รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

ชาดา ไทยเศรษฐ์ พูดถึงนโยบายของคณะรัฐมนตรีและเสนอแนะให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการเอาเปรียบประชาชน ส่งเสริมการศึกษา และจัดหาทุนสนับสนุนเกษตรกร นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการรับจำนำข้าว และลดดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. เพื่อสนับสนุนเกษตรกร

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมนโยบายของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้นะครับ ที่ชื่นชมเพราะอะไรครับ ชื่นชมก็คือว่าผมดูแล้วนโยบายชุดนี้เป็นการเขียนโดยนักการเมืองจริง ๆ ไม่ใช่เขียนจาก ข้าราชการประจำ จากความคิดผมเท่าที่ดูและได้อ่าน ๒ รอบ ๓ รอบ ก็ต้องขอชื่นชมด้วย ความจริงใจ ซึ่งในนโยบายของคณะรัฐมนตรีแบ่งเป็นการดำเนินการอย่างเร่งด่วน แล้วก็ ในเรื่องของในวาระ ๔ ปี ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่อง ๑.๘.๒ เรื่องค่าแรง วันละ ๓๐๐ บาท กรณีเรื่องค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาท ผมเองมีความคิดเห็นสนับสนุนนะครับ สนับสนุน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากกับรัฐบาลก็คือว่าปัจจุบันแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย จำนวนมากและจะเป็นปัญหาเกี่ยวข้องไปถึงความมั่นคง ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยจะต้อง จัดการกับเรื่องแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจน และยิ่งกรณีของขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาท จะทำให้เกิดปัญหาก็คือจะมีการใช้แรงงานต่างด้าวมาก และสิ่งที่สำคัญก็คือว่าแรงงาน ต่างด้าวที่บริษัทห้างร้านต่าง ๆ นำเข้ามานั้น จากการผ่อนผันหรือจากการให้มีข้อระเบียบ ในการขึ้นบัญชีผู้ใช้แรงงานต่างด้าวจะต้องมีกองทุนในการดูแลคนงานต่างด้าวเหล่านั้น โดยที่ ผู้ประกอบการในเมื่อใช้แรงงานต่างด้าวจะต้องเสียเงินเข้ากองทุน เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่อง สำคัญครับ ในปี ๒๕๕๘ เราจะมีแรงงานเสรีเกิดขึ้นในสมาคมอาเซียน และสิ่งที่สำคัญคือ แรงงานต่าง ๆ พวกนี้จะเคลื่อนย้ายโดยเสรี อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่คนต่างด้าว ออกลูกมาเป็นคนไทยเดี๋ยวจะวุ่นวายกันใหญ่นะครับ ก็ขออนุญาตฝากไว้ในเวลาอันจำกัด

และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านบอกว่า ๖๐-๖๙ ปี ให้ ๖๐๐ บาท น้อยไปหน่อยครับ และผิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ชัดเจนแล้วว่าให้เท่าเทียมและทั่วถึง ท่านจะให้ ๑,๐๐๐ บาท ก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยครับ มันไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายเลย ให้ไปเลย ผู้สูงอายุอายุ ๖๐ ปี ๙๐ ปีที่จะได้ ๑,๐๐๐ บาท ของท่านจะได้สักกี่คน ใครจะอยู่ได้รับอายุ ๙๐ ปีครับ ผมคงอยู่ไม่ถึงได้รับ ๑,๐๐๐ บาท แน่นะครับ มันเป็นการใจร้ายไปนิดหนึ่ง และมันจะผิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่าก็ให้ท่านประธาน โปรดดูแล้วกันนะครับ

และสิ่งหนึ่งในข้อ ๓.๑.๓ ผมขอชื่นชมครับ อันนี้ชื่นชมด้วยความจริงใจ และขอให้ทำให้ได้คือพัฒนาระบบสถาบันการเงินในประเทศ รับผิดชอบต่อคนส่วนใหญ่ วันนี้ สถาบันการเงินของประเทศไทยเอาเปรียบประชาชน ค่าธุรกรรมทางการเงินไม่มี การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และแบงก์ทุกแบงก์ในประเทศไทยเสียภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เสียภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์ เฉพาะส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ แต่ในเรื่องค่าธุรกรรม ไม่มีการเสีย ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นเสียในเรื่องนิติบุคคลที่รัฐบาลว่าจะลดจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า สรรพากรในประเทศไทยไม่มีสิทธิเข้าไปตรวจแบงก์ในต่างจังหวัด และอันนี้ละครับ เป็นการแบ่งชนชั้นที่ผมฝากทางท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีว่าเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้อง ประเทศไทย เครดิต บูโร (Credit bureau) มี ๑๕ ล้านคน รัฐบาลต้องดำเนินการปลด เครดิต บูโรกับ ๑๕ ล้านคน วันนี้แบงก์ไม่ได้ปล่อยเงินให้เงินกู้ ไม่มีนักธุรกิจรุ่นใหม่เติบโตขึ้น จบมาแล้วแทนที่จะได้มีโอกาสกู้เงินทำกิจการของตัวเอง ไม่มีเลยครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าแบงก์ไม่ได้วิเคราะห์โครงการ ลักษณะของแบงก์เอาแต่เพียงว่าต้องให้คุ้มเงินกู้ อย่างเดียว ต้องดูหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าทุกวันนี้แบงก์ทุกแบงก์ในประเทศไทยเอาเปรียบพี่น้อง ประชาชน ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลในนโยบายข้อนี้

และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับ เรื่องการศึกษา ผมเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย วันนี้แท็บเล็ต (Tablet) ก็ไม่ทำ ให้สังคมการศึกษาของไทยดีขึ้น แต่การที่จะมีแท็บเล็ตผมก็เห็นด้วย แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้ ต้องเปลี่ยนระบบการเรียนการสอน วันนี้ต้องปฏิรูปการศึกษาจริง ๆ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ผมเป็นเด็กบอกไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก พ.ศ. ๒๑๑๒ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ ให้ท่องทุกวัน ได้ประโยชน์อะไรครับ ไม่มีได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ทำไมไม่วิเคราะห์ว่าเหตุใดไทยจึงเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งแรก ความแตกสามัคคีของคนไทยหรือไม่ ทำไมการเสียกรุงครั้งที่ ๒ เรื่องเหล่านี้ในระบบการเรียนการสอนไม่มี แล้วที่สำคัญครับ ผมเองอยากจะบอกว่าระบบ การศึกษาเป็นปัญหาของชาติอย่างมากมาย สำนักเขตพื้นที่การศึกษามีรอง ผอ. แต่ละแห่ง ๑๐ คน ๑๑ คน ผมฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าต้องดำเนินการเรื่องนี้ครับ เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้มีสำนักเขตพื้นที่การศึกษาแต่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร ผมเสนอว่าต้องมีสภาการศึกษาจังหวัด มีการจัดการศึกษาที่เป็นรูปธรรม วันนี้สังคมไทย เกิดปัญหามากมาย เราแก้ไม่ได้หรอกครับหลายอย่าง แต่เราวางไว้ที่เด็กที่เยาวชนของชาติได้ แล้วเรื่องการศึกษาไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่อง ของประเทศไทย รัฐบาลต้องใช้ความกล้าหาญในการแก้ไข กราบเรียนด้วยความเคารพ

และที่สำคัญครับ การรับจำนำข้าว ผมขออนุญาตท่านประธานที่เคารพว่า เรื่องรับจำนำข้าว วันนี้ท่านคิดหรือยังครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น กฎอาฟตา (AFTA) มีแล้ว ข้าวจากต่างประเทศเข้ามาได้ ข้าวไทย ข้าวนาปีประมาณ ๒๐ ล้านตัน ข้าวนาปรังอีก ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน จะรับจำนำ ๑๕,๐๐๐ บาท ผมเองเห็นด้วยครับไม่ได้ว่าอะไร แต่สิ่งหนึ่งซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องเอา ออกมาให้ได้ก่อนว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราใช้ระบบรับจำนำข้าว ๑๐ ปีครับ เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะที่รับจำนำสินค้าในโกดัง ไม่ว่าจะเป็นข้าว ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง ไม่ว่าจะ เป็นข้าวโพด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รับจำนำไว้ วันนี้ขายไปแล้วเท่าไร เหลือเท่าไร ต้องเอาบัญชีตรงนี้มาประกาศต่อหน้าสาธารณชนก่อนถึงจะดำเนินการเรื่องของ การรับจำนำในปีต่อ ๆ ไป เพราะว่าอะไรครับ เรารับจำนำปีหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐- ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังมีค่าดำเนินการ ค่าเช่าโกดัง กระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการ ในกระทรวงพาณิชย์ยินดีกันมากอยากให้มีการรับจำนำ การรับจำนำนั้นเสียเรื่องค่าเช่าโกดัง จำนวนมาก แล้วยังมีข้าวสูญหายปลอมปน ซึ่งตรงนี้ ๑๐ ปีที่ผ่านมาแล้วมาเริ่มด้วยระบบ ประกันรายได้นั้น มีช่วงหยุดแล้วต้องเอาออกมาให้ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องเอาบัญชีออกมาชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนว่าที่ ๑๐ ปีที่แล้วมานั้นสินค้าเกษตร ที่รับจำนำไว้เหลืออยู่เท่าไร ขายไปเท่าไรแล้ว นั่นถึงจะเป็นการบริหารงานอย่างโปร่งใส ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ การรับจำนำสินค้าเกษตรไม่ใช่มีเฉพาะข้าว เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาทครับท่าน ถ้า ๒๐ กว่าล้านเกวียน ก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะทำ อย่างไรถ้ามีข้าว คอนแทรคท์ ฟาร์มิ่ง (Contract Farming) จากประเทศใกล้เคียงเข้ามา ใครจะรับประกันได้ว่าเราจะไม่รับจำนำข้าวของลาว เราจะไม่รับจำนำข้าวของพม่า เราจะไม่รับจำนำข้าวของเขมร เพราะวันนี้อาฟตาเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมว่า การเคลื่อนไหวสินค้าเกษตรนั้นไม่ต้องเสียภาษี ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อนถ้าท่านจะทำเรื่องรับจำนำข้าวผมก็ยินดีนะครับ ผมก็ยินดี แต่ต้องนำ ความชัดเจนให้มาสู่พี่น้องประชาชนก่อน ระบบประกันรายได้ถือว่าการเสียหายอะไรก็ตาม รัฐเป็นผู้เสียหายก็ส่งให้กับเกษตรกร ได้กับเกษตรกรโดยตรง แต่ระบบจำนำส่วนที่รัฐขาดทุน และเสียหายนั้นไปตกอยู่กับพ่อค้า ค่าดำเนินการไม่ต่ำกว่าปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะค่าดำเนินการที่ผ่านมาปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยว่า ธ.ก.ส. นะครับถ้ามี ความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรลดดอกเบี้ยลงเถอะครับ ลดดอกเบี้ยลง วันนี้ดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. นั้นไม่ได้สนับสนุนเกษตรกรเลย ดอกเบี้ยยังแพง แล้ว ธ.ก.ส. เองก็ยังทำตัวเป็นพ่อค้า หลายประการ แล้วโครงการรับจำนำข้าว ธ.ก.ส. ไม่เคยระบุแต่ละปีว่าเป็นเงินกี่พันล้านบาท เป็นเงินเท่าไร จำนวนกี่ตัน กี่เกวียน ธ.ก.ส. ไม่เคยระบุ ระบุแต่ว่าพี่น้องเกษตรกร ๓,๐๐๐ ราย เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ยอมบอกอะไรครับ ไม่ยอมบอกจำนวน เกวียน จำนวนตัน เพราะว่าอะไร เพราะว่าเวลาไปเอาจากประชาชนมีค่าหักความชื้น แต่เวลาเบิกเงินจากรัฐบาลเบิกยอดเต็ม ๆ เงินส่วนนี้หายไปไหน ผมเรียนด้วยความเคารพ ว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วรัฐบาลต้องนำความชัดเจนมา

และผมก็ยังสงสัยอีกประการหนึ่งคือตามหลักต้องรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่นี่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็น รองนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมก็เลยยังค่อนข้างงง ๆ อยู่นิดหนึ่งนะครับ แต่ในอดีตก็เคยมี มาแล้ว ผมเรียนด้วยความเคารพครับ เรื่องรับจำนำข้าวเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เป็นเรื่อง ที่เกี่ยวพันกับพี่น้องเกษตรกร แล้วที่แล้วมาเราทุกคนยอมรับว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างร้ายกาจ ผมก็ฝากรัฐบาลให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และนำความจริงเสนอต่อพี่น้อง ประชาชนก่อนว่า ๑๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ถึง ๒๕๕๑ ที่รัฐบาลที่ผ่านมาใช้ระบบรับจำนำ สินค้า ขาดทุนไปเท่าไร เอาเฉพาะขาดทุนนะครับ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพด้วยเวลา อันจำกัด ผมฝากรัฐบาลไปได้เพียงเท่านี้นะครับ และที่สำคัญผมขอให้รัฐบาลชุดนี้ ให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ในการตอบกระทู้ถามหรืออะไรก็ตาม รัฐบาล ที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันผมคงได้เห็น บรรยากาศเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับสังคมสภาผู้แทนราษฎรของเราในเรื่องของนักการเมืองเรา มีอะไรก็ต้องพูดคุยกัน แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีหรือผู้นำรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ต่อสภาปัญหาก็จะเกิดขึ้นมากมาย ก็เรียนด้วยความเคารพครับ