รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

นริศ ขำนุรักษ์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้รัฐบาลปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ทำตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะสนับสนุนโครงการพระราชดำริ

นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ อนุญาตอภิปรายนโยบายของรัฐบาลด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลำดับเรื่องที่ ๕.๑ นะครับ เพราะว่านโยบายด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ผมคิดว่ารัฐบาลได้เขียนตกเอาไว้แตกต่างจากรัฐบาลอื่นก็คือไม่มีการสนับสนุน ให้มีการปลูกป่าภาคเอกชน ที่จริงข้อเท็จจริงปรากฏว่าสำหรับพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังนี่ จะเพิ่มขึ้นโดยการปลูกป่าภาคเอกชนเป็นหลัก เนื้อที่ป่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ซึ่งรัฐบาล ในขณะนั้นคือรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้มีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เนื้อที่ป่าเกิดขึ้นในขณะนั้นดูได้จากภาพถ่ายดาวเทียมก็พบว่าเนื้อที่ป่าเพิ่มขึ้นตลอดมานะครับ การปลูกป่าภาครัฐถือว่าประเทศไทยล้มเหลวที่สุดนะครับ ๑๐๐ ปีที่เราปลูกป่าถ้าปลูกแล้วครบ ปลูกครบตามงบประมาณที่สภาอนุมัติไป ผมคิดว่าป่าขณะนี้เราปลูกไปชนเลยเข้าไปใน ประเทศพม่า ในประเทศลาว ในประเทศกัมพูชา และในประเทศมาเลเซียแล้ว แต่ว่าขณะนี้ ป่าที่เกิดขึ้นจากการปลูกป่าภาครัฐแทบไม่เห็นเนื้อป่าครับ แต่ว่าป่าที่เกิดขึ้นจากโครงการ ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติซึ่งนับ ๑ เมื่อปี ๒๕๓๗ มีเนื้อที่ป่าเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายที่ส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาปลูกป่า ไม่เหมือนกับในยุครัฐบาล ในอดีตที่ ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้มาปลูก ผมก็เลยคิดว่าเมื่อรัฐบาล มีนโยบายที่จะฟื้นฟูป่า และข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าป่าที่เกิดขึ้นโดยภาครัฐนี่ไม่เกิดขึ้นเลยหรือ เกิดขึ้นเพียงน้อยนิดแล้วรัฐบาลจะทำนโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพป่านี้อย่างไร โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติเริ่มตั้งแต่ท่านชวน แล้วก็เสียดายครับว่ามาสะดุด หยุดลงและไม่เดินหน้าโครงการในสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนะครับ ผมคิดว่า ถ้าสมมุติว่าไม่มีในนโยบายในวันนี้ แต่ว่ารัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์จะได้เริ่มนโยบายเพิ่มเติม ขึ้นมา ผมคิดว่าจะทำให้เป็นการแก้ไขความผิดพลาดของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณในอดีตก็ได้ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีในนโยบาย แต่ว่าเพิ่มเติม เถอะครับ การปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติได้ผล เพิ่มพื้นที่ป่าจริง ๆ และเป็นการแก้ไข ความผิดพลาดของรัฐบาลในอดีตด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องการส่งเสริมการบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างบูรณาการ นายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจน้ำท่วมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าจะบูรณาการพัฒนาทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ำ ไปพร้อม ๆ กัน วันนี้ก็มีอยู่ในนโยบาย แต่ว่ากราบเรียนครับ การให้สัมภาษณ์ครั้งนั้น ประหนึ่งว่ารัฐบาลอื่นไม่ทำทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ำ ที่จริงทุกรัฐบาลเป็นต้นมาได้พัฒนาทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ำ มาทุกรัฐบาล เพียงแต่ว่าทำได้มากน้อยบ้างแล้วแต่ครับ แต่ว่าทำมาทุกรัฐบาล ยกเว้นรัฐบาล ที่เลือกปฏิบัติคือรัฐบาลของท่านทักษิณเมื่อปี ๒๕๔๘ เลือกทำเพียง ๒ ลุ่มน้ำเท่านั้นคือ ลุ่มน้ำยมกับลุ่มน้ำมูลเท่านั้นนะครับ นอกนั้นเขาทำมา ๒๕ ลุ่มน้ำทั้งหมด วันที่เลือกปฏิบัติ ในวันนั้นคือวันที่ปล่อยให้ลุ่มน้ำในภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกไม่ได้รับการพัฒนาด้วย วันนั้นเกิดวิกฤติน้ำอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ผมจึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้อย่าทำเป็น โครงการนำร่องอีกนะครับ ท่านทำให้เหมือนกับรัฐบาลอื่น ๆ ยกเว้นรัฐบาลทักษิณนะครับ ท่านทำให้ครบทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ำ ทำให้เกิดความเป็นธรรมในการดูแลพี่น้องประชาชน อย่าเลือกปฏิบัติเหมือนกับรัฐบาลในอดีต อย่าทำเป็นโครงการนำร่องเพียง ๒ โครงการ ทำไปเลยครับ ได้เท่าไรไม่เป็นไร แต่ว่าต้องทำไปพร้อม ๆ กันทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ำ

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะกราบเรียนกับท่านประธานก็คือผมดูที่จริงโครงการ นโยบายของรัฐบาลในด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ท่านไม่จำเป็นจะต้องให้ใคร มาคิดให้นะครับ ประเทศไทยเพียงแต่นำเอาโครงการพระราชดำริ โครงการพระราชเสาวนีย์ มาปฏิบัติ เติมงบประมาณลงไปและดูแลอย่างจริงจัง ผมคิดว่าแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ แต่ว่ารัฐบาล ชุดนี้เขียนเรื่องแนวพระราชดำริไว้เพียงน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่วันที่ ๑๑ ที่มีพระราชดำรัส ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เช้ามานายกรัฐมนตรีก็บอกว่าจะปฏิบัติตาม รับสั่งเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม เช้ามาวันประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็กำชับ กับรัฐมนตรีนะครับ ผมได้อ่านแนวพระราชดำรัสดังกล่าวพบว่ามีรับสั่งถึงโครงการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด ๑๑ โครงการ ๑. โครงการหลวง ๒. อ่างเก็บน้ำ ชลสิทธิ์ ๓. โครงการอ่างเก็บน้ำทั่วไป ๔. ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน ๕. พิกุลทอง โครงการ แกล้งดิน ๖. ธนาคารข้าว ๗. เกษตรที่สูง ๘. บ้านเล็กในป่าใหญ่ ๙. โครงการเศรษฐกิจ พอเพียง ๑๐. ฟาร์มตัวอย่าง และ ๑๑. อาสาสมัครพิทักษ์ป่า ผมนึกว่ารับสั่งมาอย่างนี้ นายกรัฐมนตรีซึ่งกำชับต่อรัฐมนตรีจะได้บรรจุไว้ในนโยบายบ้างกลับเป็นไม่มีครับ ทั้ง ๆ ที่ว่า ประเทศไทยนี้เชื่อกันว่าถ้าเอาแนวพระราชดำริมาอย่างเดียวแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ รับสั่งลงมาแล้วก็ยังไม่บรรจุไว้ในนโยบายอีก ผมเลยสงสัย กลับไปดู ในนโยบายว่าของพรรคมีหรือเปล่า เมื่อไม่มีในนโยบายรัฐบาลแล้วกลับไปดูพบว่าในนโยบาย ของพรรคเพื่อไทยไม่มีจริง ๆ ครับ ไม่มีนโยบายเพื่อสนับสนุนโครงการตามแนวพระราชดำริ แม้แต่นิดเดียว นโยบายของพรรคเพื่อไทยมี ๕ ข้อไม่ได้เขียนเรื่องนี้ไว้เลย แตกต่างกับนโยบาย ของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์เขียนไว้เป็นข้อที่ ๑ ว่าจะสนองโครงการพระราชดำริ ทางด้านสิ่งแวดล้อมทุกโครงการอย่างจริงจัง เหตุผลเหล่านี้ครับเพราะไม่มีในนโยบายพรรค จึงไม่มีในนโยบายรัฐบาล ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าแม้ไม่มีในนโยบายของรัฐบาล แต่ให้ท่านทำเถอะโครงการพระราชดำริ แม้ไม่มีในนโยบายพรรคขอให้ท่านทำเถอะเพราะว่า โครงการพระราชดำริทุกโครงการเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และขอให้รัฐบาลชุดนี้ ทำเถอะแม้ว่าไม่มีในนโยบายรัฐบาล ไม่มีในนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้ทำเถอะเพราะว่า เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทุกพระองค์ที่ได้ทุ่มเทเพื่อแก้ไข ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขอบคุณท่านประธานครับ