สนอง เทพอักษรณรงค์ หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกติกาการบริหารประเทศและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงนโยบายที่กว้างเกินไปและขาดหลักเกณฑ์การชดเชยความเสียหาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ในการที่พรรคเพื่อไทย โดยการนำของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับความไว้วางใจจากบรรดาพี่น้องประชาชน ให้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศนั้น สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนครับ ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ ชัย ชิดชอบ อดีตประธาน รัฐสภาในฐานะประธานที่ปรึกษาของพรรคภูมิใจไทย พวกเราต่างก็ชื่นชมยินดีและเคารพ ต่อการตัดสินใจของบรรดาพี่น้องประชาชน ไม่ได้ว่าอะไรครับ วันนี้พี่น้องประชาชน ได้มอบหมายหน้าที่ให้ท่านได้บริหารประเทศ เราก็จะเอาใจช่วยท่านครับ ขอให้ท่าน ได้บริหารประเทศโดยทำตามแนวนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้ต่อบรรดาพี่น้องประชาชน ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สิ่งที่เราเป็นห่วงครับ ไม่อยากจะให้พี่น้องประชาชน ได้ตำหนิว่าคำสัญญาของนักการเมืองนั้นเป็นคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ เชื่อถือไม่ได้ อยากจะ เป็นก็ให้คำมั่นสัญญาได้ พอเป็นเสร็จจะทำอย่างไรก็ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างที่กระผมได้ กราบเรียนนั้น ผมก็เชื่อแน่ได้ว่ามันเป็นผลเสียต่อบรรดาพี่น้องนักการเมืองและสถาบัน ของเราทั้งหมด ท่านประธานครับ วันนี้ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอำนาจเต็มในการที่จะ บริหารประเทศชาติบ้านเมือง ในฐานะตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรก กระผมก็ขอเอาใจช่วยและขอตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ท่านนำไปปฏิบัติ วันนี้ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารสูงสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือต้องมั่นใจในตัวของท่านเอง ท่านครับ ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวันนี้ คนรอบข้าง คนที่อยู่ใกล้ชิดท่านมันประกอบ ไปด้วยบุคคลหลายประเภทครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ท่านไปฟังคำสั่ง คำแนะนำจาก คนที่หวังที่จะหาประโยชน์จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่าน เพราะผมเชื่อว่าบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่เป็นบุคคลที่รักท่านจริงครับ และในทางการเมืองเมื่อท่านมายืนอยู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีไม่มีใครที่จะช่วยท่านได้ดีกว่าตัวท่านเองดังคำพระที่ว่า ตนเป็นที่พึ่ง แห่งตนครับ ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิด เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนในครอบครัว คนเหล่านั้นละครับที่จะทำลายท่านได้ง่ายที่สุดและเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นขอให้ท่านต้อง พึงระวังเอาไว้ เมื่อก่อนนี้หลายเรื่อง หลายเหตุการณ์ ท่านสามารถปฏิเสธได้ครับว่าท่านไม่รู้ ท่านไม่เห็น เพราะท่านยังไม่ได้เข้าสู่ถนนการเมือง ท่านครับ แต่วันนี้ท่านจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้แล้ว ถ้าเปรียบเป็นการเล่นกีฬาสมัยก่อนนี้ท่านเปรียบเหมือนเป็น กองเชียร์ แต่วันนี้ท่านเป็นผู้เล่น เมื่อท่านเป็นผู้เล่นท่านต้องปฏิบัติตามกติกา เพราะฉะนั้น หลายเรื่องหลายโครงการ อาจจะมีคนคิด อาจจะมีคนทำมาก่อน อาจจะมีการกระทำ แล้วก็ค้างเอาไว้ หรือบางครั้งบางโอกาสมีคนที่กำลังคิดใหม่ กำลังที่จะทำใหม่เพื่อให้ ประสบความสำเร็จ ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาท่านไม่รู้ไม่เกี่ยว แต่นับจากนี้ผมกราบเรียนได้ว่าท่าน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะถ้าหากว่าคนแวดล้อมบริวารของท่านโดยการนำ ของท่านได้ดำเนินการไปแล้วท่านไม่ได้ทักท้วง ไม่ได้คัดค้าน นั่นก็เท่ากับว่าท่านจะละเมิด หรือละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีความผิด
ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อแนวนโยบายของรัฐบาลที่นำเสนอต่อสภา ในเล่มนี้ เมื่อเช้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาอ่านประมาณสัก ๒ ชั่วโมงเศษ ทั้งหมดมี ๔๔ หน้า บวกกับภาคผนวกเป็น ๕๙ หน้า วันนี้ในนโยบายแบ่งออกเป็น ๒ กรอบใหญ่ ๆ
กรอบแรกครับท่านประธาน กรอบแรกบอกว่าจะต้องดำเนินการภายใน ๑ ปี กรอบแรกครับ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถบรรลุถึงภารกิจและดำเนินไป ในแนวทางที่กล่าวมา รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายการบริหาราชการแผ่นดินไว้โดยแบ่งการ ดำเนินการเป็น ๒ ระยะคือ ระยะเร่งด่วนจะเริ่มดำเนินการในปีแรก และระยะการบริหารราชการ ๔ ปีของรัฐบาล เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่านเขียนเอาไว้อย่างนี้ แบ่งออกเป็น ๒ กรอบคือ กรอบแรก ทำทันที กรอบที่ ๒ บอกว่าภายใน ๔ ปี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้มาพิจารณาโครงการเร่งด่วนที่ท่านบอกว่า จะต้องทำทันทีในปีแรกประกอบไปด้วยอะไรบ้าง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เยียวยา ฟื้นฟู อะไรต่อมิอะไรทั้งหมดมีอยู่ ๑๖ โครงการครับ เร่งด่วนทั้งนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านมา บรรจุเอาไว้ในส่วนของนโยบายที่จะดำเนินการภายในระยะเวลา ๔ ปีของรัฐบาลชุดนี้ โดยรัฐบาลชุดนี้จะดำเนินนโยบายหลักในการบริหารประเทศซึ่งปรากฏผลตามนโยบาย ๒ เรื่อง ในข้อที่ ๘ ในหน้าที่ ๑๑ ครับ ข้อที่ ๒ ครับ ๒.๑ การเทิดทูนพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้มาพูด ผมค่อนข้างจะมี ความเห็นที่แตกต่างจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทำไมผมถึงบอกว่ามีความเห็นที่แตกต่าง วันนี้ผมถือว่านโยบายในเรื่องของการเทิดทูนพิทักษ์รักษาเอาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ มันน่าจะเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลเมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว เมื่อได้รับพระราชทาน พระบรมราโชวาทแล้ว จะต้องน้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อม ๑. เอามาปฏิบัติ ๒. นำมาเทิดทูน เพื่อปกปักรักษาเอาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติของเรา ผมถามว่าท่านคิดได้อย่างไรครับ ท่านบอกว่าการปกป้องสถาบันจะดำเนินการในช่วงระยะ ๔ ปีของรัฐบาล ท่านมั่นใจ หรือครับว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้ครบ ๔ ปี ที่ผมพูดนี่ไม่ใช่ผมคิดมิดีมิร้ายต่อรัฐบาลไม่ใช่ครับ พรรคภูมิใจไทยทุกคนก็เอาใจช่วยท่าน แต่อนาคตข้างหน้าเราไม่สามารถที่จะล่วงรู้ได้ว่า จะมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถามไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรู้หรือไม่ว่าในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาใน ๒-๓ ปีได้มีการกระทำ ผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วกับการล่วงละเมิดต่อสถาบันหลายครั้งหลายหน ในการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มที่พยายามจะให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มีการกระทำหลายประการ หลายกรรม หลายวาระ ทั้งในประเทศ ทั้งต่างประเทศ ในการแสดงออกถึงการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นสถาบัน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้นอกจากการแสดงออกภายนอกแล้ว ยังมีผู้ดำเนินการและใช้เว็บไซต์ (Web site) เฟซบุค (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) สื่อออนไลน์ (Online) สื่อสารมวลชนทั้งหมด สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ ดาวเทียม วิทยุชุมชน วิทยุออนไลน์ กระทำการขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องของการล่วงละเมิดสถาบันมีการกระทำหลายครั้งหลายหนครับ ไม่ว่าจะในประเทศ ไม่ว่าต่างประเทศ ผมดีใจครับได้ยิน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์หลายครั้งบอกว่า ท่านจะพิทักษ์รักษาจะเทิดทูนสถาบันเอาไว้ ผมก็คิดว่าเอาละ บ้านเมืองคงจะสงบเรียบร้อย พรรคภูมิใจไทยของเราเราประกาศจุดยืนตลอดเวลาครับ บอกว่าของเรานี่ในเรื่องสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้นเราถือว่าเป็นนโยบายหลักของพรรค เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่านโยบายนี้ จริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องนำมาบรรจุเอาไว้เป็นโครงการเร่งด่วนและ ต้องปฏิบัติทันทีครับ นี่คือความเห็นที่แตกต่าง ท่านไปคิดได้อย่างไรครับบอกว่าในเรื่องความ เดือดร้อนของประชาชน กองทุนน้ำมัน ในเรื่องเยียวยาฟื้นฟู การแก้ไขป้องกันยาเสพติด หรือในเรื่องอีกหลายเรื่องครับสำคัญต่อเรื่องนี้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ในแนวนโยบายในความคิดเห็นของพรรคภูมิใจไทยที่เราเห็นว่าวันนี้เราต้องให้ความสำคัญ ต่อสถาบัน
ท่านประธานที่เคารพครับ มาพูดถึงนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง ต่อสภาเมื่อเช้านี้ ท่านได้แถลงใช้เวลา ๒ ชั่วโมงเศษ ในแนวนโยบายที่เป็นปัญหาเร่งด่วน เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องปฏิบัติทันทีครับ ในข้อ ๑.๑.๑ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย ข้อ ๑.๑.๒ เยียวยาฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนซึ่งได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจาก ความเห็นที่แตกต่างและความรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายของการใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ท่านเขียนเอาไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามหน่อยใช้คำว่า ความเห็นที่แตกต่างของการใช้รัฐธรรมนูญปลายปี ๒๕๔๐ ท่านจะเอาตั้งแต่วันไหนครับ เพราะการใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น ในช่วงของปลายปี ได้เกิดเหตุความขัดแย้งในบ้านในเมืองหลายครั้งหลายหน หลายรอบ ก่อนการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน มีพี่น้องส่วนหนึ่งได้ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลขณะนั้น มีการปิดล้อมสภา ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน มีการบาดเจ็บ มีการล้มตาย ผมถามว่าคนกลุ่มนั้น ได้รับการเยียวยาด้วยหรือเปล่า ได้รับการเยียวยาไหมครับ มีการปฏิบัติ บางครั้ง บางเรื่อง ผ่านกระบวนการยุติธรรม ได้ข้อยุติแล้ว มีการตัดสินไปแล้ว ผมถามว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รับ การเยียวยาอย่างไร เพราะฉะนั้นที่ท่านเขียนเอาไว้กว้าง ๆ แบบนี้ ผมถามหน่อยครับขอบเขต ท่านจะดำเนินการอย่างไร นี่แหละครับเป็นเรื่องที่พวกเราหนักใจครับ ถ้าเขียนมาแค่นี้แล้ว อนุมัติ ถ้าสภาเห็นชอบด้วยบอกไปดำเนินการตามนี้ มันไม่ผิดอะไรกับการที่เมื่อก่อนนี้ หลายท่านเคยพูดเอาไว้บอกว่า สภานี้ถ้าอนุมัติในหลักการนี้เหมือนการลงนามในการเซ็นเช็ค กระดาษเปล่าไปให้รัฐบาลดำเนินการ ท่านบอกมาให้ชัดสิครับว่าเหตุการณ์เกิดในช่วงไหน ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ ชดเชยไหม ปี ๒๕๕๒ ชดเชยไหม ปี ๒๕๕๓ ชดเชยไหม นอกจากผู้ที่ เสียหายอย่างที่ว่านี้ ที่ท่านเขียนเอาไว้ครับ ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ รวมไปถึง ภาคเอกชน สถานที่ประกอบการที่ถูกไฟไหม้ ห้างเซ็นทรัล โรงภาพยนตร์สยาม หรือเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่ถูกเผาถูกทำลาย ท่านจะชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร มีหลักเกณฑ์อย่างไร เอาละนั่นเรื่องสถานที่ มาถึงเรื่องของผู้ได้รับผลกระทบ ในแต่ละแห่งครับ ที่มีกระบวนการที่มีพี่น้องของเราไปตั้งเวทีจนเกิดเหตุการณ์บานปลายขึ้นมานี่ หลายเดือนครับ ในที่นั่นจะมีผู้ประกอบการทั้งโรงแรม