รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องการค้าทางด้านการศึกษาไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และการสร้างประเทศไทยเป็นศูนย์การแพทย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงลูกค้าชาวต่างประเทศมาใช้บริการในโรงพยาบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศเหล่านั้น

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะอภิปรายแต่ว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านวินัย สมพงษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนิดหนึ่งครับ ท่านพูดถึงเรื่องของ กรอบการเจรจาทางการค้าไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ในขอบเขต ซึ่งคนมักจะ ไม่ค่อยนึกถึงก็คือเรื่องของการค้าทางด้านการศึกษา กระผมก็มีความคิดต่อเนื่องจากท่าน ผมเห็นด้วยกับท่านในการที่จะเปึนแนวทางอันหนึ่งในการที่จะฝากให้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ในการที่จะหยิบยกประเด็นนี้เข้ามาสู่การพิจารณาให้มีความชัดเจนและเปึนการช่วยเหลือ ไม่ให้เกิดการเสียเปรียบทางการค้า การพาณิชย์ ทางด้านการศึกษานะครับ ซึ่งผมอยากจะ เสนอแนะให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านวินัย สมพงษ์ อย่างนี้ครับ ผมได้อ่านหนังสืออาเซียน อีโคโนมิค รีวิว (Asian Economic review) ฉบับล่าสุดเขาพูดถึงเรื่องของนอน คอมเมอร์เชียล กูดส์ (Non-Commercial Goods) อย่างที่ท่านวินัย สมพงษ์ พูดถึง การศึกษาก็เปึนอันหนึ่ง ที่ขณะนี้ประเทศที่อาศัยรายได้จากการศึกษาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าถ้าทําเกินเลยไป มันจะทําให้เกิดการไปทําความทุกข์ความเดือดร้อนให้กับนักศึกษาที่อยู่ในประเทศที่ด้อยกว่า ถือว่าเปึนการผิดจริยธรรมอย่างหนึ่งในเรื่องของการให้การศึกษา ให้อนาคตกับนักศึกษา หรือเยาวชนของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นเขามีตัวเลขสถิติอธิบายด้วยว่าสิ่งที่ทํา ความเดือดร้อนแล้วก็ความไม่เปึนธรรม ไม่มีจริยธรรมของประเทศเหล่านี้ สมัยก่อน ไม่แพงอย่างที่คิดนะครับ แต่ทุกวันนี้ก็นับวันจะแพงขึ้น ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าที่พักค่ากินอยู่อะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเทอม ค่าเล่าเรียน มันสูงขึ้นเปึนเงาตามตัว เปึนลักษณะของอนุกรมเรขาคณิต ไม่ใช่อนุกรมเลขคณิตอย่างเดียว สูงขึ้นแบบนี้เลยครับ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงมาก แล้วสถิติเขาก็พบอย่างนี้ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าตกใจ เขาบอกว่า ยิ่งค่าเทอม ค่าเล่าเรียนยิ่งสูงขึ้น สถิติที่นักเรียนหลุดออกจากการเรียน ฝรั่งเรียกว่า ดรอพ เอาท์ เรท (Drop out rate) สูงขึ้นมากเลยครับ ท่านลองคิดดูนะครับ ผู้ปกครอง ที่หาเงินหาทองทํางานอย่างหน้าดําคร่ําเครียดเพื่อจะหาเงินหาทองส่งเสียลูกหลาน ไปเรียนต่างประเทศ เมื่อประสบกับปัญหานี้ ป้นี้ค่าเล่าเรียนเท่านี้ ป้หน้าขึ้นอีก ดรอพ เอาท์ เรท เขาจําเปึนต้องให้ลูกของเขากลับบ้าน อย่างนี้เปึนการสร้างบาป สร้างกรรมให้กับเด็กแล้วก็ครอบครัวของเด็กเหล่านั้น นักศึกษาเหล่านั้นเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพยายามที่จะเสนอแนะว่า อันนี้มันไม่ใช่เรื่องของการทํากําไร ทางด้านการค้า คือจะต้องเปึนนอน คอมเมอร์เชียล (Non-commercial) ไม่ใช่ คอมเมอร์เชียล (Commercial) อันนี้ผมก็เลยฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีเปึนประเด็นในการที่จะ ไปหาข้อมูลหรือศึกษาข้อมูลตรงนี้เพิ่มเติมเพื่อจะไปเจรจาต่อรองทางการค้าในเรื่องของ การศึกษา อันนี้เปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะเสนอแนะนะครับ ท่านหาอ่านได้ที่อาเซียน อีโคโนมิค รีวิว ฉบับล่าสุด

ประเด็นที่สองครับ ผมคิดว่าประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ก็เปึน กลุ่มเปัาหมายอันหนึ่ง ในฐานะที่ผมเคยประกอบวิชาชีพแพทย์อยู่ ผมมองว่าประเทศไทย เราก็มีศักยภาพทางด้านเมดิคอล ฮับ (Medical hub) เพราะการรักษาพยาบาล ความสามารถ ของแพทย์ไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น แต่ที่ผ่านมาผมคิดว่าในเรื่องของการที่จะ ให้บริการรักษาพยาบาลแก่ชาวต่างประเทศ ผมก็เห็นด้วยและมีแนวทางที่น่าจะสดใสขึ้น ถ้าเรามีข้อตกลงกรอบการเจรจาทางการค้าไทย-ออสเตรเลียหรือไทย-นิวซีแลนด์ ในการที่จะได้พูดคุยเรื่องนี้ให้เปึนกิจจะลักษณะ ผมเชื่อว่าเมดิคอล ฮับที่เปึนคู่แข่งของ ประเทศไทยขณะนี้ในลักษณะที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลียเปึนลูกค้า ในเรื่องการให้การรักษาพยาบาล ถ้าเขาไม่สามารถที่จะใช้บริการในประเทศเขาได้ คู่แข่งที่สําคัญของเราก็คือประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เมื่อมีกรอบการเจรจาตรงนี้แล้ว ผมคิดว่ามันก็น่าจะเปึนโอกาสอันหนึ่งในการที่จะได้ หยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณา แล้วก็เปึนการสนับสนุนโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพ หรือโรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพในการที่จะนํารายได้เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งเปึนการสร้าง ชื่อเสียง แล้วก็เปึนการทําบุญในเรื่องของการรักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป์วยไปในตัว ผมมีความภาคภูมิใจครับเวลาไปโรงพยาบาลเอกชนที่ได้มาตรฐานบางแห่งในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัดและเห็นชาวต่างประเทศมาใช้บริการกันอย่างล้นหลามมากมาย ภาพหนึ่งเปึนภาพที่ภาคภูมิใจครับ แต่อีกภาพหนึ่งนั้นอาจจะมองว่าเปึนการเบียดโอกาส ของคนไทยในการที่จะไปรับการรักษาอย่างนั้น แต่ในความเปึนจริงแล้วอาจจะไม่ใช่ อย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมก็เลยฝากประเด็นนี้ไว้เมื่อมีกรอบเจรจาการค้าแบบเสรีกับ ทั้ง ๒ ประเทศนี้แล้วก็น่าจะเปึนโอกาสที่ดีในการที่จะดึงทั้งเรื่องของลูกค้าที่เปึน ผู้เจ็บไข้ได้ป์วยความจริงก็ไม่อยากจะเรียกลูกค้าหรอกนะครับ มาสู่โรงพยาบาลที่มี ศักยภาพของเรา แล้วก็สิ่งที่เราจะได้ตามมาคือว่าชื่อเสียงและเปึนการพัฒนาในเรื่องทาง การแพทย์การรักษาพยาบาลไปในตัว ก็ขอฝาก เห็นด้วยกับเรื่องของกรอบการเจรจา ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ก็อยากจะฝากประเด็นท่านรัฐมนตรีเพื่อจะพิจารณา ดําเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ