สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการกู้เงินจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้เงินกู้นี้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระดับล่าง เช่น การกระตุ้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร การพัฒนาแหล่งน้ำและถนนหนทาง และการสร้างตลาดกลางสินค้า
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อท่าที ต่อความคิดเห็น ในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่อยากเห็นรัฐสภา แห่งนี้มีมาตรฐานในเรื่องความรู้ ในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่จะสื่อไปยังพี่น้องประชาชน ต่อการกู้เงินจากธนาคารโลก ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ และจากธนาคารพัฒนาเอเชีย ๓๐๐ ล้านเหรียญ ซึ่งระยะเวลาคืนเงินกู้ทั้งหมดธนาคารโลกก็ ๒๐ ปี ธนาคารพัฒนาเอเชีย ๑๕ ปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาเรียกว่า หนี้สาธารณะ ซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้คน ในบ้านในเมืองนี้ทุกคน ประเด็นที่อยากถามผู้ที่จะไปกู้ในนามตัวแทนประเทศไทยก็คือ ท่านรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า วงเงินทั้งหมดวันนี้ท่านอย่าเอามาใช้เฉพาะในส่วนที่ เอกสาร ๓ แผ่นเท่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าเอามาใช้เฉพาะเอกสาร ๓ แผ่นที่มาให้กับรัฐสภาแห่งนี้นั้น ผมเองถือว่าเป็นการกู้เงินในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ท่านได้ใช้วงเงินกู้ ๑,๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกานี้ไปในทิศทางที่อุดหนุนให้เฉพาะ กลุ่มทุนบางกลุ่มบางประเภทเท่านั้น ไม่ได้กระจายงบประมาณเหล่านี้ไปยังพี่น้องประชาชน หรือไม่ทําให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่เราคิดว่าจะกระตุ้นได้ เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ท่าน ดําเนินการที่จะเอาเงินกู้ไปใช้นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดเงินตลาดทุน เป็นเรื่องที่เอามา ดูแลในส่วนเรื่องของตลาดเงินตลาดทุนเป็นหลัก เป็นสิ่งที่น่าเสียดายว่าถ้าเราได้ใช้เงิน จํานวนนี้ไปกระจายในส่วนที่การกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าหรือไปกระตุ้นเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันของระดับล่าง เช่น ตลาดโอทอป (OTOP) การแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ให้เกิดการแข่งขัน ตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะเอาเงินวงเงินกู้ ๑,๓๐๐ เหรียญสหรัฐนี้ ไปใช้เฉพาะตลาดทุน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดบนอย่างเดียว วันนี้เราต้อง ยอมรับว่าสินค้าเกษตรของเราที่มีปัญหาก็คือเรื่องของการแปรรูปที่ไปอีกขั้นสองขั้นที่จะ ส่งเข้าตลาดโลกและตลาดต่างประเทศอย่างดียิ่ง แต่เนื่องจากว่าเราขาดปัจจัยงบประมาณ ที่จะสนับสนุนงานวิจัย สนับสนุนในเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ และสนับสนุนในงบประมาณ ของนักวิชาการต่าง ๆ ซึ่งเงินจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ กับ ๓๐๐ ล้านเหรียญนี้ ถ้าเรา เอามาเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดล่างหรือตลาดแข่งขันด้านสินค้าเกษตร ด้านสินค้า โอทอป ส่งไปเพิ่มมูลค่า สินค้าเหล่านี้จะกลับเข้าสู่ประเทศในวงเงินรายได้และทําให้พี่น้อง ประชาชนทุกระดับมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นต่อคําถามท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลเอาเงิน ๑,๓๐๐ ล้านเหรียญ ไปใช้อะไรกันแน่ สมมุติฐานที่ได้มานั้นมันยังไม่พอเพียงครับ เพราะไม่มีรายละเอียด เราเองถึงเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการเข้าไปศึกษา เข้าไปดูในรายละเอียด เพื่อที่ อยากเห็นว่าเงิน ๑,๓๐๐ ล้านเหรียญที่เราจะเป็นหนี้กันถ้วนหน้าเอาไปใช้จริง ๆ คืออะไร ท่านบอกว่าเอาไปพัฒนาในตลาดทุน รวมทั้งการปรับแผนการดําเนินการกลยุทธ์ ระยะกลาง เอาไปส่งเสริมให้ ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์ดําเนินกิจการอย่างเป็นอิสระ อันที่จริงตลาดหลักทรัพย์นั้นก็มีเงินภาษี มีเงินอุดหนุน มีเงินอะไรตั้งเยอะแยะ ทําไมจะต้อง กู้เงินแล้วไปส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ เรามีหนทางอื่นไหมที่ไม่ต้องเป็ นหนี้ เพราะชื่อมันก็ ตลาดหลักทรัพย์ จําเป็นไหมที่จะเอานายแก้ว นายคํา นายดํา นายแดง ต้องไปคํ้าเงิน ประเภทนี้ ทําไมตลาดหลักทรัพย์ไม่กู้เงินมาเองล่ะครับ เอามาเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เอามาพัฒนาตลาดทุน ตลาดเงินของตัวเอง ทําไมต้องมารบกวนพี่น้องประชาชน ตาสี ตาสา ทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดหลักทรัพย์ น่าที่จะใช้พ่อมดการเงิน ทั้งหลายแหล่ไปหาเงินมาเอง ไปพัฒนาตลาดหลักทรัพย์เอง เก่งอยู่แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังของเรานี่ ได้ข่าวว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระดับเอเชีย ระดับโลก ทําไมต้องกู้เงินมาพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ล่ะครับ แสดงว่าไม่เก่งจริงใช่หรือไม่ ใจจริงเราอยากจะได้เงินกู้ที่มีการเอาไปใช้ในการพัฒนาอย่างจริงจังทั่วระบบ เพิ่มสินค้า เกษตร เพิ่มการแปรรูป สร้างถนนหนทางให้พี่น้องประชาชน ทําให้สินค้าเกษตรดีขึ้น สร้างแหล่งนํ้าให้นํ้าไหล ไฟสว่าง หนทางดี มีตลาดกลางสินค้า ทําให้พี่น้องประชาชน เงินกู้เหล่านี้น่าจะทําให้มีความสุขถ้วนหน้ามากกว่าจะเอามาพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ ที่มีคนทั้งประเทศเล่นตลาดหลักทรัพย์ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ คน นี่ละครับผมสงสัยว่า เอาไปใช้อะไรกันนักกันหนาตั้ง ๑,๓๐๐ ล้านเหรียญ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบให้ได้นะครับ ถ้าตอบไม่ได้ผมก็จะเสียใจอย่างมากที่จําเป็นจะต้องไม่เห็นชอบด้วย ท้ายที่สุดนี้ผมยังเรียกร้องให้รัฐสภา ให้สมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีและท่านประธานรัฐสภาให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบเงินกู้ตั้งแต่เมื่อเช้า จนถึงฉบับนี้ ๓ ฉบับ เพื่อจะให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการตรวจสอบเงินกู้ที่พวกเราต้อง เป็นหนี้เป็นสินกันนี่ถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นนําเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องว่าได้โปรดใช้เวลานี้พิจารณาทบทวนโดยการตั้งกรรมาธิการในการเข้าไปดูแล เงินกู้จํานวนนี้ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ