รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา โดยกล่าวถึงการเจรจาเขตแดนไทย-กัมพูชา และการยืนยันว่าประเทศไทยยึดถือการใช้สันปันน้ำเป็นแนวทางในการดำเนินเรื่องเขตแดน และปฏิเสธไม่ยอมรับการใช้แผนที่ระวางดงรัก และยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ให้การอนุญาตหากการดำเนินการของไอซีซีล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้อภิปรายให้ข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ ซึ่งได้มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวางเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ กระผมตระหนักดีกว่าประเด็นปัญหา เขตแดนไทย-กัมพูชาเปึนเรื่องสําคัญและประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ขอเรียนว่า ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พยายามชี้แจงให้ข้อมูลข่าวสารตามช่องทาง ต่าง ๆ แก่ประชาชน คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สื่อมวลชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคมมากที่สุดเท่าที่จะกระทําได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การดําเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้ได้รับความฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน กระผม ขอเรียนว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เปึนเครื่องมือที่ไทยกับกัมพูชาใช้ในการดําเนินการเรื่อง เขตแดนระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ เพื่อหาว่าเส้นเขตแดนที่สยาม-ฝรั่งเศสได้ตกลงกันไว้ เรียบร้อยในอดีตว่าอยู่ที่ใด กระผมหมายถึงตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ และป้ ค.ศ. ๑๙๐๗ ดังนั้นเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จึงไม่ใช่ความตกลงเพื่อปักปันเขตแดน หรือเพื่อกําหนด หรือแบ่ง เขตแดนกันใหม่ นอกจากนี้เอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ ยังเปึนกรอบของทั้ง ๒ ฝ์ายที่เสนอว่า จะใช้เอกสารใดบ้าง ดังนั้นเมื่อเปึนการเจรจาทวิภาคีทั้ง ๒ ฝ์าย จึงเสนอเอกสารหลักฐาน ที่ฝ์ายตนเชื่อว่าเปึนหลักฐานสําคัญ แม้เอ็มโอยูจะมีการกําหนดแผนที่ระวางดงรัก มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เปึนหนึ่งในเอกสารตาม ข้อ ๑ (ค) ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ แต่ก็มิได้หมายความว่า เปึนการยอมรับว่าเอกสารดังกล่าวผูกพันฝ์ายไทยแต่อย่างใด ดังนั้นเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จึงไม่ใช่การยอมรับแผนที่ระวางดงรัก มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่เปึนเพียงเอกสารหนึ่ง ในเอกสารหลาย ๆ ฉบับที่ต้องนํามาใช้ประกอบ การพิจารณาร่วมกับเอกสารสําคัญอีก ๒ ฉบับ คือ อนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๔ พ.ศ. ๒๔๔๗ และสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.๑๙๐๗ พ.ศ. ๒๔๕๐ ซึ่งอาจเทียบเคียงได้กับกระบวนการในศาลกรณีการเสนอพยาน หรือหลักฐานที่ทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถเสนอได้ แต่มิได้หมายความว่าจะผูกมัดฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ให้ต้องยอมรับพยานหรือหลักฐานนั้น หรือยอมรับความถูกต้องของพยานหรือหลักฐานนั้น โดยในการดําเนินการตามเอ็มโอยูทั้ง ๒ ฝ์ายจะต้องมีการดําเนินการสํารวจภูมิประเทศจริง การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ คือภาพถ่ายทางอากาศมาตรวจสอบ ประกอบเอกสารต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพ เขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณปราสาทนี้ ถูกกําหนดขึ้นโดยสนธิสัญญา ๒ ฉบับ คือ อนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๗ ซึ่งกําหนดให้เขตแดนในบริเวณปราสาทพระวิหารเปึนไปตามสันปันน้ํา บนเทือกเขาดงรัก และให้ตั้งคณะกรรมการผสมสยาม-อินโดจีน-ฝรั่งเศส ร่วมปักปัน เขตแดนที่แน่ชัด ในคดีปราสาทพระวิหารศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่ตัดสินในประเด็น เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหาร และโดยที่ศาลได้จํากัดขอบเขต ของการพิจารณาคดีนี้ว่าศาลจะไม่พิจารณาพิพากษาในประเด็นเส้นเขตและสถานะ ทางกฎหมายของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ประเทศไทยจึงมีข้อโต้แย้งตามหลักกฎหมาย ระหว่างประเทศและทางเทคนิคที่สนับสนุนการใช้หลักสันปันน้ําเปึนเส้นเขตแดน ตามตัวบทสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ ซึ่งรัฐบาลก็ได้ยึดถือการใช้สันปันน้ําเปึนแนวทาง ในการดําเนินเรื่องเขตแดน และปฏิเสธไม่ยอมรับการใช้แผนที่ระวางดงรัก ซึ่งเปึนหนึ่ง ในชุดแผนที่ระวาง ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ มาโดยตลอด เนื่องจากแผนที่ดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงคือไม่เปึนไปตามสันปันน้ํา และไม่สามารถนํามาปรับใช้กับภูมิประเทศจริงได้ การกําหนดท่าทีของฝ์ายประเทศไทย สําหรับการเจรจาเขตแดนไทย-กัมพูชา เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งจะรักษา ความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการทําให้เส้นเขตแดนมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ลดการเผชิญหน้าทางทหาร โดยคํานึงถึงกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศส โดยการดําเนินการของส่วนราชการ รวมทั้งการดําเนินการในกรอบเจบีซี ก็ได้ดําเนินการตามนโยบายดังกล่าวและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กระผมขอยืนยันว่า การดําเนินการใด ๆ ในเรื่องนี้จะยึดถือผลประโยชน์ของชาติเปึนสําคัญ และการดําเนินการ อย่างโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ และจะไม่ยอมให้มีการสูญเสียดินแดนหรืออธิปไตย ของชาติแต่อย่างใด

ท่านประธานที่เคารพ ตามที่สมาชิกรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับ การไม่คงกําลังทหารในร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน บริเวณปราสาทพระวิหารและอาจจะเสียเปรียบฝ์ายประเทศกัมพูชานั้น ขอเรียนว่า การเจรจาระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร เปึนการดําเนินการเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างทหารทั้ง ๒ ฝ์าย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เปึนกลไกแก้ไขข้อพิพาทในพื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหารเปึนการชั่วคราว ในระหว่างที่การดําเนินการในเรื่องเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ โดยเปึนการดําเนินการตามกรอบ การเจรจาที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของทั้ง ๒ ฝ์ายได้มอบให้ประธานเจบีซีของแต่ละฝ์ายเจรจากัน แต่จนถึงขณะนี้การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงยังมิได้ นําร่างข้อตกลงชั่วคราวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้เนื้อหาของร่างข้อตกลง ชั่วคราวเปึนไปตามกรอบความตกลงชั่วคราวที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนที่ คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะเข้ารับหน้าที่ โดยเปึนการเห็นชอบ ๔๐๙ เสียง และไม่เห็นชอบ เพียง ๑๗ เสียง คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วว่าสาระของร่างข้อตกลงชั่วคราวมีเนื้อหา ที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประชาชนจึงได้ดําเนินการในเรื่องนี้ต่อ แต่ปัจจุบันก็ยังมี ข้อติดขัดบางประการ ขณะนี้สถานะของข้อตกลงชั่วคราวยังเปึนเพียงร่างเอกสาร ที่ยังไม่เปึนที่ยุติซึ่งจะต้องเจรจากันต่อไป และเมื่อสามารถตกลงกันได้แล้วก็จะต้องนํา ร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อนําเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ อีกครั้ง ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและข้อตกลงชั่วคราวจะมีผลใช้บังคับ ในวันที่ที่มีการแลกเปลี่ยนหนังสือแจ้งภาคีแต่ละฝ์ายว่าได้ดําเนินการตามกระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญของตนเสร็จสิ้นแล้ว ต่อข้อซักถามเรื่องการไม่คงกําลังทหารเปึนผลเสีย กับประเทศไทยหรือไม่ ข้อตกลงชั่วคราวเปึนมาตรการลดความตึงเครียดบริเวณปราสาท พระวิหารโดยหลีกเลี่ยงการปะทะกันและการใช้กําลัง คืนความสันติสุขให้แก่ประชาชน ตามแนวชายแดนและใช้การปรึกษาหารือระหว่างคู่ภาคีในระหว่างการรอการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนทางบกภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ให้แล้วเสร็จ หากร่างข้อตกลงชั่วคราวมีผลบังคับใช้การไม่คงกําลังทหารดังกล่าว เปึนการแสดงให้เห็นว่ากลไกการเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศ กัมพูชาเปึนไปด้วยดีและบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่มุ่งมั่นจะแก้ปัญหาข้อพิพาท เขตแดนในบริเวณปราสาทพระวิหารด้วยสันติวิธีและเปึนไปอย่างฉันมิตร ดังนั้นการที่ ทั้ง ๒ ฝ์ายคือทั้งฝ์ายประเทศไทยและฝ์ายประเทศกัมพูชาไม่คงกําลังไว้ในพื้นที่ไม่ได้เปึน การทําให้เสียดินแดนหรืออธิปไตยแต่อย่างใดในพื้นที่ที่ประชิดปราสาท และฝ์ายประเทศไทย ก็ไม่ได้สูญเสียความสามารถในการปกปัองดินแดนภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย และประเทศไทยก็ได้ประท้วงกิจกรรมต่าง ๆ ของประเทศกัมพูชาบริเวณพื้นที่ประชิด ปราสาท เพื่อยืนยันอธิปไตยของประเทศไทย ทั้งนี้ผลของการประท้วงในทางกฎหมาย ระหว่างประเทศมีนัยแสดงถึงการไม่ยอมรับอํานาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา สําหรับ การถอนชุมชนนั้นขอเรียนว่าเมื่อร่างข้อตกลงชั่วคราวมีผลบังคับใช้ ข้อ ๔ ของร่างข้อตกลง ชั่วคราวกําหนดพื้นที่ให้อยู่ในสภาพพร้อมสําหรับการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ซึ่งหมายถึงให้รื้อถอนชุมชนและสิ่งปลูกสร้างออกไปพร้อมกับการไม่คงกําลังทหาร จึงขอยืนยันว่าร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้จะต้องรวมเงื่อนไขเกี่ยวกับการถอนชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง ออกไปด้วย

ต่อคําถามเรื่องการไม่คงกําลังทหารในพื้นที่เปึนผลดีกับประเทศกัมพูชา ในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก ขอเรียนว่าพื้นที่กันชนสําหรับ การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก บัพเฟอร์ โซน (Buffer zone) ที่ประเทศ กัมพูชาเสนอไม่รวมพื้นที่ซึ่งเปึนข้อพิพาทด้านเขตแดนกับประเทศไทย และระบุด้วยว่า การกําหนดเขตกันชนจะกําหนดตามผลของการจัดทําหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการสํารวจจัดทําหลักเขตแดนภายใต้ การดําเนินงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ประเทศสมาชิก คณะกรรมการมรดกโลกต้องรอผลการสํารวจจัดทําหลักเขตแดนภายใต้การดําเนินการ ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เพื่อประกอบการพิจารณาการขึ้นทะเบียน มรดกโลก

ประเด็นมรดกโลกต่อข้อถามเกี่ยวกับไอซีซี (ICC) จะสามารถเข้ามาจัดการ พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ขอเรียนยืนยันว่าการดําเนินการใด ๆ ของประเทศกัมพูชา และยูเนสโก (UNESCO) รวมทั้งไอซีซี หากจะออกมานอกตัวปราสาทหรือเข้ามาในพื้นที่ ของประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากประเทศไทยก่อน ดังนั้นจึงวางใจได้ว่าการดําเนินการ ของไอซีซีจะไม่ล่วงล้ําเข้ามาในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งแนวทางดังกล่าวเปึนไป ตามมติของคณะรัฐมนตรี

กรณีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต่อคําถามที่ว่าท่าทีของตัวกระผม ไม่เปึนมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทําให้เกิดปัญหาในการดําเนินความสัมพันธ์ ท่านประธานที่เคารพ ตามที่สมาชิกรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการดําเนิน ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กระผมขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยและกระทรวง การต่างประเทศให้ความสําคัญเสมอมากับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศ เพื่อนบ้านบนพื้นฐานของการบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน และในการพิทักษ์รักษา ผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศไทย อันได้แก่ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของประเทศ ตลอดจนความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของไทย ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการด้วยความระมัดระวังที่จะรักษา ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันก็ปกปัองมิให้ประเทศไทย ต้องเสียประโยชน์ทั้งที่เปึนรูปธรรมและนามธรรม โดยผลที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กล่าวคือความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในระดับปกติหรือดียิ่งขึ้น ในบางส่วน ที่เคยเปึนปัญหาก็มีการปรับตัวในเชิงบวก ซึ่งสะท้อนว่าการดําเนินการของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศดําเนินมาในทิศทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิผล ท่านประธาน ที่เคารพ จากปัญหาข้อพิพาทเขตแดนที่ผ่าน ๆ มาแสดงให้เห็นว่าการมีเส้นแดนที่ชัดเจน ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนชาวไทยผู้เปึนเจ้าของประเทศ เส้นเขตแดนที่ชัดเจน จะช่วยปัองกันและระงับความขัดแย้งตามชายแดนที่เกิดจากปัญหาเขตแดน ลดปัญหา สภาพความตึงเครียดระหว่างประเทศทั้งสอง ส่งเสริมให้สาธารณชนไทยโดยเฉพาะ ประชาชนในพื้นที่สามารถได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ จากเสถียรภาพ และความปลอดภัย และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้ง ๒ ประเทศในบริเวณแนวชายแดน ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าที่ดินจะถูกรุกรานหรือตกอยู่ในข้อจํากัดใด ๆ ที่มีสาเหตุจากข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ การมีเส้นเขตแดนที่ชัดเจนจะเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและมาตรการควบคุมและปัองกันอาชญากรรม ระหว่างประเทศ เช่น การปัองกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และการปราบปราม การลักลอบขน ค้ายาเสพติด อีกทั้งยังสร้างความชัดเจนในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ์ายทหารที่จะดําเนินการปัองกันและรักษาสิทธิประโยชน์ ของประชาชนชาวไทยตามแนวชายแดนและผลประโยชน์ของชาติในด้านต่าง ๆ

ท่านประธานที่เคารพ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา จํานวน ๓ ฉบับที่เรียนเสนอขอความเห็นชอบของรัฐสภา หากได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศก็จะแจ้งยืนยันฝ์ายประเทศกัมพูชา โดยช่องทางทางการทูตให้บันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวมีผลเพื่อให้กระบวนการ เจรจาเรื่องเขตแดนและการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนในกรอบคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาดําเนินต่อไปได้ อันเปึนไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันทั้งประเทศไทย และประเทศกัมพูชาที่จะระงับข้อพิพาทเขตแดนที่มีอยู่อย่างสันติวิธี และเพื่อที่จะให้ การดําเนินงานสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา สามารถดําเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเปึนการปรับเปลี่ยนให้พื้นที่ ชายแดนเปึนพื้นที่แห่งความร่วมมือบนพื้นฐานของประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค หรืออาเซียนให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม วัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิกและการธํารงรักษาไว้ ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ท่านประธานที่เคารพ โดยที่ยังมีพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ยังมีความห่วงใย และข้อกังวลในเรื่องดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลตระหนักถึงความห่วงใยดังกล่าวรัฐบาลได้ พิจารณาแล้วเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา จํานวน ๓๐ คน โดยมีสัดส่วนของวุฒิสภาจํานวน ๑๕ คน และสภาผู้แทนราษฎร ๑๕ คน เพื่อพิจารณา และศึกษาประเด็นที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เพื่อทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน