สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกู้เงินนั้นไม่เท่าเทียมและไม่ครอบคลุมสังคม โดยเฉพาะภาคชนบทที่มีปัญหาน้ำแล้ง และขาดโครงการสร้างแหล่งน้ำ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนาม สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตอภิปรายท้วงติงต่อการที่ เราจะไปทําสัญญาเงินกู้ในมิติความเท่าเทียมทางสังคม ในมิติความเท่าเทียมของพี่น้อง บ้านนี้เมืองนี้ ๖๓ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจกับพี่น้องกรุงเทพฯ ดีใจกับ พี่น้องจังหวัดนนทบุรี ที่จะมีความเจริญรุ่งเรือง มีรถไฟฟ้ำทั้งใต้ดินบนดิน มีทั้งสะพาน ข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา จะมีแสงสว่าง และพี่น้องของผมทั้งภาคเหนือและภาคอีสานก็ต้อง อพยพมาเป็นแรงงานเพื่อมารับจ้างในการก่อสร้าง มิติทางสังคมทางภาคชนบทก็ต้องลื่นไหล มาสู่ภาคเมือง เงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเห็นว่าเป็นเงินจํานวนมหาศาลที่รัฐบาลจะไปทําสัญญา ในการกู้เงินซึ่งแต่ละฉบับนั้นดอกเบี้ยก็แตกต่างกันไป ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จังหวัดลําพูนของกระผม บ้านแม่อีไฮครับ ขอสร้างถนนทางหลวงชนบท ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเชื่อมกับบ้านแม่หาด ๓ ปีแล้วไม่ได้ครับ เปลี่ยนรัฐมนตรีมาคนแล้วคนเล่าครับ แต่พอ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทกับพี่น้องในเมืองหลวงมันรวดเร็วทันใจเหลือเกินครับ แต่กับ พี่น้องชายขอบโดยเฉพาะบ้านแม่อีไฮของกระผมรอถนนทางหลวงชนบทมา ๓ ปีครับ นี่คือมิติทางสังคมที่มันเหลื่อมลํ้าทําให้พี่น้องของผมต้องเป็นแดงทั้งแผ่นดิน มันอย่างนี้ จริง ๆ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อนุมัติพระราชกฤษฎีกาเวนคืนพี่น้องประชาชนในจังหวัดลําพูน เขาเรียกว่า ถนนเลี่ยงเมือง สาย ค๑ ค๒ ค๓ วงเงินแค่ ๔๒๐ ล้านบาท ๓ ปีจะเข้าปีที่ ๔ จนพระราชกฤษฎีกาเวนคืน จะหมดอายุแล้วก็ไม่ได้ครับ ผลกระทบก็คือว่าจะขายที่ดินก็ไม่ได้ จะโอนที่ดินก็ไม่ได้ ติดกฤษฎีกาเวนคืนนี่แหละครับ มันเป็นอย่างไรครับ แล้วทีเมืองหลวงของประเทศไทย ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทปรู๊ดปร๊าดเลยครับ รูดปรื๊ด ๆ ผ่านสภาเลย นี่คือมิติทางสังคมที่มี ความเหลื่อมลํ้าครับ มีการอนุมัติสร้างถนน ๔ เลน (Lane) เชื่อมระหว่างอําเภอลี้ อําเภอ บ้านโฮ่ง อําเภอป่าซาง เข้าที่จังหวัดเชียงใหม่ในเขตอําเภอฮอด วงเงินแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท สร้างไปได้ ๕ กิโลเมตร โครงการหายเลยครับ หายไปจากสารบบของกระทรวงคมนาคม เฉยเลยครับ นี่คือมิติทางสังคมที่เกิดความน้อยเนื้อตํ่าใจว่าการกระจายงบประมาณของ ประเทศ การกู้เงินของประเทศมีความเสมอภาค มีความเท่าเทียมทางสังคมหรือไม่ ตรงนี้ ท่านประธานต้องให้คําตอบกับพี่น้องประชาชนเหมือนกัน เพราะเวลาใช้หนี้เงินกู้ตั้งอุแว้ มานี่ ๖๓ ล้านคนมันใช้หนี้เหมือนกันหมด เป็นหนี้สาธารณะครับ เป็นหนี้สาธารณะ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต้องรับผิดชอบเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นการจะทําการกู้เงิน หรือการที่จะทําให้เป็นหนี้สาธารณะที่คนไทยทั้ง ๖๓ ล้านคน จะต้องมารับผิดชอบร่วมกัน ต้องฝนตกทั่วฟ้ำครับ วันนี้โครงการเงินกู้ของพี่น้องในจังหวัดภาคเหนือ และภาคอีสาน ไม่ค่อยมี ไทยเข้มแข็งก็เอาไปซอยเป็นโครงการเล็ก ๆ เล็ก ๆ ครับ นี่เรื่องจริงครับ แทนที่จะได้ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เป็นที่ชื่นชอบ เป็นที่ชื่นตาต่อสังคม กลายเป็นโครงการ ล้านเก้า ล้านเก้า ล้านเก้าครับ แถมทั้งอมทั้งดูดกันด้วยครับ ไทยเข้มแข็งนะครับ ท่านประธานนี่เรื่องจริงที่เกิดในบ้านในเมืองในสังคมนี้ เรากู้เงินมาทําอะไรกันครับ กู้เงินมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เห็นว่าเศรษฐกิจดี แต่วันนี้พี่น้องพวกเราเจ็บปวด รวดร้าว ภาคชนบทนั้นเงินฝืดครับ เงินฝืด สินค้าเกษตรนั้นตกตํ่า ฝนฟ้ำแล้งครับ ทําไม ไม่กู้เงินไปสร้างแหล่งนํ้าให้เป็นเมกะโปรเจกต์ ๑๘ ลุ่มนํ้า ๒๕ ลุ่มนํ้า ของประเทศไทย มันหายไปไหนหมดครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันทั่วไป พี่น้องประชาชนก็รับรู้ว่าการที่เรา มีเมกะโปรเจกต์นั้นเป็นเมกะโปรเจกต์ที่สามารถทําให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ มีจํานวนมากมายครับ แต่ดูเหมือนว่ารัฐสภาแห่งนี้ไม่ค่อยให้ความสนใจ รัฐบาลไม่ค่อยให้ ความสนใจ ปล่อยให้พวกเราฝนแล้ง ปล่อยให้แห่นางแมวซํ้าซากครับ นี่คือมิติทางสังคม ที่เรากําลังจะทําโรดแมพ ไม่ต้องทําโรดแมพเลยถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ในการมองปัญหา ให้ครอบคลุม ผมจะภูมิใจมากถ้ารัฐสภาแห่งนี้เปิดประชุมที่ล่มซํ้าซาก กว่าจะกู้เงินได้ ก็หืดขึ้นคอ ถ้าเอาเรื่องมิติของฝนแล้ง มิติของการกระจายนํ้า ทําให้พี่น้องของผม ในภาคชนบทมีนํ้าใช้ นํ้าท่าอุดมสมบูรณ์ อันนี้จะเป็นสิ่งที่ผมพร้อมที่จะอภิปรายสนับสนุน และชูรักแร้ยกให้ทันทีเลยครับ ท่านประธานที่เคารพ มิติทางสังคมเกี่ยวกับเงินกู้นี่มันเป็นความเจ็บปวดมากครับ ปี ๒๕๔๐ พี่น้องพวกเราตกงาน ขายทรัพย์สินจาก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปขายให้ ฝรั่งตานํ้าข้าว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนก็รู้กันครับ เพราะเราไปกู้เงินโดยที่ขาดมิติของสังคม มิติของการมีส่วนร่วม วันนี้เราเองก็จะกลับมากู้เงินอีกแล้วครับ เพราะว่ารัฐบาลที่ใช้เวลา บริหารประเทศมาเกือบจะ ๒ ปี ผมจําได้ครับเราผ่านพระราชกฤษฎีกากู้เงินไปทั้งหมด ๒ ฉบับ ฉบับละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจะทําให้กระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็บอกว่าดี แต่ว่าข้อเท็จจริงวันนี้มันไม่ดีอย่างที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเลยครับ มันดีแต่ป้ำย มีแต่ป้ำยโฆษณาของรัฐบาล มีแต่สื่อที่ยัดเยียดด้านเดียว นี่คือมิติทางสังคมที่มี ความเหลื่อมลํ้าตํ่าสูงในเรื่องของการเข้าไปมีส่วนร่วม วันนี้ผมจะดีใจมากถ้ารัฐสภาแห่งนี้ ขอเสียเวลาอีกสัก ๒๐ วัน ๓๐ วันตั้งคณะกรรมาธิการขอตรวจดูหน่อยได้ไหมครับ ท่านประธานรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา และรัฐบาล ต้องใจกว้างในการให้เวลาพวกเรา ตรวจสอบดูหน่อยเถอะครับว่าท่านเอาไป ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทที่มีเอกสารอ้างอิงที่ฝ่ายค้าน ได้เอามาเปิดเผยนี่ว่ามีการเอื้อผลประโยชน์เป็นผลประโยชน์ที่ทับซ้อน ลูกน้องชง ลูกพี่ประมูล มันจริงอย่างไรครับ ลูกน้องชง ลูกพี่ประมูล ผลประโยชน์ทับซ้อน นี่คือข้อกล่าวหา ถ้าจะให้สว่างคาตาจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ ผมก็จะสมัคร เป็นกรรมาธิการ ผมจะเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ ผมจะได้มาแถลงข่าวกับพี่น้อง ประชาชนว่าเอาละประเทศไทยเราเป็นหนี้ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นหนี้ประเทศญี่ปุ่น เอามาสร้างถนน สร้างรถไฟฟ้ำที่กรุงเทพมหานคร เอาไปสร้างสะพานที่จังหวัดนนทบุรี มีความโปร่งใส บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เขาได้มาถูกต้อง บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้มาถูกต้อง อีกบริษัทหนึ่งเขาก็ ได้มาถูกต้องเพราะเขาประมูลตํ่าสุด มันจะได้จบครับท่านประธาน ไม่ต้องไปกล่าวหากัน เอาเวทีรัฐสภาแห่งนี้ละครับ นี่คือมิติทางสังคมครับท่านประธานที่เราเป็นพี่น้องกัน เราต้องดูว่าการกู้เงินนี่มันได้กระจายกันทั่ว แน่นอนพี่น้องต่างจังหวัดถ้ามาอยู่กรุงเทพฯ มาอยู่จังหวัดนนทบุรีก็ได้ใช้ แต่ผลประโยชน์ที่มันใช้มันตกจริง ๆ นั้นได้คนละกี่เปอร์เซ็นต์ ของบ้านนี้เมืองนี้ พอพวกเรามาอยู่กรุงเทพฯ มาอยู่นานท่านก็บอกว่าทําให้รถติด ไม่มีเวลาเดินห้าง ขอให้เลิกชุมนุม พอมาทวงความเป็นธรรมก็บอกว่ากล่าวหาอย่างโน้น อย่างนี้นี่คือมิติทางสังคมที่มันสะสมมา ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยัง ผู้มีอํานาจวาสนาในบ้านในเมืองนี้ ถ้าอยากจะเห็นการใช้เงินกู้ที่ตั้งอุแว้ ๖๓ ล้านคน ที่เป็นหนี้กันคนละประมาณ ๑๒๐,๐๐๐-๑๔๐,๐๐๐ บาทที่เป็นหนี้สาธารณะทั้งประเทศ ถ้าเป็นไปได้ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเถอะครับ อย่ากลัวการตรวจสอบ การเป็นผู้มีอํานาจ ย่อมใจกว้าง ผมหวังไว้ว่าการอภิปรายของผมที่มีเวลา ๑๐ นาทีคงเป็นการเตือนสติของ สมาชิกรัฐสภาที่ถือว่าเป็นคนคุณภาพของประเทศนี่อย่างน้อยช่วยกันรณรงค์ให้รัฐบาลตั้ง คณะกรรมาธิการตรวจสอบเงินกู้ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน