อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงประเด็นความตกลงไทย-ฮ่องกง โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกฎบัตรอาเซียน อธิบายสถานะของฮ่องกงว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภายใต้การปกครองของจีน พร้อมชี้แจงรายละเอียดนโยบายวัน ไชน่า ทู ซิสเต็ม รวมถึงสิทธิในการค้าและการเป็นสมาชิก WTO แยกจากประเทศจีน อลงกรณ์ พลบุตร ยังชี้แจงความคลาดเคลื่อนในการรับปากเรื่องเอฟทีเอ ยืนยันว่าแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย และหารือประเด็นข้อสังเกตของสมาชิกโดยเสนอกรอบการเจรจาเพื่อเปิดโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรและประมงสู่จีนผ่านประตูฮ่องกง พร้อมทั้งเน้นย้ำนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนจากการขายข้าวแบบดั้งเดิมไปสู่การแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์สินค้า
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมต้องขอถือโอกาสขอบคุณแทนรัฐบาล ที่สมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งข้อสังเกต บางประการ ซึ่งผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานตอบชี้แจงผ่านไปถึงท่านสมาชิกรัฐสภา
ประเด็นแรก ที่ท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นว่าการขอกรอบการเจรจาความตกลง ดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับอาเซียน ชาร์เตอร์ (ASEAN Charter) หรือกฎบัตรอาเซียนหรือไม่ เนื่องจากว่าในการให้การรับรองกฎบัตรอาเซียนในรัฐสภาไทยในอดีตนั้นมีปัญหา กระผม ใคร่ขอเรียนว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลยครับ กฎบัตรอาเซียนเปึนเพียงพื้นฐานเพื่อกําหนดกติกา และเปัาหมายในการนําไปสู่การเจรจาและการจัดตั้งอาเซียนหรือประชาคมในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นต่อการทําความตกลงไทยกับฮ่องกง ฉบับนี้
ประเด็นที่สอง สมาชิกหลายท่านอาจจะยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง เรื่องของเขตการค้าเสรีและความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้า ผมใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า ในการจัดทําเขตการค้าเสรีนั้น ประเทศคู่เจรจาที่ตกลงกันนั้น ในเรื่องการเป่ดเสรีทางการค้า จะต้องลดภาษีระหว่างกัน แต่ในการทําความตกลงความร่วมมือนั้นจะไม่มีการลดภาษี นี่คือความแตกต่าง แต่เปึนการกระชับความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ที่ตกลงกัน หรือเปึน ช่องทางของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในภาครัฐและเอกชน
สําหรับข้อสงสัยในสถานะของฮ่องกงที่เปึนสาระสําคัญและสารัตถะของ การขออนุมัติในวันนี้นั้น ก็ต้องเรียนว่าฮ่องกงมีสถานะเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เรียกว่า สเปเชียล แอดมินิสเทรทีฟ รีเจียน (Special administrative region) ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครอง ของประเทศจีน ภายใต้นโยบายวัน ไชน่า ทู ซิสเต็ม (One Country two System) หนึ่งประเทศ สองระบบ โดยประเทศจีนได้ให้อํานาจแก่ฮ่องกงในด้านเศรษฐกิจให้สามารถทําความตกลง ทางการค้าและเศรษฐกิจใด ๆ กับประเทศต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ โดยอยู่ภายใต้ประเทศจีน เฉพาะด้านการเมืองและความมั่นคง นอกจากนี้ฮ่องกงยังเปึนสมาชิกองค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ (WTO) แยกกับประเทศจีนในฐานะที่เปึนเขตศุลกากรเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เรียกว่าคัสตอม เทอร์ริทอเรียล (Custom Territory) ขณะเดียวกันฮ่องกงก็เปึนสมาชิก ของเอเปก ซึ่งกระผมก็ได้ไปร่วมประชุมแล้วก็ได้มีการพูดคุยหารือกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ของฮ่องกง นับแต่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนเมื่อกลางป้ที่แล้ว ซึ่งกระผมก็ได้ติดตามคณะของท่านนายกรัฐมนตรีและยังได้พบกับผู้บริหารของฮ่องกง คือ โดนัลด์ ที ซัง และก็ได้มีการเสนอในเรื่องนี้
ผมใคร่ขอเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่าสมาชิกบางท่านบอกว่า ไปรับปากได้อย่างไร แล้วทําไมกระทรวงพาณิชย์จึงมีความเห็นตรงข้าม คงเปึนความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน ซึ่งผมใคร่ขอชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง กระผมได้ชี้แจงในการแถลง ขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา เมื่อสักครู่ได้พูดชัดเจนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้รับพิจารณา ในข้อเสนอข้อริเริ่มของฝ์ายฮ่องกง ซึ่งขอให้เป่ดทําความตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอครับ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้มาพิจารณาดูว่าตามข้อเสนอดังกล่าวนั้น กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศนั้นมีความคิดเห็นอย่างไร ในที่สุดก็มีความเห็นว่าการทําความตกลงเอฟทีเอ อย่างที่ฮ่องกงเสนอนั้นไม่น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย มีประโยชน์แต่ไม่ได้เกิด ประโยชน์สูงสุด แนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยก็คือการทําความตกลง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั่นคือประเด็นครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะไปรับปากก่อนที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบหรือว่าไปรับปากโดยที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ แต่ความเห็นของกระทรวงพาณิชย์ที่เสนอไปและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพราะว่าการมาขอกรอบการเจรจาคราวนี้ต่อรัฐสภาในวันนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีครับ จึงเปึนความเห็นของคณะรัฐมนตรีที่เห็นว่าแนวทางของการจัดทํา ความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้นจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่า การทําเอฟทีเอครับ
ประเด็นเรื่องข้าวนั้น ต้องเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าตลอด ๒ ป้ ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศซึ่งเปึนหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลไทยในด้านการค้าข้าวได้ยืนยันว่า ๒ ป้ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับร้องเรียน เรื่องการปลอมปนข้าวหอมมะลิจากฮ่องกง อย่างไรก็ตามฮ่องกงเปึนส่วนหนึ่งของเมืองท่าเสรี ที่มีการขนส่งข้าวประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ทั้งฮ่องกงและกวางโจวเข้าไปสู่ประเทศจีน ดังนั้นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งที่จะชี้ให้ท่านสมาชิกเรวัตได้ทราบว่าจะเกิดประโยชน์อะไร ก็คือว่าฮ่องกงมีฐานะเปึนอิสระในการดําเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและการออกกฎระเบียบ เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องของภาษีไม่เปึนประโยชน์เท่าไรครับจึงไม่ได้เน้นที่จะไปทํา เรื่องเอฟทีเอเพื่อลดภาษี เพราะฮ่องกงแทบจะไม่มีภาษีหลงเหลืออยู่แล้ว แต่สิ่งที่เปึน ประเด็นสําคัญคือฮ่องกงเปึนศูนย์กลางการเงิน เปึนศูนย์กลางของการซื้อขายผ่าน และเปึนศูนย์กลางของโลจิสติกส์ การขนส่งครับ ตรงนี้เองที่จะต้องเรียนว่าฮ่องกงยังคง มีมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีอยู่ ซึ่งได้แก่การขออนุญาตนําเข้าและส่งออก ที่เรียกว่า อิมพอร์ต เอกซพอร์ต ไลเซนซิง (Import Export Licensing) ทั้งนี้การที่เรา จะมีความตกลงดังกล่าวก็จะช่วยให้สามารถบรรลุความร่วมมือ แก้ไข คลี่คลายให้สินค้าไทย ทั้งการนําเข้า ส่งออกไปสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงนั้นสามารถเปึนไปได้โดยสะดวก อีกทั้งมาตรการที่เรียกว่า เอสพีเอส (SPS) ก็คือมาตรการด้านสุขอนามัยพืชและสินค้านั้น ซึ่งยังมีปัญหาอยู่ก็สามารถที่จะเอื้ออํานวยต่อการนําเข้า ส่งออกสินค้าข้าว สินค้าผลไม้ ได้เปึนอย่างดีขึ้น ในส่วนนี้เองผมก็ต้องเรียนว่าในการที่เราจะเป่ดทําความตกลงในเรื่อง ความตกลงด้านเศรษฐกิจนั้นจะมีสาขาที่กระผมได้เรียนแล้วว่า ๑ ในสาขานั้นนอกจาก โลจิสติกส์ก็คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปึนความจริงครับ ในอดีตเราขายข้าวเปึนตันมานานแล้ว เราก็ภูมิใจว่าเราเปึนแชมปีโลกของการส่งออกข้าว เปึนอันดับ ๑ ของโลกมาเปึนเวลา ๒ ทศวรรษเปึนอย่างน้อย แต่ชาวนายังยากจนอยู่ และบรรดาสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีหัวใจ ให้กับบรรดาเกษตรกรเปึนหลักนั้น ก็ได้รับการร้องเรียนทั้งข้าวและพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ วันนี้ภายใต้ข้อริเริ่มของท่านนายกรัฐมนตรีและความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เราได้ริเริ่ม นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ข้าวจากขายเปึนตันต่อไปก็จะขายเปึนกิโลกรัมให้มากขึ้น จากกิโลกรัมก็ขายเปึนกรัมให้มากขึ้น หมายความว่าอย่างไร สัดส่วนวันนี้การส่งออกข้าว ที่เปึนเมล็ด เปึนผลผลิตดั้งเดิมยังคงเดิมร้อยละ ๙๔ เรามีการแปรรูปเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่วนใหญ่เปึนการแปรรูปในลักษณะปฐมภูมิ ก็คือ การเปึนแค่เพียงแปังข้าวเจ้า วันนี้ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การลดจากขาย เปึนตันเปึนกิโลกรัมคือสร้างระบบของการบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า ทําแบรนดิง (Branding) แพคเกจิง (Packaging) ใหม่ ๒. คือการเปลี่ยนจากกิโลกรัมเปึนกรัม ก็คือ การทําให้เปึนอาหาร ซึ่งขณะนี้นโยบายในการทําครีเอทีฟ ไรซ์ (Creative rice) ได้เดินหน้าไปไกล พอสมควรแล้ว ทั้งในระดับในประเทศและการไปเดินสายโรด โชว์ (Road show) ในต่างประเทศ ตรงนี้ก็เรียนท่านสมาชิกเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่าความคิดเห็นท่านถูกต้อง เราเห็นปัญหาตรงกัน แต่ในอดีตเรายังไม่ได้มีข้อริเริ่มใหม่ ๆ ในเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ทั้งภายในและต่างประเทศ วันนี้รัฐบาลนี้โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีก็แต่งตั้งโดยมติ คณะรัฐมนตรีให้ผมเปึนประธานบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็กําลังขับเคลื่อน แล้วก็ต้องขอบคุณรัฐสภาที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด
ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตทั้งหลายนั้น กระผมจะนําความเห็น ข้อสังเกตทั้งในด้านเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เพราะล้วนแล้วแต่เปึนเจตนาที่ดีของท่านทั้งสิ้น ในการที่กระทรวงพาณิชย์จะได้นําไปใช้ในการเจรจาต่อไปนะครับ แล้วก็ถือได้ว่า กรอบการเจรจาวันนี้ก็จะเปึนอีกก้าวหนึ่งที่จะเป่ดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรของเราสามารถที่จะ ส่งออกสินค้าข้าว สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ รวมทั้งสินค้าด้านผลไม้ไปสู่ประเทศจีน โดยผ่านประตูฮ่องกงได้มากขึ้น ขอบคุณครับ