จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เสนอขอความเห็นชอบในกรอบสัญญาเงินกู้จากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้อำนาจรัฐบาลแก่ผู้ที่ออกจากป่ามาแล้ว
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การพิจารณาเพื่อขอความเห็นชอบ ในกรอบเรื่องการตกลงเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้ในวันนี้นะครับ เป็นเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจาก ๒ ธนาคารก็คือ ๑. ธนาคารโลก ๒. ธนาคารพัฒนาเอเชีย ตามที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้แจ้งวัตถุประสงค์ให้กับสมาชิกรัฐสภาทราบว่า กู้เงินมาจาก ๒ ธนาคารนี้ก็เพื่อ
๑. สนับสนุนโครงการลงทุนภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศไทยในระยะยาว
๒. เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศไทย
๓. เพื่อสนับสนุนมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ให้กับระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
๔. เพื่อขยายสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการภาคการผลิตอื่น ๆ
๕. เพื่อการคํ้าประกันสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และ
สุดท้าย เพื่อใช้ในการสนับสนุนโครงการไทยเข้มแข็งและโครงการตาม นโยบายของรัฐ
จากวัตถุประสงค์ทั้ง ๖ ข้อนี้ เงินกู้จากธนาคารโลก ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็เท่ากับ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เวลาชําระหนี้ ๒๐ ปี อัตราดอกเบี้ย ๓.๘๑ บาทต่อปี ๒. เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น เงินไทยก็ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เวลาชําระหนี้ ๑๕ ปี อัตราดอกเบี้ย ๓.๑๙ บาทต่อปี รวมเป็นเงินกู้ทั้ง ๒ ธนาคาร ๑,๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็เท่ากับ ๔๒,๙๐๐ ล้านบาท จากการที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับกรอบเจรจาเพื่อไปทํา สัญญาตกลงกู้เงินจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียนั้น ก็ได้เห็นแล้วว่า สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไปเจรจาเพื่อขอเงินกู้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ การที่รัฐบาลได้เสนอสิ่งที่ได้ไปตกลงมาแล้วก็คือเสนอร่างสัญญาเงินกู้ทั้ง ๒ อย่าง เพื่อจะไปทําสัญญาเงินกู้กับธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย เพราะฉะนั้น ผมก็เห็นว่ารัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีความจําเป็นที่จะต้องพัฒนา ประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาชาติ ทัดเทียมกับ ประเทศอื่นในโลก ซึ่งก็ถือว่าประเทศไทยก็อยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นเดียวกับ ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เพราะฉะนั้นเงินงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บจาก ๒-๓ ปีที่แล้ว ก็ถือว่าขาดดุลมาตลอด ดังนั้นการที่จะพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับนานาชาติ ประชาชนอยู่ดีกินดี มันก็เป็นสิ่งสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้น การที่รัฐบาลขอกู้เงินในคราวนี้ผมเห็นว่าเป็ นการสมควรอย่างยิ่งและรัฐสภา ก็เคยให้ความเห็นชอบในกรอบเจรจาที่จะไปทําสัญญาเงินกู้จาก ๒ ธนาคารนี้แล้ว แม้ว่าโครงการไทยเข้มแข็งในปัจจุบันนี้บางจุด บางแห่ง บางกระทรวง ก็มีส่อเค้าว่า มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น แต่รัฐบาลก็สามารถที่จะทําการตรวจสอบเพื่อค้นหา ผู้กระทําความผิด และสิ่งที่สําคัญในขณะนี้ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดก็คือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เกี่ยวกับทางด้านถนนหนทางต่าง ๆ ซึ่งประชาชนในต่างจังหวัดให้ความชื่นชมทางรัฐบาล แม้ว่าเงินกู้ที่ได้มาจะไปใช้ในสิ่งเหล่านี้มันก็เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในต่างจังหวัดเป็นจํานวนมาก และในขณะเดียวกันเงินกู้ในครั้งนี้ก็ถือว่าเพื่อพัฒนา เกี่ยวกับระบบทางรางทางรถไฟต่าง ๆ อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ ผมขอให้การสนับสนุน และสิ่งที่สําคัญที่อยากจะฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะนี้ทราบว่า โครงการไทยเข้มแข็งถนน ๔ ช่องจราจรจากอําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหารไปอําเภอ กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ ๔๕ กิโลเมตร ได้ทําเรื่องของกู้เงินจาก ธนาคารพัฒนาเอเชียไปใช้ในโครงการนี้ จํานวน ๗๕๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าทางธนาคาร พัฒนาเอเชียได้ศึกษาตรวจสอบดูโครงการแล้ว ปรากฏว่าไม่อนุมัติให้มีการกู้ยืมเงิน เพื่อไปก่อสร้างถนนดังกล่าว เนื่องจากว่ามีการเวนคืน มีการใช้เงินคืนเกี่ยวกับ พี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ริมถนนทั้ง ๒ ฝั่งเป็นเงินจํานวนหนึ่ง เพราะฉะนั้นโครงการกู้เงิน ในคราวนี้ก็อยากจะให้ประสบความสําเร็จ ก็คือเงินกู้ในการก่อสร้างถนนก็ขอให้ใช้เงินกู้ ของธนาคารพัฒนาเอเชีย ส่วนเงินที่จะต้องชดใช้เกี่ยวกับเรื่องเวนคืน เกี่ยวกับเรื่อง การรื้อถอนบ้านพี่น้องประชาชนจากบริเวณถนนดังกล่าวก็ขอให้เป็นงบประมาณประจําปี ของรัฐบาลก็แล้วกัน ผมอยากให้โครงการนี้ผ่านไปด้วยดี ถนน ๔ ช่องจราจรมันเป็นถนน จากประตูอินโดจีนจังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต ประเทศเวียดนาม แล้วก็ไปสู่ประเทศพม่า ทางตะวันตก เพราะฉะนั้นถนนจากจังหวัดขอนแก่นมาจังหวัดกาฬสินธุ์ก็เสร็จแล้ว จากจังหวัดขอนแก่นไปหล่มสัก จังหวัดพิษณุโลก อันนี้ก็ถือว่าเสร็จไปมากแล้ว เพราะฉะนั้น ก็เหลืออยู่ ๑๒๕ กิโลเมตร จากจังหวัดมุกดาหารมาจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็อยากจะให้รัฐบาล แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาจัดสรรเงินกู้ไปก่อสร้างถนนดังกล่าวนี้ ด้วยนะครับ และอีกอย่างหนึ่งในขณะนี้ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จากจังหวัดมุกดาหารและจากทั่วประเทศทั้ง ๑๑ จังหวัด ปรากฏว่าในอดีตที่ผ่านมา เมื่อปี ๒๕๒๓ รัฐบาลในขณะนั้นก็มีปัญหาเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ แล้วรัฐบาล ได้มีนโยบาย คําสั่ง ที่ ๖๖/๒๒๓ ให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กลับเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ดังนั้นก็มีพี่น้องประชาชนจํานวน ๘,๐๐๐ ราย ได้ยื่นข้อเรียกร้องตามที่รัฐบาลชุดเก่าได้ให้ความหวังหรือว่าได้ให้เงื่อนไขในการที่จะ ออกมาร่วมพัฒนาชาติไทยก็คือ
ประเด็นที่ ๑ ถ้าออกจากป่ามาแล้วทางรัฐบาลจะไม่ดําเนินคดีในข้อหาเป็น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
ประเด็นที่ ๒ จะไม่มีการกล่าวหาดูถูกเหยียดหยาม แบ่งชั้น ในสังคมกับ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
ประเด็นที่ ๓ รัฐบาลจะจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยครอบครัวละ ๑ ไร่ จัดสรรที่ดินทํากินครอบครัวละ ๕ ไร่ ถึง ๑๕ ไร่ พร้อมทั้งจัดทําถนนและไฟฟ้ำให้ด้วย
ประเด็นที่ ๔ ให้เงินทุนประกอบอาชีพแก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยสําหรับผู้ที่มี ที่อยู่อาศัยและที่ดินทํากินเกินกว่า ๕ ไร่ จะให้เงินทุนไปประกอบอาชีพครอบครัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่มีที่ดินทํากินให้ทุนครอบครัวละ ๑๒๕,๐๐๐ บาท
ซึ่งรัฐบาลสมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้มอบทุนไปแล้วจํานวน ๑,๘๗๕ รายของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทั้งหมด ๑๑ จังหวัด แต่ในขณะนี้จากการตรวจสอบ ก็ปรากฏว่ามีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้ส่งรายชื่อมาให้กับรัฐบาล จํานวน ๘,๐๐๐ กว่าคน ที่ตกค้างยังไม่ได้รับเงินทุนดังกล่าวจากรัฐบาลที่เคยรับปากว่าจะให้เงินทุนดังกล่าว และได้มีการเรียกร้องในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเงินส่วนนี้หรือว่าทางรัฐบาลจะไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ในการที่จะเอาไปมอบให้กับ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยดังกล่าวนั้น ก็อยากจะให้จัดสรรงบประมาณประจําปีได้มอบทุน ประกอบอาชีพให้เขาเหล่านั้นด้วย เขารอเวลามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ จนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็น เวลา ๓๐ ปีแล้วครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องคํานึงถึง ที่พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้อง ในปัจจุบันนี้มันก็มีหลายส่วนประกอบกันนะครับ ทั้งได้รับความเป็นธรรมและไม่ได้รับ ความเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะออกมาเรียกร้อง อยากจะให้รัฐบาล ได้พิจารณาในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะ กอ.รมน. อย่าได้ทอดทิ้งประชาชน อย่าได้ลืมสัญญา ที่เคยให้ไว้กับพี่น้องประชาชน เงินกู้ที่กู้มานี่ไม่ว่าหรอกครับถ้าหากกู้มาแล้วเพื่อพัฒนา ประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่ากันนะครับ ผมก็ได้รับฝากจากพี่น้องประชาชนว่าถ้าหากว่า รัฐบาลได้กู้เงินมาเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริงแล้วนี่ก็ขอให้การสนับสนุนด้วย ซึ่งผมก็ขอให้การสนับสนุนเงินกู้ที่รัฐบาลได้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันนี้ จํานวน ๔๒,๙๐๐ ล้านบาทจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลคงจะไม่หลอกลวงประชาชน รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลก่อนก็ตามนะครับ รัฐบาลก็คือผู้บริหารประเทศ เป็นผู้บริหารรัฐ เพราะฉะนั้นรัฐบาลไหนก็ตามถ้าเข้ามาแล้วนี่ ได้เคยรับปากและให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยดังที่ว่า อีก ๘,๐๐๐ รายนี่ที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลนี่ก็ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาให้ ความช่วยเหลือจัดเงินทุนทํากิน ผมทราบว่าขณะนี้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ก็ได้จัดประชุมกัน แล้วก็อนุมัติรายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ในเบื้องต้น แต่ว่าจะเป็นจริง อย่างไรนั้นก็อย่าเพิ่งให้ยาหอมกับพี่น้องประชาชน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เกิดผลสําเร็จ และพี่น้องประชาชนจะได้ชื่นชมแล้วก็เชื่อมั่นรัฐบาลต่อไปนะครับ กราบขอบพระคุณครับ