท่องไปในอินเทอร์เน็ตอันเป็นโลกไร้พรมแดนนะคะ ตรงนี้ก็คงจะเป็นสิ่งที่บอกว่าถ้ามอบไว้ให้นั้น สุดท้ายรัฐบาลจะการันตีได้ไหมคะ รับประกันได้ไหมคะว่าความสนใจของเด็กจะอยู่ที่การเล่นเกม แล้วก็การใช้เวลากับสิ่งที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ ๆ มาสู่ในมือ แล้วจะเป็นจุดสุดท้ายที่จะบอกว่า จะเบื่อหน่ายหรือจะใช้ประโยชน์จากมันได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ แล้วโรงเรียนดัง ๆ อย่างเช่นใน กทม. ปัจจุบันนี้ก็ต้องขอกราบเรียนว่ายังไม่ค่อยจะมีโรงเรียนไหนที่อนุญาตให้ นักเรียนที่พ่อแม่อาจจะมีฐานะดีนำเอาคอมพิวเตอร์เข้าไปใช้หรือเข้าไปโชว์หรือเข้าไปเล่นกัน ในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือจะใช้ได้ก็เพียงวันหยุดหรือเวลาที่สามารถใช้ได้ ในช่วงหนึ่ง ๆ เท่านั้น เพื่อไม่ต้องการให้นักเรียนเหล่านั้นให้ความสนใจกับการเล่นเกมมาก จนเกินไปนะคะ แล้วดิฉันขอเรียนถามรัฐบาลว่า ซอฟต์แวร์ (Software) ที่รัฐบาล เตรียมจะใช้ในแท็บเล็ตอันนี้หรือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาอันนี้จะใช้แบบไหน ที่รัฐบาลเตรียมจะใช้ในแท็บเล็ตอันนี้หรือพกพาอันนี้จะใช้แบบไหน และรัฐบาลมีกลไก การควบคุมที่จะควบคุมไม่ให้โปรแกรมที่จะใส่ลงมาในแท็บเล็ต เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ตัวนี้เป็นสื่อที่จะนำให้เด็กมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน ความกระตือรือร้นของเด็กวัยนี้ จะนำพาไปได้ไหม สู่โครงการหรือโปรแกรมที่เป็นเรื่องของโปรแกรมการพนันที่ท่านพึงต้อง ระวังด้วย โปรแกรมสื่อลามก ท่านควบคุมได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ แล้วก็การเสิร์ช (Search) หาสิ่งต่าง ๆ ที่จะรู้จักกันในเกม เรียกว่าท่องอินเทอร์เน็ตและรู้จักกัน นัดกัน ไปเที่ยวกัน ในฐานะที่เราเห็นกันในสังคมปัจจุบันเท่าที่ได้เห็นในทีวี แล้วก็ก่อให้เกิดเรื่องราวที่สามารถ จะนัดพบพากันโดยที่ไม่รู้จักหน้าค่าตาหรือสังคมมาจากตรงไหน อินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ที่รัฐบาล ก็คงจะเห็นว่าการไปนั่งในนั้นของเด็กวัยรุ่นเป็นวัน ๆ บางครั้งตั้งแต่เช้าจดเย็น ก็ต้องบอกว่า ไม่กลับบ้านกลับช่องกัน ตรงนี้ก็ขอฝากถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ขอฝากไว้ด้วยความห่วงใยนะคะ เพราะว่าสิ่งที่กำลัง เกิดขึ้นมานี้เป็นสิ่งที่ดิฉันจะเห็นท่านให้สัมภาษณ์ แล้วก็จะเน้นไปถึงเรื่องโปรแกรมของเรื่อง แท็บเล็ตที่ท่านจะให้ความรู้แล้วก็สื่อสารให้พวกเราได้ฟังตลอดเวลา ท่านพร้อมแค่ไหนคะ ในเรื่องการจัดการซ่อมแซมหลังจากที่ท่านมอบให้กับเด็กแล้วก็โรงเรียน เพราะว่าแท็บเล็ต การใช้ตรงนี้ตกปุ๊บก็จะเสียแล้วก็จะพัง โปรแกรมการจัดวางในเรื่องการซ่อมแซมอุปกรณ์ การดูแล และแม้กระทั่งครูที่จะสอนเรื่องคอมพิวเตอร์มีมากน้อยแค่ไหนนะคะ ตรงนี้ดิฉัน อยากจะฝากท่านด้วย ระยะนี้ก็คงจะได้ยินว่าคอมพิวเตอร์ตัวนี้แบบพกพาจะสามารถใช้ได้ ในพื้นที่ที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และในประเทศไทยโรงเรียนกี่โรงเรียนคะที่จะมี อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บอกให้ได้เลยค่ะว่าจากการที่ค้นพบมา ๒,๐๐๐ โรงเรียนเท่านั้นจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ความพร้อมนั้นมีแค่ไหน ท่านรัฐมนตรีโปรดรับฟังด้วย และความเท่าเทียมกันในโอกาสของด้านการศึกษานั้นที่จะบอกว่าพื้นที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงในกรุงเทพมหานครนั้นแน่นอนว่าคงจะใช้ได้มาก และในส่วนของบ้านดิฉันเอง ก็ยังคงมีพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชายแดน อย่างเช่นสวนผึ้งในจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก็จะมี กะเหรี่ยง มีภาษาที่ยังใช้กะเหรี่ยงกระหร่างตรงนั้นนะคะ และขอถามว่าความจำเป็นในการที่ จะใช้คอมพิวเตอร์ตัวนี้ในราคาที่ท่านอาจจะซื้อได้ในวงเงินสี่ซ้าห้าพันนี้ มันมีความจำเป็นกับ พื้นที่ชายแดนมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่โรงเรียนในเขตชายแดนนั้นยังบอกว่าต้องการครูค่ะ ต้องการครูสอนภาษาไทย เพราะเด็ก ป. ๑ นั้นเป็นเด็กกะเหรี่ยงที่อยู่ในประเทศไทย ยังไม่สามารถที่จะพูดภาษาไทยได้นัก และยังไม่สามารถที่จะอ่านออก เขียนได้ เพราะฉะนั้น คอมพิวเตอร์พกพาสำหรับเด็กไทยในชายแดนนั้นจะจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีพิจารณาตรงนี้นะคะ ด้วยความห่วงใย และโดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ในฐานะที่จะต้องบอกว่าครูต้องการอะไรคะ ท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ต้องการความปลอดภัย ต้องการเรื่องเงินเดือน ต้องการ สวัสดิการ ตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะเร่งในการที่จะดำเนินนโยบายตรงนี้เป็นเรื่องเริ่มต้น ด้วยความเร่งด่วนมากกว่าที่จะแจกแท็บเล็ตหรือเรียกว่าคอมพิวเตอร์พกพาให้กับเด็ก ที่เริ่มต้นระดับชั้น ป. ๑ แล้วในประเทศไทยตอนนี้ ป. ๑ ถึง ม. ๖ นั้นเรามีด้วยกันอยู่ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิต ท่านรัฐมนตรีจะจัดการอย่างไรกับการที่จะใช้เงินงบประมาณส่วนไหน ในการที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ตัวนี้ซึ่งจะต้องใช้เงินหลายหมื่นล้าน แล้วดิฉันขอฝาก ความห่วงใยจากภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นภาษีที่ทุกคนห่วงใยว่าจะใช้เงินตรงนี้กับการ วางคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตที่จะเป็นโอกาสที่จะเปิดโลกกว้างในฐานะที่จะให้ความสำคัญกับ สื่อการศึกษา ที่ต่อไปจะต้องเป็นการไร้พรมแดนที่จะบอกว่าจะต้องใส่เป็นอีบุ๊ค (e-Book) หรือว่าเป็นอีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) ลงไป ประเทศไทยเราพร้อมมากน้อยแค่ไหนคะ ขอให้ ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ผ่านท่านประธานสภานี้ช่วยพิจารณาด้วยนะคะ นี่ก็คือเสียงหนึ่งจาก ส.ส. ของจังหวัดราชบุรีนะคะ โดยความรวมดิฉันเองก็ขอฝากท่านประธานสภาด้วยว่า ส.ส. ทุกคน ตอนนี้ยังไม่ได้คอมพิวเตอร์ ซึ่งในโอกาสที่จะได้หยิบยืมจากสภา ก็คงจะเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่บอกว่าถ้ารัฐบาลเน้นเรื่องคอมพิวเตอร์พกพาระบบอินเทอร์เน็ตที่เป็นความเร็วสูง ส.ส. ก็ยินดีที่จะเป็นหนูทดลองที่จะบอกว่าแท็บเล็ตที่ท่านประธานอาจจะต้องพิจารณา อีกสักครั้งหนึ่งนะคะ ก็คงจะต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะว่าก็คงจะเป็นประมาณนั้นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ