รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรถไฟฟ้าและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ โดยมีคำถามเกี่ยวกับการเก็บค่าโดยสารและผลกระทบต่อผู้รับสัมปทาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่เป็นธรรมของการเก็บค่าโดยสารรถเมล์และการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทต่อสาย ซึ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนมาก และอาจทำให้รถไฟฟ้าขาดทุน

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ นโยบายรถไฟฟ้า ในหัวข้อ ๓.๔.๕ เป็นนโยบายที่น่าสนใจ ผมอยากจะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทันที ผมเห็น ด้วยที่รัฐบาลจะเร่งก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สาย แต่เป็นห่วงว่ารัฐบาลจะหาเงิน มาจากไหน เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก จะเป็นภาระหนักกับรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลต้อง ลงทุนเป็นส่วนใหญ่ไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออาจจะให้เอกชนมาร่วมลงทุนได้ เงินมากขนาดนี้หนีไม่พ้นหรอกครับที่จะต้องกู้ แล้วต้องกู้มากเสียด้วย ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่อง ก็คือการก่อสร้างรถไฟฟ้าพร้อม ๆ กันทั้ง ๑๐ สาย จะทำให้เกิดวิกฤติจราจร จราจรจะ จลาจล กรุงเทพฯ จะเป็นอัมพาตครับท่านประธาน ดังที่เห็นอยู่แล้วในเวลานี้ แม้ว่าไม่มี การก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ ก็ตาม รถก็ยังติดกันอย่างวินาศสันตะโร ท่านประธาน คงจำได้รัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็เคยประกาศก้องว่าจะสร้างรถไฟฟ้าให้ได้ ๖ สายบ้างล่ะ ๗ สายบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็สร้างได้แค่สายเดียวเท่านั้นคือแอร์พอร์ต ลิงค์ที่มีปัญหามากมาย อยู่ในเวลานี้ ท่านประธานครับ การเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายดูว่าดี ทำเสียเลย สิครับในวันนี้ พรุ่งนี้ ไม่ต้องรออะไร มีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้วนี่ครับ แต่รัฐบาลจะต้องตอบ ให้ได้ว่าจะแก้ปัญหาเส้นทางที่ให้สัมปทานไปแล้วได้อย่างไร ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส และ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าทั้ง ๒ สายนี้เก็บค่าโดยสารตามระยะทาง นั่งน้อยจ่ายน้อย นั่งมาก จ่ายมาก โดยมีค่าโดยสารสูงสุด ๔๐ บาท วันดีคืนดีท่านก็เก็บ ๒๐ บาท ใครจะยอมล่ะครับ ท่านประธาน เมื่อเขาไม่ยอม รัฐบาลก็ต้องหาทางแก้ ทางแก้ก็คือจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับ ผู้รับสัมปทาน หรือรัฐบาลจะต้องซื้อสัมปทานคืน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก มากนับแสนล้านบาท เงินจำนวนมากขนาดนี้เอาไปใช้ในการต่อขยายสายทางรถไฟฟ้าไปสู่ชานเมืองไม่ดีกว่าหรือครับ เช่น ไปคูคต ลำลูกกา มีนบุรี สำโรง บางกะปิ บางบอน มหาชัย พุทธมณฑล และศาลายา เป็นต้น รัฐบาลอาจจะเลือกแนวทางในการจ่ายเงินชดเชย เพราะคิดว่าเมื่อลดค่าโดยสาร ลงแล้วจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น และรายได้จะเพิ่มตามขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ต้อง เสียเงินชดเชยก็ได้ เรื่องนี้ต้องคิดให้ดี ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะการลดค่าโดยสารเหลือ ๒๐ บาทต่อสายนั้นจะไม่ทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาก หรือเพิ่มขึ้นก็ไม่เท่ากับรายได้ ที่ลดน้อยลง เนื่องจากค่าโดยสารไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า แต่ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าค่าโดยสารจะถูกก็ตาม แต่ถ้าไม่อยู่ในเส้นทาง หรือไม่จำเป็นก็จะไม่ใช้ ท่านประธานครับ ในเวลานี้ผู้รับสัมปทานได้รายได้เฉลี่ย ๒๔ บาทต่อเที่ยว ยกตัวอย่างเช่นถ้าใช้ทั้งบีทีเอสและใต้ดิน บีทีเอส ได้ ๒๔ บาท ใต้ดินก็ได้ ๒๔ บาท รวมกันเป็น ๔๘ บาท พอให้เก็บ ๒๐ บาท รายได้รวมจะเหลือ ๒๐ บาท เท่านั้น จาก ๔๘ บาท เหลือเพียง ๒๐ บาทเท่านั้น ลดลงมากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากรัฐบาลไม่ต้องการจ่ายเงินชดเชยก็จะต้องทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จึงจะมีรายได้เท่าเดิม มันยากนะครับท่านประธาน รัฐบาลอาจจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินก็ได้ แต่จะขยายเวลาสัมปทานให้วิธีการอย่างนี้ อย่าทำนะครับ เพราะมันไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้าร่วมประมูลในตอนเริ่มโครงการ ท่านประธานครับ หากมีการเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายไม่ว่าจะนั่งกี่สายก็ตามจะแบ่งรายได้ อย่างเป็นธรรมให้ผู้รับสัมปทานแต่ละรายได้อย่างไร แน่นอนครับ ผู้รับสัมปทาน จะมีรายได้หรือได้ส่วนแบ่งน้อยกว่า ๒๐ บาท ยิ่งนั่งมากสายก็ยิ่งจะทำให้รับส่วนแบ่งน้อยลง นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่มมากขึ้น ท่านประธานครับ หากมีผู้โดยสาร เพิ่มขึ้นจริงก็จะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย ยกตัวอย่างเช่นค่าลงทุนซื้อ ขบวนรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมทั้ง ค่าบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายในการเดินรถที่เพิ่มเติมขึ้นด้วย นอกจากปัญหาที่จะเกิดกับ ผู้รับสัมปทาน แล้วนโยบาย ๒๐ บาทต่อสายจะทำให้เกิดปัญหาอื่นอีกที่รัฐบาลจะต้องมีคำตอบ ยกตัวอย่างเช่น

ปัญหาข้อที่ ๑ จะขาดความเป็นธรรมกับผู้โดยสาร คนที่นั่งระยะทางใกล้ ต้องจ่ายค่าโดยสารเท่ากับคนที่นั่งระยะทางไกล คนที่นั่งเพียงสถานีเดียวจะให้เขาจ่ายเท่ากับ คนนั่ง ๒๐ สถานีได้อย่างไร ยิ่งในอนาคตอันยาวนานเราจะมีรถไฟฟ้ายาวกว่า ๕๐๐ กิโลเมตร เราก็จะยิ่งเห็นความไม่เป็นธรรมได้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญครับท่านประธาน ในเวลานี้มีผู้จ่ายค่าโดยสารต่ำกว่า ๒๐ บาทจำนวนมาก วันร้ายคืนร้ายแกก็จ่าย ๒๐ บาท ใครจะยอมล่ะครับท่านประธาน

ปัญหาข้อที่ ๒ ผู้โดยสารรถเมล์แอร์อาจจะเรียกร้องให้รัฐบาลเก็บค่าโดยสาร ราคาเดียวตลอดสายเช่นเดียวกัน หากรัฐบาลไม่ช่วยก็จะถูกหาว่าสองมาตรฐาน แต่หากช่วย ก็ต้องแบกภาระหนักเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมที่จะอุ้มคนทุกกลุ่มกระนั้นหรือ ในเวลานี้ ค่าโดยสารรถเมล์แอร์เก็บตามระยะทางโดยมีค่าโดยสารสูงสุด ๒๔ บาท ซึ่งแพงกว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาท แต่ ขสมก. ก็ยังหนี้สินล้นพ้นตัว

ปัญหาข้อที่ ๓ ครับท่านประธาน การเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทต่อสายนั้น จะทำให้หน่วยงานรถไฟฟ้าไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ จะต้องขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ปีละหลายหมื่นล้านบาทตลอดไป นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ เงินของตาสีตาสา มาช่วยคนกรุงเทพฯ ตอนก่อสร้างก็ใช้เงินภาษีของ พี่น้องในต่างจังหวัดมาช่วยสร้าง สร้างเสร็จแล้วเปิดให้บริการก็หนีไม่พ้นเงินภาษีของ พี่น้องในต่างจังหวัดต้องช่วยกันตลอดไปทุกปี มันไม่เป็นธรรมกับคนต่างจังหวัดครับ ท่านประธาน รัฐบาลอาจจะอ้างว่าในอนาคตอันยาวนานไม่รู้อีกกี่สิบปี เมื่อเรามีรถไฟฟ้า ครบทุกสายแล้วก็จะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน ก็อาจจะทำให้มี กำไรได้ ไม่จริงครับ รถไฟฟ้าจะขาดทุนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ผมมองไม่เห็นแสงสว่าง ที่ปลายอุโมงค์เลยครับท่านประธาน ผู้โดยสาร ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อวันเก็บค่าโดยสารวันละ ๒๐ บาท จะมีรายได้วันละ ๑๒๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนทั้งหมดในโครงการรถไฟฟ้าซึ่งมีมูลค่าประมาณ ๑ ล้านล้านบาท รายได้แค่ ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นไม่พอจ่ายดอกเบี้ยประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าบริหารจัดการอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นท่านประธานจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า รถไฟฟ้าจะขาดทุน ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มากนะครับท่านประธาน เอาเงินจำนวนมากขนาดนี้ไปช่วยคนในต่างจังหวัดไม่ดีกว่าหรือครับ ผมได้ศึกษารถไฟฟ้าในนิวยอร์กซึ่งเก็บค่าโดยสารประมาณ ๗๕ บาทต่อสาย ทำให้เทศบาล เมืองนิวยอร์กต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมหาศาลทุกปี ปีที่แล้วก็จ่ายไปกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รถไฟฟ้าก็ยังเสื่อมโทรมอย่างหนัก เพราะขาดเงินบำรุงรักษา ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ เช่นนี้ที่ประเทศไทย ท่านประธานครับ หากรัฐบาลตระหนักว่าการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทต่อสายจะเป็นภาระหนัก จะถอยก็ไม่ว่ากัน เพื่อจะได้นำเงินที่ต้องเสียค่าชดเชย ปีละหลายหมื่นล้านบาทไปช่วยคนมีรายได้น้อยให้นั่งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ใช้ไฟฟ้าฟรี ทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน ด้วยความห่วงใยรัฐบาล ผมไม่อยากเห็นนโยบาย ๒๐ บาท ตลอดสายต้องเป็นหมันเหมือนกับนโยบาย ๑๕ บาทตลอดสายในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ขอบพระคุณครับ