ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาชีวศึกษา และเรียกร้องการความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับผู้สำเร็จอาชีวศึกษา นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นรูปธรรมของนโยบายและขอให้แสดงวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายประเด็นนโยบายของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เบื้องต้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่านโยบายของกระทรวงศึกษาธิการจะสำเร็จ บรรลุผลได้นั้นต้องมีองค์ประกอบ ๒ ประการด้วยกัน
ประการแรก แน่นอนที่สุดนโยบายจะต้องเป็นรูปธรรมและสามารถปฏิบัติได้ นำไปสู่คุณภาพมาตรฐานการศึกษาของชาติ
เรื่องที่ ๒ ผู้ขับเคลื่อนนโยบายคือเจ้ากระทรวงจะต้องเป็นคนเก่ง คนดี มีประสบการณ์ เข้าใจ มีวิสัยทัศน์ในเรื่องการจัดการศึกษา ถ้าเกิดว่า ๒ องค์ประกอบนี้ไปได้ ผมกราบเรียนว่าความสำเร็จของการศึกษาของชาติไปได้แน่นอน
ทีนี้ผมขออนุญาตท่านประธานในส่วนแรกก่อนครับ ในส่วนของนโยบายด้าน การศึกษาของรัฐบาลชุดนี้ เท่าที่ผมตรวจสอบนะครับ จริงอยู่นโยบายได้เขียนครอบคลุม เกือบทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องบริบททางการศึกษา ไม่ว่าเรื่องของการปฏิรูปครู ไม่ว่าเรื่องของ คุณภาพการศึกษา แต่ว่าใน ๗ ประเด็นที่ท่านได้เขียนไว้นั้นเท่าที่ผมดูแล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่อง ของวาทกรรม เป็นเรื่องของพิธีกรรมมากกว่าที่จะลงลึกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นั่นก็หมายความว่าเขียนนโยบายด้านการศึกษาคลุมเครือแบบกว้าง ๆ ยากที่จะปฏิบัติ ถ้าเกิดตัวรัฐมนตรีเองขาดความรู้ ทักษะ ความสามารถ วิสัยทัศน์ ในการบริหารจัดการศึกษานั้น ผมคิดว่าการศึกษาของชาติจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ ไม่ว่าประเทศใดให้ความสำคัญการศึกษานี่เป็นลำดับต้น ๆ ของนโยบาย ของรัฐบาลทุกประเทศ ทีนี้ในเรื่องการศึกษาในส่วนที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะไม่ซ้ำซ้อนกับผู้อภิปรายท่านอื่นก็คือเรื่องของอาชีวศึกษา เท่าที่ผมดูรัฐบาล ให้ความสำคัญอาชีวศึกษานี้น้อยมากครับ เพียงได้เขียนไว้นิดเดียวในข้อ ๔.๑.๔ ที่บอกว่า ให้จัดการอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพเท่านั้นเองครับ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลไม่ได้เขียนนโยบายด้านการศึกษา อาชีวศึกษานี้อย่างชัดเจน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อสอบถามความชัดเจน นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับผู้สำเร็จอาชีวศึกษาซึ่งเขาฝากผมมาสัก ๒ เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับนโยบาย
เรื่องที่ ๑ เงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ที่จบ ปวช. ปวส. ฝากให้ผม ถามรัฐบาลว่าแล้วเขาล่ะได้รับอานิสงส์เรื่องนี้หรือไม่ ถ้าเกิดเขาไม่ได้รับ ท่านประธานครับ แน่นอนที่สุดการเปลี่ยนยอดศึกษาต่อของอาชีวศึกษานั้นจะไม่ไปตามเป้าหมายของชาติ ก็คือคนที่สำเร็จ ปวช. ปวส. แล้วจะต่อปริญญาตรีด้านสังคมเพื่อจะไปรับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท นี่คือปัญหาของประเทศชาติในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามผมหวังว่ารัฐบาล ชุดนี้คงเมตตากับผู้สำเร็จอาชีวศึกษาระดับ ปวช. ปวส. ที่จะให้อัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น กับผู้จบปริญญาตรีคือประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นี่คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ กองทุนตั้งตัวได้ ในนโยบายรัฐบาลนั้นบอกว่ารัฐบาลจะให้กองทุน ตั้งตัวได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ ผมถามว่า สถานศึกษาอาชีวศึกษาซึ่งไม่เป็นอุดมศึกษานั้นได้รับอานิสงส์นี้หรือไม่ ถ้าได้ท่านจะทำ อย่างไร ท่านจะจัดสถาบันอุดมศึกษาเข้าโครงการนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องวิทยฐานะของครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษานะครับ ที่แล้วมานั้นใช้ ว ๑๗ ในการประเมินเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ความรู้ความสามารถของครูบาอาจารย์ โดยใช้การประเมินเชิงประจักษ์ อย่างที่รัฐมนตรี ๒ ท่านของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้กำกับดูแลเพื่อให้ครูบาอาจารย์นั้นสามารถเข้าสู่วิทยฐานะได้อย่างเป็นรูปธรรมและ สอดคล้องกับผลงานที่เขาได้ปฏิบัติเชิงประจักษ์ แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ท่านกรุณาให้ สัมภาษณ์ว่าท่านยกเลิกแล้ว ไม่เอาแล้วในการประเมินวิทยฐานะของครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษานั้น ท่านจะให้ผู้ปกครองเป็นผู้ประเมิน ผมถามว่าท่านทำอย่างไร เพราะวันนี้ครูบาอาจารย์นี่เขาสับสนกันมากนะครับ เขาจะไม่ทำงานผลงานวิชาการแล้ว เขาบอกว่าเขาเข้าหาผู้ปกครองดีกว่า ให้ผู้ปกครองบอกท่านรัฐมนตรีว่าเขานี่มีความรู้ ความสามารถที่จะเป็นวิทยฐานะขั้นชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญ พิเศษได้ เรื่องนี้สับสนมากครับ ผมอยากให้ท่านได้ชี้แจงให้ทราบ
เรื่องสุดท้ายครับ ผมกราบเรียนว่านอกจากนโยบายที่ไม่โดดเด่น ที่ไม่เป็น รูปธรรมแล้ว ผมไม่ได้ดูถูกดูแคลนตัวท่านรัฐมนตรี เพราะท่านรัฐมนตรีวรวัจน์นั้นเป็นคนที่มี ความรู้ความสามารถเป็นคนที่เก่งทางการเมืองเป็นที่ยอมรับ แต่เรื่องของการจัดการศึกษานั้น ผมยังไม่เคยเห็นท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ ได้พูดเรื่องการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เคยเห็น ท่านพูดเลย วันนี้พวกเราก็เลยว้าเหว่ ไม่แน่ใจว่าท่านกำกับนโยบายการศึกษาซึ่งไม่เป็น รูปธรรมแล้วนี่ไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ท่านวรวัจน์ได้มาเป็น รัฐมนตรีนะครับ ยังไม่ทันที่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแต่ท่านทำสิ่งที่พวกเราไม่สบายใจ กระทบกระทั่งกับการศึกษา คุณภาพการศึกษาของชาติอย่างแน่นอน ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อเปิดภาพคลิปวิดีโอสัก ๒-๓ ภาพ เพื่อให้ท่านได้เห็นว่านี่หรือวิสัยทัศน์ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ขอเจ้าหน้าที่ปล่อยภาพด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่รัฐมนตรีทำครับ แทนที่ท่านจะเอางบประมาณน้อยนิดของ กระทรวงศึกษาธิการนี่ไปดูแลคุณภาพการศึกษา ท่านไปทำเรื่องคุณภาพการศึกษาของ ท่านเอง ไปสร้างบารมีของท่านเอง เริ่มรื้อพรมทางเดินเข้าสู่ห้องทำงานของท่านครับ ขออีกภาพครับ และพรมที่เป็นพรมสีแดงด้วยนะครับ พรมของกระทรวงศึกษาธิการยังไม่เก่า ยังใช้ได้อยู่ครับ ท่านไปเปลี่ยนพรมสีแดงไปยังห้องของท่าน และทราบข่าวว่าห้องของท่านนั้น เป็นพรมสีชมพูกับสีม่วงไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่าลองตรวจสอบดู เสียดายครับ ใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แทนที่จะไปสร้างโรงเรียน ที่กันดารสักหลังหนึ่ง แทนที่จะนำเงินไปสร้างคุณภาพการศึกษา ไปซื้ออาหารซื้อนมให้เด็ก ท่านไม่เอาครับ เอาเงินก้อนนี้มาสร้างบารมี สร้างความเป็นอำมาตย์ของท่าน นี่หรือครับ ความเป็นเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงหลักของประเทศชาติ ผมขอตำหนิ ในเรื่องของการวางตัวบุคคลที่เหมาะสมกับงานของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ แล้ว ผมกราบเรียนว่าชาวกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศชาติเรานี่ว้าเหว่กับการนำพา การศึกษาของชาติ ของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณมากครับ