สถาพร มณีรัตน์ พูดถึงนโยบาย 300 บาท และ 15,000 บาท ที่พรรคเพื่อไทยเสนอ โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็นทางออกที่จะช่วยให้คนงานได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมและช่วยให้พวกเขาได้รับวิถีชีวิตที่ดีขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ในนาม สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สิ่งที่เราได้รับฟังได้รับรู้มาโดยตลอดนั่นก็คือการแถลง นโยบาย ซึ่งพรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่กล้าที่จะใช้นโยบาย ในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาสังคม และแก้ปัญหาทางการเมือง เราได้ รณรงค์ในการหาเสียง บอกกล่าวสร้างความเข้าอกเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราถือว่า นี่คือการเมืองที่กินได้ครับ ระบอบประชาธิปไตยที่ให้พี่น้องประชาชนมีความคาดหวัง ความหวังของพี่น้องประชาชนอยู่ที่การเมืองครับท่านประธาน และพี่น้องประชาชนที่เคารพ วันนี้มีข้อสงสัยว่า ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทจะมีประเด็นปัญหาที่ซักถามอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมภาคภูมิใจที่จะต้องพูดในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุน ให้พรรคเพื่อไทยประกาศการสร้างมิติใหม่ทางการจ้างงานทั่วประเทศให้หมดยุคกดขี่ข่มเหง ค่าแรง ให้หมดยุคที่ผู้ประกอบการใช้แรงงานเป็นตัวประกอบการในการหวังแสวงหากำไร ท่านประธานที่เคารพ วันละ ๓๐๐ บาท เดือนหนึ่ง ๒๔ วันครับ ๗,๒๐๐ บาทเพื่อคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานทำไมกลัวกันนักกันหนา ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการ ภาษีก็จะได้ลด บีโอไอ (BOI) ก็ได้ลด ลดซับซิไดซ์ (Subsidize) ทุกอย่าง คุณเปิดตลาดใหม่ รัฐก็ซับซิไดซ์ คุณแต่งสูทส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเจ้าของกิจการมีทุกสิ่งทุกอย่างแต่คนงาน จะได้ ๓๐๐ บาทนะครับ ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานมันช่างยากเย็น แสนเข็ญเสียนี่กระไรครับ วันที่ ๑ พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ พี่น้องกรรมกรเรียกร้อง ทุกปี ๆเพื่อต้องการให้วิถีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วได้เท่าไรครับ ปีที่แล้วได้ ๓ บาท ๒ บาท แล้วตบมือแซ่ซ้องสรรเสริญว่าเรามีคุณูปการต่อกระบวนการแรงงานเงิน ๒ บาทซื้ออะไรได้ วันนี้ ค่ารถเมล์ ๓ บาทแล้ว ยกเว้นรถเมล์ฟรี ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นมิติของนโยบายคือมิติของการที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้สังคมได้รับรู้รับทราบว่า ต่อไปนี้กระบวนการในการจ้างงาน กระบวนการในผู้ประกอบการจะต้องหมดยุค ในการกดขี่ข่มเหง ผู้ประกอบการจะต้องเป็นจุดหลัก แข็งแรง เป็นนักบริหารที่แท้จริง คิดต้นทุนรอบด้าน ไม่ใช่กดเฉพาะแรงงานแล้วก็ไปซื้ออย่างอื่น บางบริษัทไปตรวจสอบ เลยครับ กดแรงงานแต่มีรถเบนซ์ในบริษัท ซึ่งเป็นรองเจ้าของบริษัทเป็น ๒๐-๓๐ คันครับ ไปตรวจดูบัญชีได้เลยครับ ทรัพย์สินมากครับ แต่จ้างแรงงานน้อยครับ แล้วก็มาคร่ำครวญ ให้รัฐลดภาษี ให้รัฐเอาบีโอไอเข้าใส่ ให้รัฐช่วยโน่นช่วยนี่ แต่คนงานขอให้รัฐช่วย ๓๐๐ บาท อย่าตกใจครับ ทำได้แน่นอน อย่าตกใจ เสร็จแล้วกิจการไหนที่มีผลกระทบจริง ๆ ท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังผู้บริหารครับ วันนี้ในระบบประกันสังคมเรามีเงินจ้าง ๓๐๐ บาท ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ก็เหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละครับที่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท ที่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท แต่ค่าเฉลี่ยออกมาแล้วมันไม่กระเทือนมากหรอกครับ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการ ผู้ที่มีเสียงดัง สภาทั้งหลายฟังเสียงกรรมกรบ้าง ฟังเสียง ของผู้ใช้แรงงานบ้างครับว่าเขาคิดอย่างไร เงิน ๓๐๐ บาทต่อวันครับ คิดดูสิครับ เดือนหนึ่ง ๗,๒๐๐ บาท ทำ ๒๔ วัน ไหนลูก ไหนเมีย ไหนพ่อ ไหนแม่ เพราะฉะนั้นก็เป็นฝีมือ ของรัฐบาล ผมให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีครับ ให้กำลังใจทีมเศรษฐกิจครับว่าเราจะเปิด มิติใหม่ของการจ้างงานอย่างไร เป็นโจทย์ครับ ไม่ใช่ทำไม่ได้ ทำได้ ทำทันทีด้วย อยู่ที่ฝีมือ ของท่านแล้วครับ เพราะฉะนั้นอย่ากังวลครับ อันไหนที่บอกว่าจะเป็นจะตายให้ได้ จะเจ๊ง จะย้ายฐาน มาครับ รัฐต้องช่วย อยากเห็นครับ กลุ่มไหนครับที่จะเจ๊งทันทีทันใด ถ้า ๓๐๐ บาท ประกาศ ทันที ๑๕,๐๐๐ บาทอยากเห็นครับ กลุ่มธนาคารหรือครับ กลุ่มเอสเอ็มอีกลุ่มไหนครับ อยากเห็นมันจะเจ๊งนี่ แล้ววิถีชีวิตของพี่น้องผม กรรมกรของผม คนที่อยู่รากหญ้าจริง ๆ ของกระผมเขาจะได้เห็นว่า ๓๐๐ บาท ทำให้ช่วยวิถีชีวิตเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ต่อไปนี้คนขึ้นลำไย บ้านผมที่ลำพูน ๓๕๐ บาท คนเด็ดลำไย ๓๒๐ บาท หายากด้วย ชาวนาเขาไปไกลครับ ปลูกนาวันละ ๔๐๐ บาทหายากด้วย แล้วทำไมไม่คิดความเป็นจริงครับ เราต้องเอาความเป็นจริงมาพูดกัน การจ้างงานวันนี้ กระบวนการภาคเกษตรเขาไปไกลแล้ว เขาเหมาครับ เขาตัดช่วงไปแล้ว วันหนึ่งเขาได้ ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท เพราะฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพว่านโยบาย ๓๐๐ บาท ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องมาเอะอะโวยวายแล้วจะมาเป็นเดือดเป็นร้อน คุยกันด้วย โลกของความเป็นจริงครับ คุยกันด้วยความเป็นจริง แล้ววิถีชีวิตลูกหลานกรรมกร ชาวไร่ชาวนา จะได้มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น แค่นี้แหละครับ ส่วนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นความสามารถของรัฐบาลครับว่าจะทำโครงสร้างเงินเดือนแห่งชาติอย่างไร จะทำปรับ สภาพการจ้างอย่างไร อยู่ที่ความสามารถของทีมผู้บริหาร ท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบคุณครับที่ให้ผมลุกขึ้นมาที่อึดอัด ผมอยากจะเห็นวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศไปพร้อม ๆ กันครับ ไม่ใช่ผู้ประกอบการรวยเอา ๆ คนจนก็จนเอา ๆ ช่องว่าง ก็ห่างขึ้น ๆ เรากระเถิบนิดเดียวเองครับ ไม่มากเลยครับ แล้วคนไหนที่เดือดร้อนจะเป็นจะตาย จะเจ๊งภายใน ๓ วัน ๗ วัน ถ้าขึ้น ๓๐๐ บาทมาบอกรัฐบาลสิครับ คุณจะต้องช่วย ๑ ๒ ๓ ท้ายที่สุดนี้ผมสนับสนุนยินดีที่เห็นรัฐบาลชุดนี้กล้าประกาศ กล้าสู้ให้กับคุณภาพชีวิตของคน ทั้งประเทศ ผมให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจรัฐบาล แต่ถ้าทำไม่ได้เราไม่ว่ากันนะครับ ถ้าผมจะลุกขึ้นมาทวงถามเหมือนกับว่าผมได้สัญญากับพี่น้องประชาชนมาทั่วประเทศครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน