ยุวดี ชื่นชมรัฐบาลบูรณาการลดช่องว่างสังคม เสนอเบี้ยยังชีพขั้นบันได

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

ยุวดี นิ่มสมบุญ อภิปรายนโยบายรัฐบาลโดยชื่นชมแนวทางบูรณาการเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดช่องว่างทางสังคม พร้อมเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบางตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเสนอข้อเสนอการแจกเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ และสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องกลไกการบริหารราชการแผ่นดินโดยเน้นความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกลไกร่วมกับประชาชน

นางยุวดี นิ่มสมบุญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางยุวดี นิ่มสมบุญ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน ขออภิปรายนโยบายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าในภาพรวมของนโยบาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ นโยบายของรัฐบาลนี้มีเหตุผล หลักการ ที่สอดคล้องกับ ความเป็นจริงในสังคมที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสโลกาภิวัตน์ ดิฉันมองเห็นความเชื่อมโยง ความผสมผสาน บูรณาการ มุ่งสร้างความเป็นธรรมในสังคม กระจายโอกาสให้แก่คนทุกกลุ่ม ในสังคม พยายามที่จะลดช่องว่างระหว่างคนทุกกลุ่ม พยายามกำหนดแนวทางที่จะ ดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ระบุอย่างชัดเจนตามที่กล่าวไว้ในตอนท้ายของ นโยบาย และยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่จะบริหารดำเนินการ ตามแนวทางพระราชดำริ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนนโยบายการบริหาร การจัดการที่ดีในข้อ ๘ และในฐานะที่ต้องดูแลสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการและ ผู้ด้อยโอกาสที่ดูเหมือนว่าเป็นกลุ่มที่เสียเปรียบในสังคมทั้งหมดนี้น่าจะได้รับประโยชน์จาก นโยบายของรัฐบาลนี้มากกว่าประชาชนกลุ่มอื่น หากรัฐบาลทำได้จริงอย่างที่แถลงไว้ มีการกำหนดไว้ในข้อ ๔.๕ ว่าเรื่องนโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคมที่ประกอบด้วย การส่งเสริมการพัฒนาให้ครอบครัวสังคมไทยอบอุ่น การสร้างหลักประกันความมั่นคง ในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ การส่งเสริมพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ สนับสนุนบทบาทสตรีไทยในการมีส่วนร่วม การพัฒนาประเทศอย่างเสมอภาค เสริมสร้างให้ ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนโยบายยังระบุสาระสำคัญไว้ ที่อื่น ๆ เช่น เรื่องการกีฬา ก็มุ่งส่งเสริมให้ผู้พิการเข้าถึงการกีฬา และแข่งขันกีฬาในทุกระดับ ในข้อ ๓.๔

นอกจากนั้นการแจกเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันได โดยที่ผู้สูงอายุ ๖๐-๖๙ ปี จะได้รับ ๖๐๐ บาท ๗๐-๗๙ ปีจะได้รับ ๗๐๐ บาท ๘๐-๘๙ ปีได้ ๘๐๐ บาท และอายุ ๙๐ ปี ขึ้นไป ๑,๐๐๐ บาท เรื่องข้อเสนอเรื่องนี้ เรื่องเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดนี้ ดิฉันอยากจะ เรียนว่าคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมที่ดิฉันดูแลอยู่ ได้เคยศึกษาและนำเสนอ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๓ นอกจากนั้นในเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศในข้อ ๑.๑๐ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ได้มีการเน้นเรื่องผู้มีรายได้น้อยไว้ด้วย เป็นต้น

ท่านประธานที่เคารพคะ ดูเหมือนว่ากลุ่มประชาชนกลุ่มเป้าหมายของ คณะกรรมาธิการที่ดิฉันเป็นประธานดูแลอยู่น่าจะได้รับประโยชน์มาก เพราะระบุไว้ ในนโยบาย และหากจะสรุปว่าคนกลุ่มนี้เป็นฐานทางการเมืองของพรรครัฐบาลที่ใช้รณรงค์ หาเสียงเอาไว้น่าจะไม่ผิด และหากไม่ทำตามสัญญาดิฉันคิดว่าน่าจะมีปัญหาตามมาด้วย มีคำวิจารณ์จากนักวิชาการกล่าวว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้มีความเสี่ยงต้องใช้เงินมาก จะทำได้หรือ นโยบายบางนโยบายเช่นการประกันราคาข้าวจะเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริตได้ ดิฉันหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดีในข้อ ๘ ที่มีแนวคิดของธรรมาภิบาลแทรกอยู่ทุกเรื่องแล้ว นโยบายทุกนโยบาย ในประเทศนี้ดิฉันเห็นว่า หากดูจากลายลักษณ์อักษรจะดูดีทั้งนั้น เพราะมีการเตรียมการมา อย่างดีว่าจะให้ประโยชน์แก่คนกลุ่มใด จะมีจำนวนเท่าใด แล้วทำไมจึงกำหนดเช่นนั้น และต้องไม่ให้คนกลุ่มอีกกลุ่มเสียประโยชน์ แต่ความล้มเหลวอาจจะมาจากการบริหาร นโยบายที่ไม่ดี ล้มเหลวในเรื่องคนที่บริหารและทรัพยากรไม่พอเพียงและไม่เหมาะสม ตลอดจนไม่มีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะเตรียมการเช่นกันว่า จะกำหนดกลไกการบริหารและกลไกการเงินที่เหมาะสม และกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วม ของประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ พูดง่าย ๆ จะเอาเงินมาจากที่ใดมา บริหาร จะเก็บภาษีพึ่งจากคนที่สามารถเสียภาษีได้เช่นนั้นหรือ และจะเป็นธรรมกับคนที่ ไม่ได้รับประโยชน์จากโยบายหรือไม่ หรือว่าจะไปกู้เงินจากที่ต่าง ๆ มา และจะเป็นธรรม ต่อประชาชนที่ต้องแบกรับหนี้ ที่รัฐบาลจะใช้เงินในอนาคต หากเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่จะรับผิดชอบแทนได้หรือ ในเรื่อง กลไกบริหาร รัฐบาลต้องการคนที่มีความรู้และประสบการณ์และเป็นคนดี มือสะอาด มีความมุ่งมั่นที่จะมาทำงานบริหาร หวังว่าการจัดคณะรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรี คงจะนำแนวทางการบริหารที่รัฐบาลระบุว่าจะใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นนโยบาย การบริหาร เมื่อกล่าวถึงแนวนี้เป็นที่ทราบกันว่าหมายรวมเรื่องความพอดี ความมีเหตุมีผล ซึ่งสอดรับกับแนวคิดธรรมาภิบาล เป็นที่มาของพระราชบัญญัติการจัดการงานที่ดี ซึ่งรวมทั้งประสิทธิภาพ หลักวิชาการหลักนิติรัฐ หลักการ มีส่วนร่วม และที่สำคัญคือ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เรามีพระราชบัญญัติ การจัดการงานที่ดี ปี ๒๕๔๖ ที่มีรากฐานความคิดมาจากแนวคิดธรรมาภิบาลที่ทุกคนรู้จัก อยากให้รัฐบาลคลี่แนวความคิดนี้ให้ชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจสำหรับผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันในฐานะที่ทำงานด้านพัฒนาสตรี เ รามีนายกรัฐมนตรีเป็นสตรี เป็นท่านแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย องค์การสตรีในประเทศก็ยินดีและตื่นเต้น หากมีข้อสรุปเมื่อรัฐบาลหมดวาระว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดี องค์กรสตรีย่อมยินดีมากขึ้น ดิฉันหวังว่าความเห็นต่าง ๆ นี้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลคงจะนำไปพิจารณา ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบาย ให้ได้มากที่สุด แล้วก็ทุก ๆ ข้อด้วย ขอบคุณค่ะ