รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ พูดถึงการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟไทยกับจีน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีจุดเริ่มต้นในการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าเท่าทันหรือเทียบเท่ากับนานาชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยร่วมมือกับประเทศจีนในการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อสร้างความสะดวกสบายและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับประชาชนในภูมิภาคอาเซียน

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือ ด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาเพื่อขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาในวันนี้ ผมรู้สึกดีใจ ที่รัฐบาลได้กรุณาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่ผมเกิดมาอายุ ๗ ขวบ เมื่อ ๔๓ ป้ที่แล้ว ผมก็ได้ยินว่าประเทศไทยมีรถไฟแล้ว รถไฟมีจุดกําเนิดมาตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๔๓ มาถึงป้ ๒๕๕๓ เปึนระยะเวลา ๑๐๐ ป้พอดี ๑๐๐ ป้แห่งกิจการ รถไฟของประเทศไทย แต่ว่าการพัฒนาทางการรถไฟนั้นไม่สามารถเจริญก้าวหน้า หรือเจริญเติบโตเพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาอย่างสะดวกได้ สาเหตุก็เนื่องจากว่า ภาครัฐไม่ให้ความสนใจกับการรถไฟที่ใช้อยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเปึนเวลา ๑๐๐ ป้ ดังนั้นการที่รัฐบาลได้เสนอร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการถไฟ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนในครั้งนี้ ถือว่าเปึนจุดเริ่มต้นนับ ๑ ใหม่นะครับ ๑๐๐ ป้ที่ผ่าน นับ ๑ ใหม่ในป้ ๒๕๕๓ ก็ถือว่าเปึนจุดเริ่มต้นที่จะมีประโยชน์ แม้ว่า ในอนาคตหลังจากที่ผ่านกรอบเจรจาความร่วมมือด้านพัฒนากิจการรถไฟระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศจีนในวันนี้ไปแล้ว แม้ว่าจะมีประชาชนต่อต้านหรือว่ามีบุคคล หลายฝ์ายไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ถือว่าเปึนเรื่องดีที่มีจุดเริ่มต้นในการที่จะพัฒนาประเทศ ให้มีความก้าวหน้าเท่าทันหรือว่าเทียบเท่ากับนานาชาติที่เขากําลังพัฒนา เพราะฉะนั้น การที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ รับทราบรายงานการปฏิบัติ ราชการในสาธารณรัฐประชาชนจีนของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพในขณะนั้น ได้ไปติดต่อเพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการที่สาธารณรัฐประชาชนจีนจะร่วมมือ กับประเทศไทยในการที่จะพัฒนากิจการรถไฟของประเทศ เพราะฉะนั้นรายละเอียด ต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาเกี่ยวกับเอกสารร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือ ด้านพัฒนากิจการรถไฟนั้นก็ถือว่าสมบูรณ์นะครับ มีโครงการสมบูรณ์ มีข้อตกลงต่าง ๆ เช่น

๒.๑ วัตถุประสงค์/เปัาหมายในการเจรจา

๑) วัตถุประสงค์

เพื่อให้รัฐบาลมีกรอบการเจรจาในการสร้างความร่วมมือด้านการ พัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอาจนําไปสู่ การกําหนดข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนากิจการรถไฟระหว่าง ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป อันนี้คือวัตถุประสงค์นะครับ

๒) เปัาหมายการเจรจา เพื่อให้ได้ข้อตกลงในการร่วมมือพัฒนากิจการ รถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เปึนประโยชน์ในภาพรวม สูงสุดของประเทศ และเปึนไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คือเปึนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ถ้าเปึนในอดีตนะครับ ในเรื่องกรอบการเจรจาต่าง ๆ ที่จะไปทําข้อตกลงกับต่างประเทศนั้นรัฐบาลสามารถทําได้เลย ไม่ต้องผ่านรัฐสภาเหมือนปัจจุบัน แต่ในอดีตที่ผ่านมาก็เกิดปัญหาประชาชนต่อต้าน ประชาชนไม่รู้เรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถือว่าเปึนเรื่องดีที่ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยเลือกตั้งมาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. นะครับ ดังนั้น ก็ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนที่จะรับทราบแล้วก็เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ก็อยู่ในดุลยพินิจของสมาชิกรัฐสภาแต่ละท่าน

ดังนั้นเส้นทางต่าง ๆ ที่กําหนดจากประเทศจีนผ่านมาประเทศลาว ผ่านมา ประเทศไทย และจะเลยไปที่ประเทศมาเลเซียหรือประเทศสิงคโปร์นั้น ผมคิดว่ามันเปึน เรื่องที่จะเปึนประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน ซึ่งประเทศจีน ก็ถือว่าเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ รถไฟในอดีตประเทศไทยของเราก็ได้นํารูปแบบ ของรถไฟมาจากประเทศอังกฤษ ระบบรางก็ใช้รางเดี่ยวก็คือความกว้างแค่ ๑๐๐ เซนติเมตร หรือว่าเท่ากับ ๑ เมตร แต่ในปัจจุบันนี้รถไฟระบบดังกล่าวนี้เขาก็ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว แล้วก็ให้ทํารางใหม่ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตร ก็ถือว่าเปึนประโยชน์สูงสุด แต่ทีนี้ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า คําว่า กิจการรถไฟ นี่เปึนรถไฟฟัาหรือรถดีเซลรางนะครับ ผมยังสงสัยว่ารัฐมนตรียังไม่ได้ ชี้แจงว่าเปึนรถไฟฟัาหรือรถไฟราง ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยใช้รถไฟดีเซลรางไม่ใช่ รถไฟฟัา แต่ว่านานาประเทศเขาใช้รถไฟฟัากันหมดแล้วนะครับ ยกตัวอย่าง ประเทศจีน ประเทศรัสเซีย ประเทศเยอรมนี ประเทศยุโรปก็ใช้รถไฟฟัาทั้งหมดเลย ผมเคยไปศึกษาดูงานที่ ประเทศจีน เคยไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ์น และประเทศไต้หวัน และประเทศในยุโรปนะครับ ก็ได้ไปนั่งรถไฟฟัาความเร็วสูง ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าประเทศไทยของเราได้รับโอกาสในการพัฒนาประเทศทางด้านกิจการรถไฟ ก็ถือว่าเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในการเดินทางด้วย รถยนต์ปัจจุบันนี้มีปัญหาหรืออุปสรรคมาก ในการเดินทางด้วยเครื่องบินก็เช่นเดียวกัน มีภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะฉะนั้นโอกาสในการที่จะพัฒนาประเทศด้วยระบบ พัฒนาทางรางรถไฟฟัา ผมว่าเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับ นั่งรถไฟจากจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามากรุงเทพมหานคร ใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมง ระยะทางแค่ ๖๐๐ กิโลเมตร แต่ถ้าหากว่ามีรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้น ก็จะใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง สามารถที่จะเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานี เข้ามาทํางานที่กรุงเทพฯ แบบเช้าไปเย็นกลับได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องดีเช่นเดียวกันนะครับ ที่ทางประเทศจีนจะได้สร้างทางรถไฟจากประเทศจีนผ่านมายังประเทศลาว แล้วก็ มาเชื่อมทางรถไฟของไทยที่จังหวัดหนองคาย แล้วก็จะผ่านเข้ามายังกรุงเทพฯ แล้วก็ ล่องลงไปทางภาคใต้ไปประเทศมาเลเซีย ไปประเทศสิงคโปร์ ฉะนั้นโอกาสที่จะพัฒนา ก็จะทําให้ประชาชนหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็ได้รับผลประโยชน์จาก การท่องเที่ยว โดยที่บุคคล ที่จะใช้จ่ายในเรื่องค่าเครื่องบินก็จะลดค่าใช้จ่ายลงไป ในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลา ในการเดินทางด้วยรถยนต์ก็จะลดลงไป เพราะว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้นมีสูงมากกว่า รถไฟ ดังนั้นกรอบการเจรจาในเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศจีนตามที่รัฐบาลเสนอมานั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไปกู้เงิน มาสร้างก็ตามการกู้เงินเพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ประชาชนไม่ว่า ผมก็ได้สอบถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยมีความยินดีที่จะให้ รัฐบาลได้ดําเนินการก่อสร้างปฏิรูประบบรถไฟเสียใหม่ แต่รถไฟระบบเก่าก็ให้คงไว้ เหมือนเดิม ใช้ในการบรรทุกขนสินค้า ใช้เปึนรถท่องเที่ยวภายในประเทศได้ แต่รถไฟ อันใหม่ก็ควรจะทําราง ไม่ว่าจะทําเปึนรางคู่หรือว่าตามพื้นดินหรือว่าจะยกระดับขึ้นสูง ลอยฟัาก็ได้นะครับ เพราะว่าการพัฒนากิจการรถไฟไม่ใช่จะยืมเงินมาครั้งเดียวแล้วก็ไป ใช้ทําในป้เดียว มันคงเปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจาในครั้งนี้ก็ถือว่าเปึน จุดเริ่มต้นของรัฐบาล แม้ว่ารัฐบาลนี้จะหมดอายุลงไปในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ นี้ ก็ตาม ถ้ามีรัฐบาลใหม่มาแล้วรัฐบาลใหม่ก็ต้องสานงานต่อเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทั่วอาเซียนด้วย ประเทศจีนมีประชากร ๑,๓๐๐ ล้านคน ในอาเซียน ๑๐ ประเทศมีประชากรประมาณ ๖๐๐ ล้านคน ๑,๓๐๐ ล้านคน กับ ๖๐๐ ล้านคน ก็เปึน ๑,๙๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้น คนในประเทศจีนก็ดี หรือว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศ ถ้าหากว่าเดินทางเข้ามาประเทศไทย แล้วก็สามารถที่จะใช้การขนส่งทางรางไปท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ไปท่องเที่ยวใน อาเซียนได้ทั้ง ๑๐ ประเทศ โอกาสต่อไปทางประเทศกัมพูชาก็ดี ทางประเทศเวียดนาม ทางประเทศพม่าก็ดี ทางประเทศลาวก็ดี ก็จะมีรถไฟมาเชื่อมกับประเทศไทยก็จะเกิด ผลประโยชน์สูงสุดกับพี่น้อง แล้วก็ประเทศชาติสืบไปนะครับ กราบขอบคุณครับ ผมขอให้การสนับสนุนครับ