รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ยืนยันจุดยืนในการดำเนินการ โดยเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยที่มีเอ็มโอยูและกลไกเจบีซี และยืนยันว่าประเทศไทยและกัมพูชาได้ตกลงใช้กระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงในเรื่องของการนําเอาผลการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา แล้วก็ชี้แจงเพื่อนสมาชิกซึ่งได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นไปแล้วค่อนข้างที่จะ ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ แต่ว่าโดยที่เรื่องนี้เปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทั้งเพื่อนสมาชิก ทั้งพี่น้องประชาชน และในช่วงที่ผ่านมาก็มีการให้ข้อมูลจากหลาย ๆ ฝ์าย ซึ่งอาจจะทําให้ เกิดความสับสน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือที่เกี่ยวข้องกับจุดยืนของรัฐบาลในการดําเนินการ ผมจึงขอใช้เวลาของสภาเพื่อที่จะทําความเข้าใจในเรื่องนี้ โดยข้อเท็จจริงแล้วอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องทํานองอย่างนี้เราไม่ค่อยอยากที่จะอภิปรายกันมาก จนเกินไป ยกเว้นจะเปึนการอภิปรายในลักษณะของการประชุมลับ เพราะต้องเข้าใจ นะครับว่าทุกคําพูดที่เราพูดกันอยู่ที่นี่ในที่ประชุมแห่งนี้ทางฝ์ายประเทศกัมพูชาก็รับทราบ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนเท่าที่จะดําเนินการได้ในการประชุมเป่ดเผย เพื่อทําความเข้าใจเมื่อสมาชิกเห็นว่าควรจะประชุมเป่ดเผย ผมอยากจะเท้าความนิดหนึ่ง เพราะมักจะมีการพูดว่าการดําเนินการของรัฐบาลสอดคล้องกับจุดยืนในวันที่ตัวผม หรือหลาย ๆ ท่านไม่ได้เปึนรัฐบาลหรือไม่ ผมกราบเรียนยืนยันว่าการดําเนินการทุกอย่าง ที่ทําอยู่ในขณะนี้สอดคล้องตรงกับแนวทางซึ่งกระผมเคยแสดงความคิดเห็นไว้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ผมดํารงตําแหน่งผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่อยากจะทําความเข้าใจเปึนอย่างนี้ครับ รัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดินปลายป้ ๒๕๕๑ ต้นป้ ๒๕๕๒ ไม่ได้เริ่มต้นจากสุญญากาศหรือกระดาษเปล่า เริ่มต้นจากการที่เรามีโจทย์ที่จะต้องแก้ไขเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย จากปัญหาที่มันทับถมกันมาหรือมีความสลับซับซ้อนกันมา ประการแรกก็คือว่าในป้ ๒๕๕๑ ท่านทั้งหลายก็คงจะจําได้ว่ามีการไปดําเนินการเจรจาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศกัมพูชา ต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก ปรากฏว่าขณะนั้นมีการไปลงนาม ในแถลงการณ์ร่วม ซึ่งต่อมาแม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะบอกว่าเปึนโมฆะ แต่ว่าคณะกรรมการมรดกโลกนั้นก็ได้ยอมรับให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ไปเมื่อป้ ๒๕๕๑ เพียงแต่ว่ามีเงื่อนไขว่าทางประเทศกัมพูชานั้นจะต้องมีการนําเสนอ ในเรื่องของแผนการบริหารจัดการพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลก สิ่งที่เปึนความวิตกกังวลสําหรับพวกเราทุกคนมาตลอดก็คือว่าเราไปรับรองแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่เรียกกันนี่ ซึ่งเปึนแผนที่ที่ประเทศกัมพูชาใช้ในวันที่มีการฟัองคดีไปยังศาลโลก เรื่องปราสาทพระวิหารหรือไม่ อย่างไร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแถลงการณ์ร่วมเปึนโมฆะ รัฐบาลไทยได้มีการแจ้งไปยังรัฐบาลกัมพูชาว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเปึนโมฆะ เราไม่ถือว่า เปึนสิ่งที่มีผลใช้มาตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันครับ เมื่อวันที่มีการเสนอกรอบการเจรจาตามที่ เรากําลังพิจารณาผลการเจรจาอยู่ในขณะนี้ก็มีการแนบเอาแผนที่ฉบับดังกล่าวเข้ามา ผมในฐานะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายคัดค้าน แล้วก็ได้มีการพูดคุยกับทาง เจ้าหน้าที่และรัฐบาลในขณะนั้น แล้วก็ต้องขอบคุณรัฐบาลในขณะนั้นว่าได้มีการขอถอน แผนที่ฉบับดังกล่าวออกไปจากกรอบการเจรจา เพราะฉะนั้นเบื้องต้นนี่นะครับ อยากจะกราบเรียนว่า ไม่มีเรื่องของแผนที่เข้าไปอยู่ในเรื่องของกรอบการเจรจา เพราะในวันที่เสนอผ่านที่ประชุม เดือนตุลาคม ๒๕๕๑ นั้นรัฐบาลที่ได้นําเสนอเข้ามาได้ถอนแผนที่ออกไป ปัญหาก็มาเปึน อย่างนี้ครับ เมื่อช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ หลังจากที่เรื่องนี้มีความตึงเครียด มากยิ่งขึ้น ทั้ง ๒ ฝ์ายก็ได้มีการวางกําลังทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่ พร้อม ๆ กับปัญหา ที่มันยืดเยื้อเรื้อรังมาโดยตลอดก็คือการมีชุมชน ตลาด และบุคคลซึ่งเข้าไปอยู่ในวัด ในบริเวณพื้นที่ซึ่งเราถือว่าเปึนเขตแดนของเรา นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลชุดนี้รับมาครับ ถามว่า เปัาหมายของรัฐบาลคืออะไร ประการแรก เราไม่ต้องการให้เงื่อนไขของการขึ้นทะเบียน มรดกโลกนําไปสู่การใช้การบริหารจัดการพื้นที่ แล้วที่สุดก็เอามาอ้างว่าเปึนเรื่องของ อธิปไตย อันนี้คือโจทย์ที่เปึนข้อสําคัญมากนะครับ เพราะถ้าหากว่ามีการรุกคืบไปบริหาร จัดการพื้นที่ซึ่งเราถือว่าอยู่ในฝัืงเรา วันข้างหน้าเราก็จะมีปัญหาเหมือนกับวันที่เราแพ้คดี ในศาลโลกว่าเราไปยอมรับหรือไม่ให้มีการดําเนินการบริหารจัดการตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านจะเห็นว่าการดําเนินการของรัฐบาลในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ทั้งในป้ ๒๕๕๒ และในป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลไทยจึงได้มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าทําอย่างไรอย่าให้คณะกรรมการ มรดกโลกอนุมัติแผนของการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งทั้ง ๒ ป้ที่ผ่านมาที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา รับหน้าที่ เราประสบความสําเร็จอยู่ในขณะนี้ในการไม่ให้มีการนําเสนอเรื่องนั้นเข้าสู่ การพิจารณาของที่ประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก แต่เรื่องมันยังไม่หายไปไหนครับ เรื่องมันก็ยังค้างอยู่ที่สํานักงานของมรดกโลกนั่นแหละ และในเดือนมิถุนายนที่จะถึงต่อไปนี้ ก็จะต้องมีความพยายามในการนําเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกอีก ถามว่าประเทศไทยจะมีแนวทางในการคัดค้านทัดทานอย่างไร ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ นี่ครับ สิ่งหนึ่งที่เราอ้างได้ก็คือว่าการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องของทางฝ์ายประเทศกัมพูชาล่าช้ามาก ไม่เปึนธรรมกับคณะกรรมการมรดกโลก ไม่เปึนธรรมกับฝ์ายเรา ซึ่งขณะนี้สามารถได้รับเลือก เข้าไปเปึนหนึ่งในคณะกรรมการแล้วด้วย ตรงนี้ก็มีการรับฟังระดับหนึ่งครับ แต่สิ่งที่สําคัญกว่า ก็คือการที่เราจะคัดค้านเรื่องนี้ สิ่งที่มีน้ําหนักมากที่สุดก็คือว่าเราต้องการที่จะให้มี การแก้ไขปัญหาในเรื่องของการจัดทําหลักเขตแดนให้เรียบร้อยเสียก่อน ผมขอย้ําว่า การจัดทําหลักเขตแดนนะครับ บางทีเราใช้ภาษากันหลวม ๆ เราไปคิดว่าเปึนการปักปัน ประเทศไทยถือว่าการปักปันเรียบร้อยไปแล้วดังที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ ก็คือเราถือว่า เปึนการใช้สันปันน้ํา แต่การที่ดําเนินการในขณะนี้คือการจัดทําหลักเขตแดนให้เปึนไปตาม แนวปักปันที่ได้มีการตกลงกันไว้ในสมัยโน้น ตรงนี้ครับถึงเกี่ยวข้องกับเจบีซีและเอ็มโอยู ที่มีหลายฝ์ายเรียกร้องว่าเอ็มโอยูทําให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานให้เห็นว่าเรากําลังใช้ประโยชน์จากกระบวนการเอ็มโอยูและเจบีซีอย่างไร

ประเด็นแรกครับ การที่เรามีเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ และมีกลไกเจบีซีนี่ครับ ทําให้ประเทศกัมพูชาเองซึ่งลงนามในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ตามกระบวนการของการจัดทํา หลักเขตแดน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปราสาทพระวิหารนะครับแต่ตลอดแนว ต้องยอมรับ ต่อประชาคมโลกว่าเรื่องเขตแดนยังไม่เรียบร้อย เอกสารที่กัมพูชาพยายามเสนอในเรื่อง ของมรดกโลกในขณะนี้ครับ ถ้าพูดคร่าว ๆ ก็คือพื้นที่ทางทิศเหนือกับทิศตะวันตก ของตัวปราสาท ประเทศกัมพูชายอมรับเลยว่ายังไม่สามารถระบุอะไรได้ เพราะต้องรอ กระบวนการของการดําเนินการตามกรอบของเจบีซีและเอ็มโอยู ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าถ้าวันนี้ประเทศไทยไม่มีเอ็มโอยู ถ้าวันนี้ประเทศไทยไม่ใช้กลไก เจบีซี ประเทศกัมพูชาเดินหน้าแน่นอนในการที่จะทําเสนอแผนต่าง ๆ โดยอิงแผนที่ของ ตัวเองฝ์ายเดียว ซึ่งแน่นอนเราต้องไปโต้แย้งครับ แต่การโต้แย้งมีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะเราไม่รู้ว่าคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งประกอบไปด้วยประเทศนับสิบประเทศนี่ครับ เขาจะให้น้ําหนักกับฝ์ายไหนอย่างไร แต่เมื่อมีเอ็มโอยูที่ผูกพันประเทศกัมพูชาอยู่ว่าตรงนี้ คุณยังอ้างอะไรไม่ได้ นั่นคือเหตุผลหนึ่ง ซึ่งทําให้การเสนอแผนการบริหารจัดการมรดกโลก ของประเทศกัมพูชานี่ยากที่จะมีความสมบูรณ์ได้ นี่ประเด็นที่หนึ่งครับ

ประเด็นที่สอง ที่เอ็มโอยูกําลังมีประโยชน์กับเราอย่างมากครับ ก็คือว่า เมื่อมีการดําเนินการพยายามบริหารจัดการในพื้นที่บริเวณนั้น และมีความพยายามดึงเอา ยูเนสโก ผู้แทนของประเทศต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าเราถือว่า ออกมานอกปราสาทนี่ต้องขออนุญาตจากเรา ความพยายามที่จะมีการร้องว่าประเทศไทยนั้น ไม่อํานวยความสะดวก ไม่เคารพต่อกระบวนการของนานาชาติ มันก็มีความพยายาม อยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ซึ่งก็มีอยู่ประปราย เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ก็ครั้งหนึ่ง เดือนเมษายน ๒๕๕๒ ก็อีกครั้งหนึ่ง ก็จะมีความพยายาม ของประเทศกัมพูชาในการที่จะร้องไปยังกลไกของสหประชาชาติ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเมื่อทราบว่ามีความพยายามที่จะร้องอย่างนี้ไปทุกครั้งก็จะแจ้งให้ทางสหประชาชาติ ได้ทราบว่าปัญหาความขัดแย้งหรือความตึงเครียดบริเวณดังกล่าว สหประชาชาติ ไม่ต้องเปึนห่วง เพราะรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชานั้นมีข้อตกลงที่เปึนบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันในการที่จะคลี่คลายปัญหานี้อยู่ และมีกลไกคือเจบีซีในการที่จะเจรจาเรื่องนี้อยู่ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณ ๒-๓ เดือนที่แล้วมีข่าวว่าท่านเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี มุน จะไปเยือนประเทศกัมพูชา ผมได้ใช้โอกาสเดินทางไปที่กรุงนิวยอร์ก เมื่อเดือนตุลาคมนี้นะครับ พบกับท่านเลขาธิการสหประชาชาติ ได้มีโอกาสอธิบายอย่างนี้ละครับ แล้วก็ถือโอกาสเชิญท่านเลขาธิการสหประชาชาติมาเยือนประเทศไทย พบกัน ก็เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่ครับ จากนั้นท่านเลขาธิการบัน คี มุน ก็เดินทางไปที่ประเทศกัมพูชา และเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมสุดยอดอาเซียนสหประชาชาติ ท่านเลขาธิการบัน คี มุน พูดในที่ประชุมของอาเซียนสหประชาชาติชัดเจนครับว่า ท่านได้เดินทางมาในภูมิภาคนี้ ได้มาเยือนประเทศไทย ได้มาเยือนประเทศกัมพูชา มีความสบายใจว่าปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ในเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถที่จะแก้ไขกันเองได้ ประโยชน์ของเอ็มโอยูและเจบีซี ไม่ให้เรื่องนี้มันลุกลามไปเปึนเรื่องที่เข้าสู่เวทีที่เรียกว่าพหุภาคีหรือเวทีนานาชาติ มีความหมายมากนะครับสําหรับการปกปัองอธิปไตยของประเทศไทย ผมไม่ไปกล่าวหา คนที่เรียกร้องให้ยกเลิกหรอกครับว่าต้องการทําให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ เปึนความเข้าใจ ที่ไม่ตรงกัน แต่ผมอยากจะทําความเข้าใจว่าที่เรายืนยันการใช้กระบวนการตามเอ็มโอยู และเจบีซีเพื่อประโยชน์ของการปกปัองอธิปไตยของประเทศไทย

ประเด็นถัดมาก็มีอยู่ว่าเมื่อจะใช้กระบวนการของเอ็มโอยูและเจบีซีแล้ว เราจะเดินอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ ก็ขอกราบเรียนประเด็นว่าแผนที่ที่ถูกระบุอยู่ในเอ็มโอยู เปึนอย่างไร กระผมก็เคยชี้แจงต่อสาธารณะไปแล้วว่าในอดีตจะเปึนอย่างไรก็แล้วแต่ แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันยืนยันว่าเราถือว่าแผนที่ระวางนี้ไม่ใช่ผลงานของคณะกรรมาธิการ ที่มีการตกลงกันในเรื่องการปักปันเขตแดน เพราะเราได้ต่อสู้เรื่องนี้ในศาลโลก แต่การเจรจาจะมีการระบุหรือไม่ อย่างไร ไม่ว่าข้อยุติจะเปึนอย่างไรจะต้องมีการทํา ข้อตกลงผ่านคณะรัฐมนตรีเสนอมายังสภาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าวันนี้สมมุติว่าเราตั้ง คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จกลับมาเราลงมติรับรองผลการประชุม แล้วไปมีข้อตกลงอะไร ไม่ใช่เลยครับ ถ้าจะมีข้อตกลงในเรื่องของการจัดทําหลักเขตแดนก็ดี ถ้าจะมีข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการวางกําลังของทหารก็ดี สภาแห่งนี้ จะต้องมาพิจารณาในอีกวาระหนึ่งครับ ผมอยากทําความเข้าใจตรงนี้ให้เกิดความมั่นใจ เพราะฉะนั้นที่อ้างว่าผมเปลี่ยนหลักการไม่ยึดสันปันน้ําบ้าง พยายามที่จะมุบมิบเอาเรื่อง เข้ามาเพื่อตกลง ไม่เปึนความจริงแม้แต่นิดเดียวครับ แต่ทําไมเราต้องเอาเรื่องนี้เสนอเข้ามา ผมก็กราบเรียนต่อไปครับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเสนอเข้ามานะครับ นี่ประชุมกันมา ๒-๓ ครั้ง ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ แล้วช่วงที่เรามีปัญหากับประเทศกัมพูชาก่อนหน้านี้รัฐบาลก็เคยถอนไป อีกครั้งหนึ่งแล้วก็เสนอกลับเข้ามา ไม่ได้เสนอเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือวันนี้นะครับ เสนอมาเปึนเดือนแล้วครับ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็เชิญผู้แทนของภาคประชาชน มาพบผมที่ห้องก่อนการที่จะประชุม แล้วผมบอกว่าวันนี้ก็คือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีกษิตจะเสนอเรื่องนี้ต่อสภา ผมไม่ได้เคยพูดเลยนะครับว่าจะไม่เสนอ ผมบอกจะเสนอครับ คนที่อยู่หลายคนเปึนพยานได้ในห้องทํางานผมครับ เพียงแต่ ผมบอกว่าถ้าเปึนไปได้เสนอเสร็จยังไม่ต้องอภิปรายก็ได้ถ้ากลัวว่าจะรีบร้อนกันเกินไป เพราะผมก็คาดว่ามีข้อตกลงซึ่งอยู่ในระเบียบวาระของสภาถึง ๓ เรื่องก่อนที่จะถึงเรื่องนี้ คือเรื่องรถไฟ เรื่องการประชุมที่นาโงยา แล้วก็เรื่องของข้อตกลงเรื่องการค้าบริการของ อาเซียนครับ ผมก็คาดว่าเรื่องนี้ก็คงจะเข้าประมาณ ๓ โมง ๔ โมง ท่านรัฐมนตรีกษิต เสนอเสร็จก็ป่ดการประชุมแล้วก็มาอภิปรายกันวันนี้ ท่านรัฐมนตรีกษิตก็ไปรับท่านบัน คี มุน กับผมนั่นนะครับ บังเอิญท่านบัน คี มุน มาถึงสายหน่อยก็มีการหารือช่วงประมาณเที่ยง รับประทานอาหารประมาณบ่ายโมง ท่านก็อยู่กับผมครับ จนกระทั่งท่านถูกตามตัวไป จากสภาเพราะข้อตกลงเรื่องอื่น ๆ มันเร็วกว่าที่คิดครับ ผมก็ยังแปลกใจว่าท่านลุกออกไปไหน เมื่อมาถึงที่นี่ก็ทราบว่ามีการอภิปรายไป ท่านประธานชัยถามผมว่าจะป่ดอภิปรายหรือไม่ ให้ท่านบอกไหมว่าหมดผู้อภิปรายแล้ว ให้ป่ดอภิปราย ผมยังบอกท่านประธานเลยว่าขอความกรุณาอย่าถือว่าได้ป่ดอภิปรายแล้ว เพราะถ้าหากว่ายังติดใจเรื่องอะไร อย่างไรกัน ผมเป่ดโอกาสให้มาพูดกันในวันนี้ได้ครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าที่ไปกล่าวหาว่าผมผิดคําพูด ผมรีบร้อนอะไร ไม่เปึนความจริง เลยครับ เรื่องราวทั้งหมดเปึนอย่างนี้ แล้วถามว่าทําไมเรายังต้องเดินหน้าตรงนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าหลังจากที่เรามีปัญหาความตรึงเครียดกับทาง ประเทศกัมพูชา ต่อมาความสัมพันธ์ก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนะครับ ผมก็มีโอกาสพบ ท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ๓ ครั้งในรอบประมาณเดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมาที่นิวยอร์ก ที่บรัสเซลส์ แล้วก็สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ที่กรุงฮานอย ผมอธิบายให้ฟังว่าปัญหาในเรื่องนี้ มีความละเอียดอ่อนและประเทศไทยมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ต้องดําเนินการ วันนี้ท่านยอมรับ ท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซนยอมรับว่าวันนี้มันอยู่ที่กระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ไม่ได้ติดใจว่าเราไม่เจรจาหรือไม่ดําเนินการตามกรอบ ของทวิภาคี ช้า เร็ว สภาว่าอย่างไรผมก็ไปอธิบายครับ แต่เราก็ต้องมีความจริงใจ ตามสมควรที่จะใช้กลไกนี้ครับ เพราะถ้าเราไม่มีความจริงใจในการที่จะใช้กลไกนี้ วันหนึ่ง เขาก็ย้อนกลับไปที่นานาชาติอีกครับว่าที่บอกว่ามีข้อตกลง มีกลไก ๒ ฝ์ายกันนี้ประเทศไทย ไม่ใช้จริง ผมจึงบอกว่ากระบวนการมันเดินครับ เราต้องเดินครับ แต่ท่านมั่นใจได้นี่ครับว่า เมื่อไรก็ตามเราเสียเปรียบข้อตกลงที่จะไปตกลงท่านก็ไม่รับรองก็แค่นั้นเองครับ แต่เรา ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความจริงใจในการใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหา เปึนกลไกทวิภาคีที่ประเทศกัมพูชาผูกมัดตัวเองไว้แล้วด้วยครับ ส่วนในรายละเอียด ผมก็กราบเรียนได้เลยนะครับว่า ถามว่าทั้ง ๒ ประเทศอยากให้ทหารเผชิญหน้ากันอย่างนี้ไหม ไม่มีประเทศเพื่อนบ้านไหนหรอกครับอยากให้ทหารเผชิญหน้าแล้วมีความเสี่ยงต่อ การปะทะกัน แต่ผมก็ได้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซนชัดเจนครับว่าพื้นที่ขณะนี้ มันพูดเฉพาะเรื่องทหารไม่ได้ ต้องพูดเรื่องชุมชน ต้องพูดเรื่องตลาด ต้องพูดเรื่องวัด ควบคู่กันไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังดําเนินการทั้งหมดนี่ครับ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิก ได้สบายใจ พี่น้องประชาชนได้สบายใจ รัฐบาลนี้ยืนยันที่จะปกปัองประโยชน์และอธิปไตย ของประเทศ รัฐบาลนี้ต้องการที่จะให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเปึนความสัมพันธ์ที่ดี เพราะเปัาหมายสุดท้ายก็คือต้องการให้ประชาชนทั้ง ๒ ฝัืงสามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างสันติอย่างสงบ และพื้นที่ตรงนั้นซึ่งเปึนพื้นที่ที่มีศักยภาพก็ควรจะเปึนพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ ให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา วันนี้ผมไม่ขัดข้องหรอกครับที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อให้เกิดการพิจารณาที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่อยากจะ กราบเรียนว่าที่รัฐบาลยืนยันเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ที่รัฐบาลยืนยันกลไกของเจบีซี เพื่อที่จะให้ เรื่องนี้เปึนเรื่องทวิภาคีต่อไปและรัฐบาลยืนยันว่าเมื่อเปึนเรื่องทวิภาคีเราก็จะใช้กลไกนี้ ปกปัองประโยชน์ของประเทศอย่างดีที่สุด ไม่มีกรณีใด ๆ ที่รัฐบาลนี้เสนออะไรเข้ามา เพื่อขายชาติ เพื่อสูญเสียดินแดนอย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณครับ