ทัศนียา รัตนเศรษฐ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ คำแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันนี้ ดิฉันถือว่าเป็นเข็มทิศในการกำหนดทิศทางของรัฐบาลทั้งคณะที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านประธานคะ จากคำอภิปรายตั้งแต่เช้าดิฉันได้ฟังค่ะ หลายท่านมีความวิตกกังวล ต่อนโยบายของรัฐบาลว่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ในเรื่องของค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท แล้วก็ในเรื่องของจบปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านบอกว่าจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น บางท่านก็บอกว่าจะทำให้เกิด การย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไปอยู่ประเทศอื่นที่แรงงานถูกกว่า บางท่านก็บอกว่า จะทำให้เกิดการไหลทะลักของแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศแล้วทำให้เกิดภาระ ต่องบประมาณ ถึงกระทั่งบางท่านก็บอกว่าจะทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะเศรษฐกิจ ขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ต้องปิดกิจการ นี่เป็นความคาดซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดหรือไม่นะคะ แต่ดิฉันนั้น กลับมองเห็นต่างค่ะท่านประธาน ดิฉันมองว่าการเพิ่มเงินให้กับผู้ใช้แรงงานขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท เป็นการเพิ่มเงินสำหรับใส่ ในตลาดของระบบเศรษฐกิจ ยิ่งเพิ่มมากเท่าไรก็จะทำให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น เมื่อกำลังซื้อ เพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้กำลังการผลิตขยายตัว และเมื่อกำลังการผลิตขยายตัวมันก็จะทำให้เกิด การซื้อการขาย การจ้างงาน แล้วก็เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ นี่เป็นวัฏจักรของเศรษฐกิจ และที่สำคัญนะคะท่าน มาตรการนี้ก็เป็นมาตรการเดียวกันที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ใช้ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท มาตรการเดียวกันเลยค่ะท่าน แต่มันต่างกันตรงไหนท่านรู้ไหมคะ ต่างกันตรงที่ว่ารัฐบาล ครั้งที่แล้วจ่าย ๒,๐๐๐ บาท แล้วท่านก็บอกว่าทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ข้าวของการค้าการขายดีขึ้น แต่พอมารัฐบาลชุดนี้เพิ่มขึ้นจาก ๒๑๕ บาท เพิ่มเป็น ๓๐๐ บาท เพิ่มแค่ ๘๕ บาท ท่านกลับมองว่าจะทำให้เศรษฐกิจล่มจมบ้าง จะทำให้เศรษฐกิจเกิดภาวะเงินเฟ้อบ้าง ต่าง ๆ นานา ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่านโยบายของรัฐบาลนั้นได้ดูมาอย่างรอบคอบ มีขั้นตอนมีกระบวนการ และที่สำคัญอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียงค่ะท่าน เป็นความพอเพียง สำหรับผู้ใช้แรงงานที่จะทำให้เขาอยู่ได้ดำรงชีพตามสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แล้วก็เป็นความพอเพียงสำหรับสถานประกอบการที่จะสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ซึ่งทุกวันนี้มันเหลื่อมล้ำกันอยู่มาก เป็นความพอเพียงสำหรับงบประมาณที่ผ่านมา ๙ เดือน บอกว่าเก็บได้เกินเป้าถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่สำคัญก็เป็นความพอเพียงสำหรับ ความมั่นคงทางสถานะการเงินการคลัง เพราะทุกวันนี้เรามีเงินคงคลังอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรามีทุนสำรองต่างประเทศอยู่ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอยู่ในสถานะที่เพียงพอ แล้วก็เข้มแข็งในการที่จะรองรับวิกฤติเศรษฐกิจโลกถ้าหากว่ากระทบมาถึงไทยจริง ท่านประธานคะ ด้วยความพอเพียงทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ รัฐบาลนี้ถึงกล้าออกนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะ นโยบายเร่งด่วน เพราะเราคิดว่าทำได้แล้วก็ทำจริง แล้วเราก็รู้ว่าเป็นความคาดหวังของ พี่น้องประชาชนที่พี่น้องประชาชนเขาคาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ จากการสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นเสียที เขาคาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะทำให้สังคม สงบสุข ปลอดจากยาเสพติด มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเขาก็คาดหวังว่า จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กินดีอยู่ดี นี่คือความคาดหวังของรัฐบาล ท่านประธานคะ แล้วรัฐบาลก็รู้ดี และความคาดหวังนี้ละค่ะที่ประชาชนได้สะท้อนออกมา จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมา ท่านประธานคะยังไม่เพียงพออีกหรือคะสำหรับเกือบ ๑๖ ล้านเสียงที่ทุ่มให้กับพรรคเพื่อไทยเพื่อให้มาเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลและนำนโยบาย มาปฏิบัติ และยังไม่เพียงพออีกหรือคะสำหรับ ๑๔๕ องค์กรภาคประชาชนที่เขาได้ร่วม ประชุมกัน ได้จัดการเสวนาแล้วนำเสนอต่อรัฐบาลถึงความต้องการที่แท้จริงของแต่ละองค์กร และยังไม่เพียงพออีกหรือคะสำหรับองค์กรภาคแรงงานที่มีสมาชิกทั้งหมด ๓๘ ล้านคน ที่ร้องขอต่อรัฐบาล ๙ ข้อ และ ๑ ใน ๙ ข้อนี้ก็คือขอให้มีการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ตามสภาพความเป็นจริง แต่ที่สำคัญยังไม่เพียงพออีกหรือคะสำหรับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๗ ที่ว่าด้วยประชาชนพึงมีส่วนร่วมในการ กำหนดนโยบาย และในการที่กำหนดทิศทางของประเทศไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับภูมิภาค บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญปรากฏไว้ชัดเจนค่ะท่าน และด้วยความคาดหวังนี่ละค่ะ บวกกับเสียงสะท้อน บวกกับความพอเพียงนี่ละค่ะท่านประธานคะ ดิฉันจึงเห็นด้วยอย่างมากกับรัฐบาลที่ได้แถลง ในวันนี้ และดิฉันก็เชื่อว่ารัฐบาลทำได้ทุกนโยบาย และสิ่งที่สำคัญอยากจะฝากก็คือ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน เรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ซึ่งอันนี้รัฐบาลรู้ดีว่าเป็นสิ่งที่ ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดความทุกข์ยากลำบากก็ขอเพียงแต่ว่าให้รัฐบาลได้เร่งทำ และดิฉันก็เชื่อว่าในเรื่องของความวิตกกังวลที่หลายท่านได้อภิปรายมาว่าเกิดจากนโยบาย ของรัฐบาล ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลนี้สามารถใช้มาตรการทางด้านการเงิน มาตรการทางด้าน การคลัง มาตรการทางภาษี หรือว่ามาตรการทางด้านการกำกับดูแลแก้ไขได้ทุกประการ และดิฉันก็เชื่อว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ทำงานเป็น ไม่ดีแต่พูด ไม่ทิ้งงบประมาณ เพียงเท่านี้ ดิฉันก็คิดว่าก็ทำให้ประเทศชาตินั้นเจริญก้าวหน้า ประชาชนก็เป็นสุขแล้วค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ