รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

มณเฑียร บุญตัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท โดยเน้นย้ำความสำคัญของการแก้ไขปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงการปฏิรูปการศึกษา การดูแลผู้ด้อยโอกาส และการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถเข้าถึงได้โดยทุกคน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุและเรียกร้องการสนับสนุนการผลิตตารางเรียนในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีปัญหาการอ่าน

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็คงมีความเห็นที่สอดคล้องกับสมาชิก หลายท่านนะครับ ที่รู้สึกว่าขณะนี้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย ถ้าไม่นับ วิกฤตการณ์การเมืองที่อาจจะเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง ก็เป็นไปตามกระแสของเศรษฐกิจโลก ที่น่าจะขยับตัวดีขึ้น แล้วรัฐบาลเองก็ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งถึงขนาดที่ ได้พูดถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าจะเป็นที่พอใจพอสมควรในปี นี้ แล้วก็ จากการที่รัฐบาลได้ยกเลิกแผนการที่จะกู้ยืมเงินตามพระราชบัญญัติเป็นจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็ นสิ่งที่น่ายินดีเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามการนําเสนอ ขอความเห็นชอบในวันนี้ด้วยระยะเวลาอันจํากัดแล้วก็แนวโน้มที่รัฐบาลอาจจะจัดให้มี การเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนนี้ ก็ทําให้พวกเราหลายท่านเกิดความสงสัยอยากจะทราบถึง ที่มาที่ไป และผมเชื่อแน่ว่าทางรัฐบาลก็คงเตรียมตัวที่จะให้ที่มาที่ไปอยู่แล้วนะครับ ก็คงไม่ต้องพูดซํ้าในเรื่องเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามมันมีประเด็นบางประการที่ผมเชื่อว่า หากรัฐบาลเองยังไม่ได้กําหนดแผนการใช้เงินเอาไว้อย่างตึงตัวมาก สมมุติว่ายังมีทางออก ยังมีทางที่จะปรับเปลี่ยนได้ ผมคิดว่าสิ่งที่จะต้องเร่งในการที่จะต้องนําเอาเงินมาใช้ หากจะต้องมีการกู้จริง ๆ ก็คือเรื่องของปัญหาทางสังคม คงไม่ลืมนะครับว่าสาเหตุสําคัญ ประการหนึ่งที่ทําให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองก็คือความเหลื่อมลํ้าทางสังคมและ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนผู้ด้อยโอกาสในชนบท ผู้เสียเปรียบทางสังคม คนพิการ ผู้ไร้สถานะหลายกลุ่มหลายพวก ที่ไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงการจัดสรรทรัพยากร ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม ผมคิดว่ารัฐบาลเองก็พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ไปสู่สังคมสวัสดิการ ถึงขนาดท่านนายกรัฐมนตรีเองลงมาจับเรื่องนี้โดยตรงหลายครั้งนะครับ แล้วผมคิดว่าแผนสร้างความปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนหนึ่งที่ได้อธิบาย เรื่องนี้ก็คือเรื่องปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งย่อมหมายรวมถึงการปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจและ การเมืองควบคู่กันไปด้วย คงจะต้องให้ความสําคัญกับปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางสังคม ให้มากนะครับ หลายเรื่องนั้นรัฐบาลได้ริเริ่ม หลายเรื่องรัฐบาลได้สานต่อจากนโยบายที่ดี ของรัฐบาลก่อนหน้านั้น แต่ผมก็ยังเชื่อว่ามันมีอีกหลายประเด็นที่ยังต้องการความริเริ่ม แล้วก็สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสําคัญก็คือเรื่องของความชัดเจนในเรื่องการปฏิรูป การศึกษา ซึ่งควรจะต้องเป็นการปฏิรูปในเชิงเนื้อหามากกว่าในเรื่องของโครงสร้าง การบริหารแต่เพียงอย่างเดียว อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดสวัสดิการสําหรับกลุ่ม ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมไทยกําลังจะก้าวไปสู่สังคม สูงอายุในอีกไม่กี่ปี ต้องถือว่าเป็นความสําเร็จของเราที่การสาธารณสุข การดูแลสุขภาพ ของเราได้ผล ทําให้อายุเฉลี่ยของเรายืนขึ้นมากนะครับ แต่ก็จะมีปัญหาตามมาอีก มากมายครับ โครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นทางด้านสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนส่งสาธารณะ ที่เกิดขึ้นมามากมายในรอบหลายปี ไม่ได้คํานึงถึงการใช้ ไม่ได้คํานึงถึง การเข้าถึง และใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนทุกกลุ่ม หลักการการออกแบบที่เป็นสากล หรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) ไม่ได้ถูกหยิบยกนํามาใช้ในการที่จะกําหนด รูปแบบในการก่อสร้าง ระบบข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีสารสนเทศก็เช่นกัน ประเทศไทยเราเป็นประเทศเจ้าตํารับ ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หลายเรื่องเราควรจะสนับสนุนงานวิจัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิจัยที่จะทําให้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเทคโนโลยีเพื่อทุกคน เป็นเทคโนโลยีที่คนไม่ว่าจะมีข้อจํากัดใด ๆ สามารถที่จะเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และใน เรื่องสําคัญอีกหลายเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาลซึ่งก็ทราบว่ายังมี คนที่ไม่สามารถจะเข้าถึงอีกมากมาย ผมคิดว่าเงินเหล่านี้มีค่ามากมายมหาศาล ถ้าจําเป็น จะต้องกู้จริง ๆ รัฐบาลก็ควรจะต้องจัดลําดับให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ให้มาก ผมจะไม่พูด ซํ้าเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอื่นได้กล่าวไปแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่อง การจัดการนํ้า ปัญหาเรื่องเกษตรกร เพราะว่ามีผู้ให้ความสนใจอยู่แล้วนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญก็คือเรื่องของการนําเงินมาใช้ ในการป้ องกันสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผมคิดว่าอุบัติเหตุนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของความพิการ เป็นสาเหตุหนึ่งของความเจ็บป่วย บ้านเรานั้นยังไม่ประสบความสําเร็จในเรื่องของการลด อุบัติเหตุเท่าที่ควร หลายครั้งสามารถจะป้ องกันได้ครับ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือบริเวณ ทางแยกที่ตัดกับทางรถไฟหลายแห่ง เท่าที่ทราบมีจํานวน ๓๐๐-๔๐๐ แห่งที่ไม่มีสัญญาณ และแทนที่ท่านจะสร้างเป็นสะพานยกระดับ แทนที่ท่านจะสร้างเป็นอุโมงค์ ท่านก็ไม่สร้าง ก็ปล่อยให้ประชาชนไปเผชิญชะตากรรมเอาเอง ถือว่าเป็นกรรมของใครของมันก็แล้วกัน อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะได้รับการดูแลแก้ไขนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมมีความเป็นห่วงในเรื่องของการเข้าถึงบทเรียน ตําราเรียน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลก็คืออยากจะให้นักเรียนเรียนฟรี แต่ท่านทราบไหมครับว่า ตําราเรียนนั้นมีราคาสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตําราเรียนที่จําเป็นจะต้องนําไปทําซํ้าหรือไป ดัดแปลงให้กลุ่มคนหลายกลุ่มที่มีปัญหาในการอ่านจะได้สามารถเข้าถึงได้มีราคาค่างวด ค่อนข้างสูงครับ ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยสนับสนุนการผลิตตําราเหล่านี้นักเรียนที่เป็นเด็กพิการ ก็ดี เป็นเด็กชนเผ่าก็ดี เป็นผู้ที่มีปัญหาทางการอ่านอื่น ๆ ก็ดี ก็จะไม่สามารถเข้าถึง บทเรียนได้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลสนับสนุนการผลิตตําราเรียนในรูปแบบที่เป็น สื่อทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นตําราเรียนที่เป็นสื่อมัลติมีเดีย (Multimedia) ก็ดี เป็นอักษรเบลล์ (Braille) ก็ดี เป็นภาษามือก็ดี หรือเป็นภาษากลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ก็ดี ก็จะเป็นประโยชน์ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน