เกียรติ สิทธีอมร แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและหอมมะลิในราคาที่สูง และการยืนยันว่าจะดำเนินการในฤดูเกี่ยวข้าว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ และไม่แทรกแซงราคาในตลาด
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมจะขออภิปรายนโยบายเร่งด่วนที่เริ่มดำเนินการในปีแรก ข้อ ๑.๑๑ หน้า ๙ เป็นนโยบายที่เกี่ยวกับการจำนำข้าว รัฐบาลเขียนไว้ในนโยบายชัดเจนว่า ต้องการที่จะยกระดับราคาสินค้าเกษตร และให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดูแลสินค้า เกษตรให้มีเสถียรภาพเหมาะสมโดยคำนึงถึงกลไกราคาตลาด ในขณะเดียวกันยืนยัน ชัดเจนว่าจะมีการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและหอมมะลิในราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับนะครับ ตอนที่ท่านหาเสียงไว้ชัดเจนนะครับ ท่านรับปากไว้ ๓ เรื่อง
เรื่องแรกท่านพูดในหลายเวที ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีเองและสมาชิกท่านอื่น ว่าจำนำทุกเม็ด ข้าวทุกเม็ด ๓๒ ล้านตันข้าวเปลือก จำนำทุกเม็ด
ประการที่ ๒ ยืนยันไว้ชัดเจนเหมือนกันว่าจะเริ่มดำเนินการในฤดูเกี่ยวข้าว ที่จะถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้
ประการที่ ๓ ท่านพูดไว้ชัดเจนเหมือนกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ส่งออกข้าวอันดับ ๑ ของโลก เราสามารถที่จะทำให้ราคาสูงขึ้นได้ เรื่องนี้ผมจำแม่นครับ แล้วผมก็จะรอดูผลงานว่าให้ท่านทำเลยครับ เพราะไม่ดังก็ดับเลยครับ ผมต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ยืนยันไว้อย่างนี้ผมยืนยันกับท่านว่าผมไม่เชื่อว่าทำได้ เหตุผล ที่ผมบอกว่าไม่เชื่อมี ๒ ประการ
ประการแรก ถ้าท่านมองย้อนหลังไป ๓๐ ปี ราคาข้าวในตลาดโลก มีบ้างไหม ที่ประเทศไหนในโลกนี้ที่สามารถที่จะมีมาตรการภายในประเทศที่ทำให้ราคาข้าวขยับขึ้นได้ ไม่มีครับ เงินที่ใช้ในการดูแลหรืออุดหนุนภาคเกษตรทั้งหมดในโลกนี้ ๓๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ มีการศึกษาไว้ชัดเจน ไม่มีมาตรการใดเลยนะครับ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก ประเทศพัฒนาแล้ว กำลังพัฒนา ที่สามารถที่จะทำให้ราคาข้าวขยับในตลาดโลกได้ ราคาข้าวในตลาดโลก ขยับด้วยเหตุผลง่าย ๆ นิดเดียวดูสต็อก สต็อกนี่ถ้าสต็อกรวมในตลาดโลกมันสูงราคาตก สต็อกต่ำราคาขึ้น แล้วสต็อกนี้ก็เป็นผลมาจากดินฟ้าอากาศ การแปรปรวน การเพาะปลูก แล้วก็ในหลัง ๆ นี้ก็มีเรื่องการปลูกพืชน้ำมัน พืชพลังงานมาทดแทนพื้นที่เพาะปลูกพืชที่เป็น อาหารแค่นี้ครับ ไม่มีมาตรการใดเลย เรื่องนี้บางท่านบอกให้ผมถึงขนาดท้าเอาตำแหน่งเป็น ประกันนะครับ แต่ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ ผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ภาคเศรษฐกิจท่านเป็นคนมีจิตสำนึกดีครับ ถ้าท่านทำไม่ได้ท่านลาออกเองครับ แต่ผมจะคอย เฝ้าดู ผมเชียร์ให้ท่านทำนะครับ เชียร์ให้ท่านทำจริง ๆ เลยครับ แล้วถ้าได้ผมจะปรบมือ ให้ครับ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้สำคัญมากครับ แต่ผมวันนี้ไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในที่นี้ ไม่เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ที่นี้ ผมไม่เห็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจอยู่ ที่นี้เสียดายครับ สำคัญมากเรื่องที่ผมจะพูดต่อไป เพราะว่าจะกระทบต่อสถานะทางการคลัง จะกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ ของไทย กระทบต่อเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศและอาจจะกระทบไปถึงเศรษฐกิจ ภาพรวมของประเทศได้ เรื่องจำนำไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เราทำมาทุกยุคทุกสมัยผมว่า จริง ๆ แล้วเป้าหมายของการจำนำมีไม่กี่เรื่องนะครับ
เรื่องแรกคือ สร้างเสถียรภาพให้กับราคา ไม่ใช่เป็นการไปแทรกแซงราคา ตลาด ราคาจำนำในอดีตปกติอยู่ประมาณร้อยละ ๘๐ ของราคาตลาด ผลผลิตที่มันออกมา มาก ๆ พร้อม ๆ กันของสินค้าเกษตรนี่นะครับ แล้วกระจายสินค้าได้ยาก พูดง่าย ๆ ใช้วิธี จำนำให้เกษตรกรสามารถที่จะมีเงินส่วนหนึ่งที่ไปปลดเปลื้องหนี้ หรือลดภาระดอกเบี้ย ข้าวยังเป็นของเกษตรกรนะครับ ยังไม่เป็นของรัฐบาลนะครับ ในอดีตที่เราจำนำมานี่นะครับ ผมให้ตัวเลขท่านเลยนะครับ ปี ๒๕๔๘ จำนำก็ต่ำกว่าราคาตลาด ข้าวเปลือกขาว ๗,๙๐๐ บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ปี ๒๕๔๙ เช่นกันครับ ๗,๕๐๐ บาท และ ๙,๐๐๐ บาทตามลำดับนะครับ พอมาปี ๒๕๕๑ นะครับ ท่านใช้นวัตกรรมครับ จำนำสูงกว่าราคาตลาดประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในปีนั้นนะครับ แต่ไม่มากนัก ไม่เหมือนตอนนี้ครับ ไม่เหมือนนโยบายวันนี้ครับ ผลที่เกิดขึ้นในตอนนั้นนะครับ ผมนั่งอยู่กรรมาธิการการพาณิชย์ ตรวจสอบข้อมูลชัดเจน ตอนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ ยินดีนะครับ ผมตรวจสอบชัดเจนนะครับ ตอนนั้นใช้เงินในการแทรกแซงและรับจำนำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ปี ๒๕๕๑ ปีเดียวนะครับ ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร สต็อกเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วเลย สต็อกของรัฐบาลเพิ่มขึ้นจาก ๒.๗ ล้านตัน เป็นเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ภายในไม่กี่เดือนรัฐบาลท่านสมชายตอนนั้นนะครับ ขายข้าว ๒ ล็อต (Lot) วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ท่านดูให้ดีนะครับ ตอนนั้นขายไป ๒ ล็อตนี่นะครับขาดทุนครับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขผมมีหมดนะครับ ถ้าท่านอยากได้ ตัวเลข ผมยินดีเอาให้ท่านครับ แล้วก็มันมีเรื่องระบบโควตา เกิดการทุจริตขึ้น รายใหญ่ ได้ประโยชน์ รายเล็กเข้าไม่ถึง และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้อานิสงส์จากโครงการรับจำนำ ในครั้งนั้น ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ รายเท่านั้นเอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนายืนยันว่า ระบบจำนำถึงมือเกษตรกรแค่ ๑ ใน ๓ ๑ ใน ๓ เท่านั้นครับ มีการสวมสิทธิข้าวของประเทศ เพื่อนบ้าน มีการประเมินไว้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ตันในครั้งนั้น ผมเสียดาย ที่รัฐบาลอาจจะไม่คุ้นเคยกับโครงการประกันรายได้นะครับ เมื่อวานท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็พูด บางครั้งก็พูดประกันราคา บางครั้งก็พูดประกันรายได้ ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าเราเข้าใจ ตรงกันนะครับ ประกันรายได้มีปัญหาบ้างผมยอมรับ ถ้าโกงกันในระดับชาวบ้านเสียหาย น้อยนะครับ แก้ไม่ยากปรับปรุงได้ แต่ระบบจำนำสูญหายไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ในระบบ มีการสวมสิทธิแน่นอนที่สำคัญนี่นะครับ โครงการประกันรายได้ ๒ ปีที่ผ่านมานะครับ ท่านทราบไหมครับ ๗ เดือนที่ผ่านมาเราส่งออกข้าวเดือนละล้านตันไม่มีปัญหานะครับ รัฐบาลไม่ต้องมีสต็อก รัฐบาลไม่ต้องเสียงบประมาณ ถือสต็อกไว้แล้วขายขาดทุนนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุด ประเด็นที่ผมจะพูดกับท่านในวันนี้ก็คือว่าท่านดูเรื่องกฎระเบียบ ระหว่างประเทศดีแล้วหรือยัง เราเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เราลงนามในความตกลง ว่าด้วยการพัฒนาและภาษีศุลกากร ปี ๒๕๓๗ ในปีนั้นนะครับ ทุกประเทศที่เข้าไปเป็น สมาชิกยืนยันว่ามาตรการใดที่ใช้ในการแทรกแซงราคาตลาดนี่นะครับ ทำสิ่งใดไว้หยุดแค่นั้น ใช้เงินเท่าไรหยุดไว้แค่นั้น และใน ๑๐ ปีต้องลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยตอนนั้น มีมาตรการเดียวครับ จำนำ แล้วก็ใช้เงิน ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท พอถึง ๒๕๔๘ เราใช้เงิน เกินประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทไม่ได้จะขัดกฎระเบียบระหว่างประเทศ แล้วมาตรการ ที่เรามีก็คือมาตรการจำนำ มีข้อยกเว้นครับ มีข้อยกเว้นบอกว่าท่านอาจจะทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตทั้งประเทศ ซึ่งหมายความว่า ณ วันนี้ท่านอาจจะทำได้ไม่เกินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท การไปแทรกแซงราคาถ้าทำให้ราคาต่ำกว่าราคาตลาดก็ผิด ถ้าทำให้ราคา สูงกว่าตลาดก็ผิด ต่ำกว่าตลาดถ้าท่านส่งออกก็คืออุดหนุนการส่งออก สูงกว่าราคาตลาดก็คือว่า ท่านไปซื้อราคาต่ำ รัฐบาลซื้อราคาต่ำ ไปส่งออกในราคาที่เสียหาย ราคาที่สูง สมมุติ ถ้าท่านจำนำในราคาที่สูงจริง ๆ ก็เพิ่มผลผลิตเกินกว่าปริมาณปกติก็ผิดอีกเหมือนกันนะครับ มีคดีท่านไปดูได้เลยนะครับ แม้กระทั่งประเทศใหญ่ ๆ เช่นสหรัฐอเมริกาก็ต้องจ่ายเงินนะครับ โดนฟ้องนะครับ คดีฝ้ายครับ บราซิลฟ้อง เสียเงินครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ที่ท่านกำลัง จะทำ ๒๓.๕ ล้านตันข้าวเจ้า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวหอมมะลิ ใช้เงินทั้งหมด ๔๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะว่าวันนี้ราคาตลาดอยู่ที่เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเจ้านะครับ ข้าวหอมมะลิอยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านรับจำนำ พูดง่าย ๆ ตันหนึ่งเกินกว่าราคาตลาด ๕,๐๐๐ บาท ไม่มีคนไหนจะมาซื้อจากตลาดหรอกครับ ซื้อจาก รัฐบาลอย่างเดียว รอซื้อจากรัฐบาลอย่างเดียวนะครับ ผมคำนวณง่าย ๆ ใช้ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะต้องขายขาดทุนทันที ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คำถามก็มีอยู่ว่า ๑. เอาเงินมาจากไหน ๒. ขาดทุนเลยใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องถามต่อไปด้วยครับ ผิดกฎระเบียบ องค์การการค้าโลกไหม ถ้าผิดมีประเทศอื่นไปร้องเรียน ประเทศไปร้องเรียน ตั้งกรรมการ มาสอบ สอบเสร็จพบว่าเราผิด เราจ่ายเงินชดเชย เราไม่ยอมจ่ายเงินชดเชยเกิดอะไรขึ้นครับ เขาตอบโต้ทางการค้าได้ทันที แล้วเขาไม่จำเป็นต้องตอบโต้ในเรื่องข้าวนะครับ เขาเลือกรายการ สินค้าใดก็ได้ตอบโต้ประเทศไทย หมายความว่าอุตสาหกรรมบางอย่างอาจจะขายสินค้าไม่ได้ คนตกงานท่านจะว่าอย่างไร ผมเรียนท่านจริง ๆ นะครับ ตอนนี้ทั้งโลกจับตาดูท่านอยู่ครับว่า มาตรการนี้จะนำไปสู่อะไร ถ้าทำอย่างที่เขียนไว้ในนโยบาย ท่านตอบผมนิดหนึ่งครับ เรื่องกฎระเบียบระหว่างประเทศ ท่านดูดีแล้วหรือยังนะครับ ตอนนี้ปี ๒๕๕๑ เราเลี่ยง ไม่ยอมบอกองค์การการค้าโลกว่าเราแทรกแซงไปเท่าไร เขาทวงถามนะครับ วันนี้เขาตั้งโต๊ะ รอท่านอยู่แล้วครับถ้าท่านทำมาตรการนี้นะครับ ทวงถามแน่นอนครับ แล้วก็การสวมสิทธิ ตอนนี้ประเมินว่าอาจจะมีการสวมสิทธิจากประเทศเพื่อนบ้านกว่าล้านตัน เพราะผลผลิตของ เพื่อนบ้านสูงขึ้นไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นท่านกำลังจะบอกสภาแห่งนี้ว่าท่านกำลังจะทำ นโยบายที่ใช้เงิน ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำแล้วขาดทุนทันที ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำแล้ว เข้าข่ายละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ เสี่ยงต่อการตอบโต้ทางการค้า คนตกงานได้ แล้วในที่สุดครับ คนไทยกินข้าวแพงกว่าราคาตลาดโลก คนไทยอาจจะหันไปกิน ข้าวเวียดนาม ข้าวเขมรก็ได้ครับ เพราะมันถูกกว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ ท่านกล้าทำ กล้าคิด ท่านต้องกล้ารับผิดชอบนะครับ ขอให้ท่านกล้าอธิบายให้สภาแห่งนี้ว่า ท่านมีมาตรการใดรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงกว้างเช่นนี้ ต่อสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ