ธวัช บวรวนิชยกูร หารือเรื่องกรอบความตกลง 3 กรอบ โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของกรอบความตกลงพหุภาคีในเรื่องการบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศและการบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบการตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริการที่มี 3 ส่วน คือ การบริการนักท่องเที่ยว การบริการสายการบิน และการบริการลูกค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมความพร้อมและบูรณาการในการให้บริการผู้โดยสารที่สนามบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซัน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การที่เรามาประชุมกันวันนี้ก็เพื่อมาพูดคุยกันเรื่อง เกี่ยวกับกรอบความตกลง ๓ กรอบ ในส่วนของผมนั้นผมให้ความสนใจต่อกรอบ ความตกลงพหุภาคีในเรื่องเกี่ยวกับการบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ และการบริการ ขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบการตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ท่านประธานครับ ในส่วนของการให้ความตกลงในเรื่องกรอบนี้ผมเชื่อว่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมาก เพราะว่าโดยหลัก โดยภูมิศาสตร์แล้วเมืองไทยต้องถือว่าเปึนศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อทุกสายการบินหากว่าเขาใช้ประเทศไทยเปึนฮับ หรือเปึนศูนย์กลาง ในการที่เอาลงมาเพื่อแวะจอดจากทวีปต่าง ๆ ที่เอามาในอาเซียนเรานี้ แล้วอีกทั้งผมยังเชื่อว่า ประเทศไทยความเปึนสยามเมืองยิ้ม การบริการต่าง ๆ เปึนที่ประทับใจของผู้คนทั่วโลก โอกาสที่เราจะเปึนศูนย์กลาง แล้วก็เปึนที่ยอมรับความต้องการของสายการบินต่าง ๆ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกแน่นอนย่อมจะสนใจเมืองไทย แต่การที่จะทําอย่างไร ที่เราจะทําให้ความเปึนที่สนใจนั้นเขายังอยากจะมาอยู่ นั่นละสิ่งที่สําคัญที่สุดคือการบริการ การบริการนี้จะมีอยู่ ๓ ส่วน ถ้าผมจะแบ่งกลุ่มลูกค้า กลุ่มเปัาหมาย กลุ่มเปัาหมายของ ลูกค้าเราที่เราจะต้องบริการคือ
อันดับแรก แน่นอนคือนักท่องเที่ยว
อันดับสอง ที่เราต้องให้ความใส่ใจและให้ความสนใจ ก็คือสายการบิน ที่เราต้องให้การบริการเขา และ
อันดับสาม ก็คือผู้ส่งออก หรือผู้นําเข้าก็ตามที่เราจะต้องทําให้เขาเกิด ความสะดวกสบาย ในการที่จะทําให้สินค้าของเราได้มีโอกาสจะเข้าออกประเทศได้ ทั้ง ๓ ส่วนนี้มันต้องเกิดจากการบูรณาการของหลาย ๆ ฝ์ายร่วมกัน ซึ่งวันนี้หากเราไม่มี การเตรียมการ ไม่มีการเตรียมความพร้อม ผมมั่นใจครับ วันนี้ด้วยความตั้งใจของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมก็ได้ประชุมร่วมกับท่านหลายครั้ง ท่านให้ความสนใจอย่างเต็มที่ครับ ในการที่จะเพิ่มขีดความสามารถของระดับ การให้บริการ ให้ทั้ง ๓ ส่วนที่ผมกล่าวมานี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว สายการบิน หรือผู้ส่งออก แต่ยังมีอีกหลายหน่วยงาน ผมยกตัวอย่างครับ ผมในฐานะเปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการการคมนาคมของวุฒิสภา ผมก็ได้รับ ข้อร้องเรียน สนามบินภูเก็ตครับ ปรากฏว่าเมื่อป้ที่แล้วผู้โดยสารมาที่จังหวัดภูเก็ต ปรากฏว่าต้องมารอ ออกันอยู่ที่หน้า ตม. ประมาณ ๓ ชั่วโมง เพราะว่าความสามารถในการ ที่จะส่งผู้โดยสารออกจาก ตม. มันช้ามาก เราก็รู้ว่าเคยมีปัญหา ปัญหาคืออะไรครับ เคาน์เตอร์มีไม่พอ เจ้าหน้าที่ ตม. มีไม่พอ ผมก็ได้ประชุมกับท่านละครับ แต่เรื่องนี้จริง ๆ แล้วควรจะมีการเตรียมการมาก่อนล่วงหน้า แต่กลัวว่าป้นี้จะมีปัญหาอีกเช่นกันเมื่อเข้าถึง สู่ฤดูการท่องเที่ยว มาคุยกันปรากฏว่าท่านก็ให้ความกรุณา ท่านเพิ่มช่องสําหรับ ตรวจผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ผมก็ได้เชิญทาง ตม. มาด้วย ทาง ตม. ก็บอกว่าเขาเอง ยังไม่ได้จัดกําลังคนไว้ แล้วก็ไม่ได้จัดเรื่องงบประมาณ มีคนมาก็ต้องมีที่พัก ผมต้องไปขอให้ ทางสมาคมท่องเที่ยวช่วยว่าจัดคนมาเถอะในช่วงไฮซีซันนี้ แล้วให้สมาคมท่องเที่ยว จัดที่พักให้กับเจ้าหน้าที่ ตม. นี่คือเปึนการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ผมอยากจะกราบเรียน นะครับว่าเราต้องคิดถึงปัญหาระยะยาวด้วย เพราะว่าการให้บริการผู้โดยสารมันไม่ได้อยู่แค่ ตรงที่ท่าอากาศยานอย่างเดียว แต่มันอยู่ที่ส่วนของ ตม. ส่วนของศุลกากรที่จะต้องมี การบูรณาการ อย่างกรณีของจังหวัดภูเก็ตเขาส่งคนมา ผมเข้าใจว่าท่านผู้อํานวยการ ตม. ส่งคนมาก็ตกประมาณเกือบ ๖ เดือน ในช่วงไฮซีซัน แต่หลังจากนี้จะเปึนอย่างไรก็ไม่ทราบ ผมจึงขอฝากท่านประธานรัฐสภาฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีเพื่อจะต้องมีการประสานบูรณาการ เรื่องนี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวเฉพาะสนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย เรื่องเหล่านี้เราต้องรู้ตารางการบินแล้วก็จัดคนลงมาให้เพียงพอกับจํานวนผู้โดยสาร สิ่งที่ผมรับทราบมา ยกตัวอย่าง สนามบินภูเก็ต และสนามบินเชียงรายตอนนี้ ปรากฏว่า สายการบินแอร์เอเชียกําลังจะเอาจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดเชียงรายมาเปึนฮับในประเทศไทยเรา ตรงนี้อาจจะทําให้เราเสียลูกค้าหรือเปล่าในส่วนของการบินไทย ซึ่งการบินไทยก็ต้องพยายาม ที่จะมองในส่วนนี้ด้วยว่าจะทําอย่างไรที่จะให้ความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ในประเทศไทย มิฉะนั้นแล้วต่อไปก็คงจะถูกแย่งลูกค้าที่จะมาจากประเทศฮ่องกง จากประเทศสิงคโปร์ เขาก็บินตรงมา แทนที่เขาจะลงมากรุงเทพมหานครถ้าหากว่าเขา จะมาจังหวัดภูเก็ต เขาก็ต้องมาลงที่กรุงเทพมหานครก่อน แล้วค่อยไปที่จังหวัดภูเก็ต ต่อไปก็บินตรงไปจังหวัดภูเก็ตได้เลย คนก็เลือกสายการบินนั้น ๆ แทนที่จะเลือก สายการบินแห่งชาติของเรา การเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ ในส่วนการให้บริการ ต่อผู้โดยสาร
ส่วนที่ ๒ คือเราต้องมีการเตรียมความพร้อมในการให้บริการต่อ สายการบิน สายการบินนี้มีความสําคัญ สายการบินหากเข้ามาในประเทศเรามาก ๆ จัดตารางบินเข้ามาในประเทศเรามาก ๆ มันก็ส่งเสริมทําให้นักท่องเที่ยวจะเข้ามา ในประเทศเราได้มากขึ้น สายการบินที่เข้ามาเปึนอย่างไร เขาต้องได้รับการบริการ บริการที่เขาได้รับคืออะไรบ้าง การที่เขาเข้ามาในประเทศเรา เราต้องคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับ ค่าแลนดิ้ง ฟ้ (Landing fee) การมาใช้สนามบิน ค่าใช้จ่ายเปึนอย่างไร เราแพงกว่า เขาไหม ซึ่งวันนี้ผมทราบมาว่าเราเองเราก็ยังแพงกว่าเขาอยู่ นอกเหนือจากนั้นการบริการ ในภาคพื้นดิน เครื่องบินเวลามาถึงสนามบินแล้วเขาจะต้องมีการบริการภาคพื้นดิน อีกหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การบริการขับงวงเข้าไปจอดเทียบสนามบิน จะต้องมีคนหรือถ้าหากว่าไม่มีงวงก็จะต้อง มีรถที่เอามารับผู้โดยสารเพื่อที่จะไปสู่การเช็กอิน (Check in) หรือจะต้องมีการขนส่งสินค้า ต้องมีการทยอยสินค้าจากเครื่องลง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่าใช้จ่ายเปึนอย่างไร การให้บริการ เปึนอย่างไร ผมเรียนท่านประธานรัฐสภาเพื่อผ่านไปทางรัฐมนตรีมีสิ่งซึ่งผมเปึนห่วงสิ่งหนึ่ง ที่กําลังจะเกิดขึ้น วันนี้การให้บริการภาคพื้นดินที่ผ่านมา ผมพูดถึงที่สนามบินดอนเมือง ก่อนนะครับ เมื่อก่อนนี้เราใช้บริการของ บริษัท แท็กซ์ ซึ่งบริษัท แท็กซ์ เปึนบริษัทลูกของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด นี้นะครับ ถือหุ้นอยู่ ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่แน่นอนครับ ในขณะนี้กําลังมีปัญหากันอยู่ มีปัญหาการฟัองร้องกัน ซึ่งผมก็ไม่ได้บอกว่าเปึนความผิดของการท่าอากาศยานก็คงจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับ รายละเอียดปลีกย่อย เรื่องเกี่ยวกับการฟัองร้องกัน เรื่องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ส่วนนั้น ผมจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วต้องพยายาม เข้าไปดูเพื่อแก้ปัญหานี้ ก็คือวันนี้ผมทราบมาว่าเจ้าหน้าที่ในบริษัท แท็กซ์ ซึ่งเคยทํางาน ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ เปึนบุคลากรซึ่งได้รับการเซอร์ทิไฟ (Certify) เพราะว่าคนที่จะเข้าไปทํางานบริการภาคพื้นดินนี้จะต้องมีการเซอทิฟายก่อน ต้องมีการสอบ ต้องมีชั่วโมงการทํางาน ไม่ว่าคนที่จะขับงวงเข้าไปหาเครื่องบินหรือว่าคนที่จะมาขนส่งกระเปิา เรื่องเกี่ยวกับการตรวจเช็กความปลอดภัยต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น คนเหล่านี้อยู่ในองค์กรนี้ จํานวนมาก แล้วองค์กรนี้ขณะนี้เท่าที่ผมทราบ มันกําลังจะมีปัญหาจนไม่สามารถที่จะ จ้างคนในองค์กรได้ และคนในองค์กรจะเปึนอย่างไรครับ วันนี้การบินไทยก็จ้างคนเหล่านี้ ไปทําให้กับทางการบินไทยซึ่งผมก็ทราบมาว่า ทางการท่าอากาศยานก็อาจจะพิจารณา ไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาทํางานตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม เปึนต้นไป แล้วผลจะเปึนอย่างไรครับ วันนี้คนที่ให้บริการเหล่านี้ ที่เขาเรียกว่า เปึนการบริการกราวด์ เซอร์วิส (Ground Service) ในสนามบินสุวรรณภูมิ มีอยู่ ๒ ราย ก็คือ บริษัท การบินไทย จํากัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ จํากัด ตรงนี้ก็เปึนความเหลื่อมล้ํานะครับ การที่ให้เจ้าของสายการบิน มาให้บริการทางด้านกราวด์ เซอร์วิส นี้ ผมถามว่าถ้าหากว่าเกิดมีการดูแลนี้ ทั้ง ๒ สายการบินนี้ จะต้องดูแลตัวเองก่อนลักษณะแนวคิดของทั่วโลกนี้เขาจะมีเธิร์ด โอเปอเรเตอร์ (Third Operator) ก็คือคนที่อยู่ตรงกลางที่มาดูแลสายการบินทุกสายการบิน แต่วันนี้ทางการท่าอากาศยาน ให้บริษัท การบินไทย จํากัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ จํากัด เปึนคนดูแลในส่วนนี้ ถ้าหากว่าเกิดมีไฟลท์ขึ้น ลงมาเยอะ ๆ เขาก็ต้องดูแลตัวเขาเองก่อน ตรงนี้ผมก็ได้รับเสียงร้องเรียน มาจากสายการบินหลายสายการบินว่าอาจจะเกิดความไม่เปึนธรรมในการให้บริการได้ ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะทําให้เขาเองเขาตัดสินใจเปลี่ยนศูนย์กลางในการที่เขาจะเอาผู้โดยสาร ลงไปอยู่ประเทศอื่นก็ได้ เรื่องนี้เปึนเรื่องซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีควรน่าจะใส่ใจ แล้วลงไปดูว่า วันนี้ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับพนักงานตรงนั้นได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง วันนี้ถ้าหากบริษัทป่ดไป คนเหล่านั้นหากไม่ได้รับเงินทดแทน เงินชดเชย เขาจะประท้วงหรือไม่ คนเหล่านั้นวันนี้ กําลังทํางานอยู่ในการบริการภาคพื้นดิน แล้วถ้าหากว่าคนเหล่านั้นประท้วงแล้ว ปัญหาในสนามบิน มันจะเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหรือไม่ และโดยเฉพาะขณะนี้เปึนช่วงไฮซีซัน ปัญหาเหล่านี้ ถ้าหากว่ามาเกิดในช่วงนี้แล้วจะเปึนอย่างไร ผมทราบว่าการประท้วงต่าง ๆ เหล่านี้ตอนนี้ กําลังจะลุกลามใหญ่โตขึ้นมา จึงขอฝากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีให้เข้าไปสนใจในปัญหานี้ด้วย นะครับ
ในส่วนที่ ๓ ของการบริการที่ผมคิดว่าควรจะให้ความใส่ใจอย่างยิ่ง ก็คือ การให้บริการต่อผู้ส่งออกและผู้นําเข้า วันนี้เราต้องยอมรับนะครับประเทศไทย เรากําลังต้องการ เปึนศูนย์กลางเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด อาหารสดวันนี้นี่นะครับ หรือผลไม้ก็ตาม ถ้าหากว่าไม่สามารถส่งออกตามเวลา ผลก็คืออะไรครับ เน่าเสียต้องทิ้งไป ผลก็คืออะไรครับ เน่าเสียต้องทิ้งไป เพราะฉะนั้นแล้วเขามีความต้องการอย่างยิ่งที่จะต้อง การขนส่งผ่านทางสายการบิน แต่ปรากฏว่าโดยส่วนใหญ่แล้ววันนี้คาร์โก (Cargo) ส่วนใหญ่ เขาให้ความสําคัญต่ออาหารสดน้อยมากครับ อาหารสดเขาจะให้เปึนไพรออริที (Priority) หลัง ๆ เขาก็จะมีพวกเกี่ยวกับทางด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ เขาจะได้รับก่อนเหลือคาร์โก สําหรับอาหารสดเต็มที่อาจจะประมาณไม่เกิน ๓-๕ ตันต่อเที่ยว เพราะฉะนั้นมันทําให้ กลายเปึนว่าผู้ผลิต ผู้ส่งออกไม่สามารถที่จะมาเชื่อถือให้ความไว้วางใจในการใช้บริการ การขนส่งทางอากาศได้เพื่อที่จะส่งไปในประเทศที่เขาต้องการเปึนลูกค้าก็ต้องส่งทางอื่น เช่น ส่งไปทางจีน ก็อาจจะต้องอาศัยรถบรรทุกซึ่งก็แพงอยู่เหมือนกัน หรือว่าทางเรือ ซึ่งมันก็ล่าช้า เปึนต้น มันก็จะตัดโอกาสในการที่เราส่งออกอาหารสดหรือว่าผลไม้ไปได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้การแก้ไขปัญหานี้คืออะไร การแก้ไขปัญหานี้เราเองเราควรจะพยายาม ที่จะต้องพัฒนาเรื่องเกี่ยวกับชาร์เตอร์ ไฟลท์ (Charter Flight) โดยเฉพาะการใช้สนามบินดอนเมือง ในการที่จะทําให้เปึนศูนย์โลจิสติกส์ ในการที่จะส่งออกสินค้าผักสด ผลไม้ แล้วจะต้อง มีการบูรณาการกับทุกฝ์าย ไม่ว่าจะฝ์ายของการท่าอากาศยาน กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร เพราะอาหารต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องมีการเซอร์ทิไฟจากหลายฝ์าย ทําให้เปึนวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) สนามบินดอนเมืองวันนี้น่าเสียดาย ปล่อยให้ร้าง จริง ๆ แล้วความเปึนศูนย์กลางทุกคนเขามองหาเราอยู่นะครับ เขาเองเขาสนใจครับ หน้าทุเรียนเขาก็อยากจะได้ทุเรียนไป หน้าส้มเขาก็อยากจะได้ส้มไป แต่ถ้าหากว่า โดยอาศัยระยะเวลาที่นานขนาดนั้น ถ้าต้องขนส่งทางเรือมันก็กินเวลาไปถึงมันก็ไม่สด เท่าที่ควร แต่ถ้าหากว่าเราเองเราพัฒนาสนามบินดอนเมืองให้มันมีชาร์เตอร์ ไฟลท์ พอยท์ ทู พอยท์ (Point to Point) กรุงเทพฯ-ฮ่องกง กรุงเทพฯ-คุนหมิง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น มีคนพร้อมจะมาลงทุนเยอะ แล้วส่วนนี้เรามีแวร์เฮ้าส์ (Warehouse) อยู่ ๔ แวร์เฮ้าส์ พื้นที่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตารางเมตร ความสามารถในการบริหารคาร์โก อย่างที่ท่าน พลอากาศเอก วรวิทย์ก็ได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้มีตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ตันต่อป้ คนพร้อมมาลงทุน วันนี้ท่านรัฐมนตรีต้องมีความชัดเจนครับ วันนี้ผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีก็มีความพยายามครับ ที่จะส่งแผนแม่บทเข้าไปใน ครม. แต่ก็ปรากฏว่าทาง ครม. ก็ตีตกไป แล้วก็กลับไปให้ ทบทวนใหม่ว่าตกลงว่าจะเปึนซิงเกิล แอร์พอร์ท (Single Airport) หรือว่าจะเปึนแอร์พอร์ท ๒ แอร์พอร์ทที่จะใช้ ไม่เปึนอะไรครับ ถ้าหากว่าท่านจะต้องการให้สายการบินในประเทศ กลับมาดอนเมืองอีกผมก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่ว่าท่านยังมีฟาซิลิตี้ (Facility) เหลืออยู่เยอะมาก ที่จะนํามาใช้เพื่อการทําเปึนศูนย์โลจิสติกส์ของประเทศ มาเปึนศูนย์ซ่อมของประเทศ มาเปึน ศูนย์แอร์ โชว์ (Air Show) ของประเทศ ศูนย์ฝ๊กบินของประเทศ ทุกคนเตรียมอยากเข้ามาครับ รอเพียงแต่ท่านรัฐมนตรีไฟเขียวเท่านั้นเองว่าเมื่อไร เราจะพร้อมในส่วนนี้ แล้ววันนี้ เมื่อก่อนเราเองเรามีความพร้อม เรามีตู้แช่ เรามีตู้เย็น หรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้ ตอนนี้มันถูกถอด ไปหมดแล้ว ผมคิดว่าวันนี้ท่านก็คงจะต้องสนับสนุนผู้ซึ่งพร้อมที่จะมาลงทุนก็ให้อินเซนทิฟ (Incentive) เขาหน่อยหนึ่ง ผมเชื่อว่าคนที่จะมานี่เยอะ แล้วก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศ อย่างเต็มที่ทางด้านการค้า การขาย เพราะฉะนั้นผมเองจึงกราบเรียนว่าผมเองผมเห็นด้วย การเป่ดเสรีอย่างเต็มที่ เราจะเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่เช่นกัน แต่ความพร้อมของเรา จะต้องมีอย่างเต็มที่เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้มันจะต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ์าย แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะระดับกระทรวงคมนาคมอย่างเดียวไม่พอครับ ผมคิดว่าน่าจะเปึน เรื่องนโยบายระดับชาติซึ่งควรจะมีระดับนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่บนหัวโต๊ะเพื่อที่จะทําให้เรา เปึนศูนย์กลางการบินอย่างแท้จริง ขอบคุณมากครับ