สถาพร มณีรัตน์ พูดเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ และผลกระทบต่อเกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรโคนม และเกษตรกรประมงทะเลที่อาจถูกกีดกันและถูกโจมตีจากสินค้าจากประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อข้อสังเกต ต่อคําถามที่จะต้องถามผู้ที่จะไปร่วม ในการเซ็นสัญญาเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งทั้ง ๒ ประเทศนี้ถือว่า เปึนประเทศที่แข็งแรง มั่นคงและมีประวัติศาสตร์ในการทําเกษตรกรรมก็ดี ในการทํามาค้าขายในโลกนี้ ถ้าเราอุปมาอุปไมยวันนี้เขาเปึนยักษ์ที่เข้มแข็งแข็งแรงมาก แต่เรานั้นเปึนเพียง มนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่จะไปค้าขายกับเขา เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดการต่อกรธุรกิจ ย่อมแสวงหากําไรสูงสุด สิ่งที่น่าห่วงสําหรับประเทศไทยในการที่จะไปทําเอฟทีเอ ทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านอลงกรณ์ก็รู้ดีนะครับ เมื่อตอนท่านอยู่ซีกของกระผมนั้น ท่านก็จะอภิปรายเรื่องเอฟทีเอ หอม กระเทียม เกษตรกรเดือดร้อน ไม่มีการเพิ่มศักยภาพ กองทุนเอฟทีเอไม่พัฒนา ไม่เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของพี่น้องเกษตรกร ทีนี้ตาท่านขึ้นไปนั่งข้างบนแทนพวกผมบ้าง เราต้องยอมรับว่าประเทศอื่นนั้น ประเทศจีน เราก็กังวลครับ แต่เรากังวลเชิงโครงสร้างที่ประเทศออสเตรเลียกับประเทศนิวซีแลนด์ เพราะกลุ่มประเทศนี้เขาเปึนเทคโนแครต (Technocrat) เขามีเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง มากครับ ผมเปึนห่วงเกษตรกรโคนม เปึนห่วงเกษตรกรประมงทะเล ว่าถ้าสินค้าเกษตร เหล่านี้ถาโถมเข้ามาสู่ประเทศไทย ผมถามว่ามันยิ่งกว่าน้ําป์าที่กําลังพัดพามาอีกครับ ต้องถามทางรัฐบาลว่าเรามีกําแพงปัองกันการถาโถมเข้าสู่ประเทศอย่างนี้ได้อย่างไร เราจะสามารถสร้างเขื่อนปัองกันสิ่งเหล่านี้ไม่ให้มันทะลักทะลายแล้วก็มาทําร้าย พี่น้องเกษตรกรของประเทศไทยอย่างไร ต้องชัดเจนครับ เพราะนี่คือของจริง ที่เราไป เซ็นสัญญาเอฟทีเอคือของจริงครับ ที่ไปเอาฝรั่งที่เขามีเทคโนโลยี เรามีแต่ที่จะไป ก็เป่ดร้านอาหาร อาชีพบริการ ไปฝ๊กมวยไทย ไปบีบนวด มันดูแล้วอย่างไรเขาเอามา ๔-๕ คอนเทนเนอร์เราก็ร่วงแล้วครับ เราขนคนของเราไปสู่อาชีพบริการ แล้วขณะเดียวกันนั้น ข้างในประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์นั้นการแข่งขันเขาตั้งกําแพงของเขาไว้สูง พอสมควร สําหรับคนเอเชียอย่างเราที่จะไปแข่งขันกับเขาเราได้ดีที่สุดก็คือลูกจ้างบีบนวด เปึนคนสอนมวย มันกลับมามันน้อยนิดครับเมื่อเทียบกับการที่เราเป่ดเสรีทางการค้า นมผง หางนม เนื้อ สัตว์ทะเล อาหารกระปิอง เพราะว่าเทคโนโลยีเขาดีกว่าเรา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องให้คําตอบกับเกษตรกร ให้คําตอบกับพี่น้องเราว่าถ้าเรา ไปเซ็นสัญญาเสรีแล้วมาทําร้ายกับพี่น้องเราจริงหรือเปล่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พี่น้องชาวประมง พี่น้องอาหารกระปิองมีผลกระทบหรือเปล่า เราจะได้กําไรจากส่วนไหน เมื่อเทียบกันแล้ว เพราะฉะนั้นนั่นคือสัญญาณที่จะต้องชัดเจน ในขณะเดียวกันนั้นกองทุน เยียวยาผู้มีผลกระทบกับเอฟทีเอนั้นเราจะทําอย่างไรในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ที่จะส่ง ผู้ประกอบการในประเทศไทย เช่นเปึนไปได้ไหมที่จะส่งรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยเรา ไปลงทุนที่โน่น เพื่อที่อย่างน้อยก็จะทําให้ทรัพยากรของประเทศเราไปเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันทางโน้น วันนี้เราเห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ขนสัมภาระขึ้นเครื่อง เงินทั้งนั้นครับ ไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย ไปเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ เด็กอายุ ๙ ขวบ ๑๐ ขวบ สะพายเปักันไปเปึนหมู่เปึนคณะเลยครับนั่นเงินไทยทั้งนั้น เราขนเด็กไปอยู่ที่โน่นก็ต้อง จ่ายเงินและขณะเดียวกันเขาก็เอาสินค้ามาขายให้เราก็ต้องจ่ายเงินอีก หลายทอดหลาย ต่อเหลือเกิน แล้วเราจะได้อะไรจากเขาตอนนี้ เราก็ส่งพ่อครัว ส่งข่า ตะไคร้ เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตู้คอนเทนเนอร์ ๒ ตู้คอนเทนเนอร์มันก็หมดแล้วครับ เขาก็ไม่ใช่รับประทานอาหารไทย เสียทุกมื้อครับ เพราะฉะนั้นการเป่ดเอฟทีเอเราต้องยอมรับว่าเราขาดทุนแน่ ๆ ขาดทุน ไม่พอครับจะทําให้ศักยภาพการแข่งขันเกษตรกรไทยนั้นถูกโจมตี ถูกกีดกันอีก เนื้อวัวต่างประเทศมันก็ถูกครับ วันนี้ในตลาดสดเครื่องในก็เปึนของประเทศออสเตรเลีย ของประเทศนิวซีแลนด์หมดเลยครับ เครื่องในสัตว์ ปลาหมึกที่อยู่ในโชว์รูมหรืออยู่ใน ห้างสรรพสินค้าก็มาจากประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ทั้งนั้น และแปลกครับ สังคมไทยพอของเหล่านี้มานิยมรับประทานทานกันครับ ไม่รู้เปึนอะไร เงินทั้งนั้นครับ ที่เราจะต้องจ่ายให้ประเทศออสเตรเลีย ต้องจ่ายให้ประเทศนิวซีแลนด์ ใครได้กินหมึก จากประเทศนิวซีแลนด์ ปลาน้ําลึกอร่อยมีวิตามิน ใครได้กินอาหารเสริมจากประเทศออสเตรเลีย จากประเทศนิวซีแลนด์ โจษจันกันทั้งวันทั้งคืนเลยครับ เงินทั้งนั้นเม็ดหนึ่งเปึนร้อย ๆ บาท แล้วเราส่งอะไรครับ มัดข่า ตะไคร้ส่งให้เขา แถมยังต้องเอาเด็กไปเรียนหนังสือทางโน้นอีก เราจะทําอย่างไรครับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐบาล เราขาดทุนบักโกรกเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในอนาคตข้างหน้า ๔-๕ ฉบับที่เราได้ทําสัญญาเอฟทีเอ เรามองเห็นอนาคต ข้างหน้าว่าประเทศไทยเรานั้นจะง่อยเปลี้ยเสียขาไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า วันนี้เราเปึนเพียง ไม้ซีกครับที่ต้องไปแข่งขันกับเวทีโลก และในขณะเดียวกันนั้นค่าเงินบาทเราก็เปึนปัญหา อุปสรรคในการลงทุน เปึนปัญหาอุปสรรคในการส่งออก รัฐเองก็ยังไม่ได้ช่วยยังไม่มี มาตรการอะไร แบงก์ชาติก็รูดซิปปากเงียบสนิทที่ถูกโจมตีค่าเงินบาทเมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้ว นี่ละครับมันเปึนบทเรียนว่าความพร้อมศักยภาพที่เราไปทําเอฟทีเอนั้นโครงสร้าง การบริหารจัดการของประเทศเรานั้นพร้อมหรือยัง หรือเราจะปล่อยให้ภาคเอกชนเราใช้ มวยวัด รัฐบาลมีหน้าที่เซ็น ๆ เสร็จแล้วก็ชนไวน์กลับ แล้วก็ให้ผู้ประกอบการเอกชนเรา ไปตายเอาดาบหน้าอย่างนี้หรือครับ ตรงนี้เราจะต้องให้ความสําคัญอย่างจริง ๆ จัง ๆ การตั้งกองทุนเอฟทีเอ เมื่องบประมาณป้ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้นกองทุนตัวนี้ก็มีนิดเดียวเอง แค่งานรับแขกแจกผ้าเย็นของคณะกรรมการเอฟทีเอก็หมดแล้วครับกองทุนตัวนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากตั้งข้อสังเกตและอยากจะตั้งคําถามกับผู้เปึนตัวแทนของประเทศ ที่ไปเซ็นสัญญาว่าเราจะปัองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและในอนาคต อย่างไร เราจะปัองกันกลุ่มเกษตรกรที่จะมีผลกระทบในอดีต ปัจจุบันและอนาคตอย่างไร และเราจะมีการเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ ในประเทศของเราอย่างไร วันนี้เรามี เพียงแต่ว่า ๒ ประเทศนี้เขาต้องการอาชีพบริการ ร้านอาหารไทยทางโน้นกําลังบูม (Boom) แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับ ที่เราได้ไปสัมผัส เราได้ไปตรวจสอบปรากฏว่าคนลงทุนจริง ๆ คือประเทศออสเตรเลียครับ นายทุนจริง ๆ คนไทยมีหน้าที่ไปเปึนลูกจ้าง ไปเปึนพ่อครัว ไปเปึนกุ๊ก ได้ค่าจ้างเดือนหนึ่งก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นนะครับ แต่เมื่อของเขาส่งมาเมืองไทย ไม่ว่าอาหารบํารุงร่างกาย สัตว์ทะเลน้ําลึก เนื้อ นม ไข่ เปึด ทุกอย่างเลยครับ เขาส่งมา แต่ละลอต (Lot) เงินทั้งนั้นครับท่านประธานที่เคารพ แต่ของเรานี่ไหลออกไม่มีหยุด เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าการทําสัญญาเอฟทีเอเปึนความจําเปึนที่ต้องการแสวงหา ลูกค้ารายใหม่ ต้องการหาตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้กับประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ แต่ปรากฏ ว่าเราได้คุ้มหรือยังครับ คุ้มหรือไม่อย่างไรนั้นตรงนี้ก็เปึนหน้าที่ของรัฐบาล ผมเอง กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ข้อห่วงใยของกระผมนั้น เปึนข้อห่วงใยด้วยความสัตย์จริง เราเห็นอนาคตข้างหน้าแล้วว่า ถ้าเราเป่ดเอฟทีเอเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์นั้น ในที่สุดเราเปึน ประเทศเล็ก ๆ นิดเดียวเองก็จะพบกับการเสียหายและอย่างน้อยก็จะทําให้บ้านนี้เมืองนี้ มีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นอีกประการหนึ่งครับ ขอบคุณครับ